posttoday
เพื่อไทยยิ่งกว่าสร้างดาวเทียม

เพื่อไทยยิ่งกว่าสร้างดาวเทียม

21 พฤษภาคม 2554

"วันนี้เราอย่าสร้างผีให้คนกลัวคือ ถ้าเรายอมรับในระบบประชาธิปไตย เราก็ต้องยอมรับว่าพรรคที่ได้อันดับหนึ่งควรจะได้จัดตั้งรัฐบาล แต่เราเชื่อว่า เราได้เกินครึ่งแน่"

"วันนี้เราอย่าสร้างผีให้คนกลัวคือ ถ้าเรายอมรับในระบบประชาธิปไตย เราก็ต้องยอมรับว่าพรรคที่ได้อันดับหนึ่งควรจะได้จัดตั้งรัฐบาล แต่เราเชื่อว่า เราได้เกินครึ่งแน่"

โดย ...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม
         
เป็นไปได้อย่างไร ที่คนอย่าง พิชัย นริพทะพันธุ์ หลุดโผผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคเพื่อไทย ไปอยู่เกือบบ๊วยในลำดับ 124 จาก 125 เครดิตอย่างเขาต้องไม่เกินท็อปเทนเท่านั้น เจ้าตัวหัวเราะก่อนอธิบายว่า ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้โทรศัพท์มาแจ้งว่าจะให้เป็นรัฐมนตรีอย่างเดียว ไม่ต้องไปเป็นสส.เพราะต้องยุ่งกับงานในสภา

เพื่อไทยยิ่งกว่าสร้างดาวเทียม

"ท่านทักษิณยังอีเมลมาหาผมเมื่อไม่กี่วันก่อนว่า You will be cabinet member for sure ตอนท่านโทร.มาก็บอกว่า 'แดง' อย่าไปเป็นนักการเมืองเลย ให้มาเป็นรัฐมนตรีนะ ท่านการันตีกับผมอย่างนี้ กลัวผมรู้สึกไม่ดีว่าต้องติด 1 ใน 10 ผมก็ไม่เรื่องมาก เพราะเราก็ไม่ชำนาญงานการเมือง ดังนั้นอันดับ 124 ผมก็ไม่มีปัญหาอะไรและเราก็ไม่ต้องการตั้งเงื่อนไขอะไรอยู่แล้ว ก็ควรกระจายทรัพยากรพรรคอย่างทั่วถึงให้คนอื่น
         
"ท่านทักษิณยังบอกด้วยว่า 4 อันดับสุดท้ายของบัญชีรายชื่อจะได้เป็นรัฐมนตรี อีกอย่าง พี่เพ้ง(พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีตแกนนำไทยรักไทยและคนใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ) ก็โทร.มาแสดงความยินดีกับผมว่า คุณได้เป็นรัฐมนตรีแน่ๆ 100%"พิชัย กล่าวพร้อมเสียงหัวเราะกับบุคลิกเฮฮา
         
ว่าไปแล้ว นี่เป็นสไตล์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่จัดวางให้คนที่จะเป็นรัฐมนตรีอยู่อันดับท้ายๆ เหมือนอย่างบัญชีรายชื่อ 100 คน สมัยพรรคไทยรักไทยและถ้าดู 5 อันดับสุดท้ายปาร์ตี้ลิสต์เพื่อไทยก็ล้วนมีลุ้นเก้าอี้รัฐมนตรีทั้งนั้น นายต่อพงษ์ ไชยสาสน์(121) นายชาญยุทธ เฮงตระกูล (122) พล.อ.อ.สุเมธโพธิ์มณี ตท.10 (123) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ (124)นางนลินี ทวีสิน (125)
         
พิชัยยังพูดถึงแคนดิเดตนายกฯ ว่า "วิธีคิดของคุณปู แกรู้คุณทักษิณ คิดอะไรอยู่ ซึ่งอันนี้สำคัญเพราะบางทีเป็นนโยบายทางเศรษฐกิจ ถ้าจูนกันไม่ติด ก็ไม่รู้แกคิดอย่างไร อย่างผมรู้นะ ถ้าคุณทักษิณพูดแค่สองคำก็รู้ว่าแกคิดอะไร อย่างบัตรสินเชื่อชาวนา แกบอกมาคำเดียว ที่เหลือผมเติมเองเอามาย่อยให้แกเสร็จสรรพ
         
"คุณปูเป็นคนฉลาด ไม่ได้แพ้คุณทักษิณ ผมบอกตั้งแต่ 8 เดือนที่แล้วว่าน่าจะเป็นคุณปูที่ชิงนายกฯแต่คนไม่เชื่อกันว่าจะเป็นคุณปู และผมขอทำนายไว้เลย ถ้าคุณปูได้เป็นนายกฯ แกจะทำได้ดีกว่าที่หลายคนคาด วิสัยทัศน์แรกที่คุณปูเคยพูดในที่ประชุมพรรค คือ แกบอกจะใช้ไอทีในการเชื่อมข้อมูลประเทศ คือ ทุกกระทรวงจะเอาระบบไอทีเชื่อมต่อกัน จะทำให้การตัดสินใจง่ายรู้ข้อมูล นี่แกพูดนะไม่ใช่ทักษิณ โห.. คุณปูคิดอย่างนี้ถูกต้องเลย"
         
อย่างไรก็ตามศึกเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการแข่งขันทางนโยบาย โดยเฉพาะ 2 พรรคใหญ่ที่ต่างงัด "ของ" มาขายด้วยแพ็กเกจน้อยใหญ่ "ประชาธิปัตย์" โดย กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ประธานคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์พรรค อธิบายโครงการประชาชนที่จะเดินหน้าในพื้นที่นี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พร้อมวาทกรรม "เลือกประชาธิปัตย์เดินหน้า เลือกเพื่อไทยวนอยู่กับที่"พิชัย ซึ่งเป็นทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ตอบโต้ว่า "ถ้าอยากเห็นประเทศเปลี่ยนแปลง อยากได้การเมืองใหม่ มีการเจริญเติบโตก็เลือกเรา แต่ถ้าต้องการให้ประเทศอยู่ในวังวนเดิมมีแต่งานรูทีนก็เลือกเขา"
         
"เพื่อไทยไปไกลเหมือนสร้างดาวเทียม ส่วนประชาธิปัตย์ยังอยู่ในอู่ซ่อมรถ"
         
นโยบายพรรคในสโลแกน "ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ" ที่ฝ่ายพรรคสีแดง มั่นใจว่า เป็นจุดแข็งที่จะเรียกคะแนนให้คนชั้นกลาง รากหญ้า หันมาเลือกเพื่อไทยจนชนะท่วมท้น
         
พิชัย บอกว่า ทีมเศรษฐกิจของพรรคแข็งแกร่งมีประสบการณ์และได้รับการยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นโอฬาร ไชยประวัติ สุชาติ ธาดาธำรงเวช โดยเฉพาะพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ประสบความสำเร็จในการบริหารประเทศ เป็นคนคิดนโยบายหลายเรื่อง เพราะท่านมองอะไรได้ไกล และแต่ละเรื่องพรรคก็มีนักวิชาการ ผู้ชำนาญในแต่ละด้านมาให้ความรู้ เช่น ด้านคมนาคมขนส่ง มี สันติ พร้อมพัฒน์ อดีต รมว.คมนาคม โครงการรถไฟฟ้า ได้ประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เมื่อคิดเสร็จก็ส่งให้พ.ต.ท.ทักษิณ ดูเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็น
        
 "ทีมเศรษฐกิจของพรรคจะเป็นคีย์สำคัญในการแก้ปัญหาประเทศ ของเราจะไม่เล่นการเมือง แต่เน้นเศรษฐกิจให้เดินได้ ประชาชนจะมีความสุขถ้าถึงวันหนึ่งเศรษฐกิจมันดี และประชาชนบอกว่าโห...เนี่ยเป็นไอเดียของคุณทักษิณนะ และคนส่วนใหญ่อยากให้คุณทักษิณกลับมา คุณทักษิณก็ได้กลับมา แต่ถ้าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ทุกอย่างก็เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย"
        
พิชัย ชี้แจงว่า นโยบายของพรรคตอบโจทย์คนหลายกลุ่ม หลักๆ เช่น เกษตรกร ที่แรงสุดตอนนี้คือบัตรเครดิตชาวนา ขนาดคนรับใช้ที่บ้านยังขอบัตรตัวอย่างไปเก็บ หลักการคือ จะให้เกษตรกรมีบัตรเครดิตเพื่อใช้ซื้อปัจจัยการผลิตได้ก่อนโดยไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย เมื่อไรที่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ค่อยเอามาผ่อนทีหลัง ยังมีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกที่จะให้มากกว่าประชาธิปัตย์คือ เกวียนละ 1.5 หมื่นบาท ข้าวหอมมะลิ ที่ 2 หมื่นบาท
         
สำหรับผู้ประกอบการ พรรคจะลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% ในปีหน้าและเหลือ 20%ในปี 2556 ที่ต้องลดเพราะเราต้องการเป็นศูนย์กลางของอาเซียน การที่ต้องแข่งขันทางอัตราภาษีเป็นสิ่งจำเป็น
         
เขาอธิบายว่าเมื่อลดภาษีนิติบุคคล เอกชนก็สามารถไปเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำที่ 300 บาทได้ ด้านการศึกษาใครจบปริญญาตรีมีเงินเดือนเริ่มต้นที่ 1.5 หมื่นบาท ถือเป็นการเพิ่มรายได้ให้ประชาชนเมื่อรายได้เพิ่มก็จะใช้จ่ายเพิ่มขึ้นส่งผลให้ได้ภาษีมูลค่าเพิ่มกลับคืนมาเป็นการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ
         
อีกนโยบายที่จะเป็นการเปลี่ยนประเทศ คือOne Tablet per Child เพราะวันนี้ถ้าเด็กไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ในโลกที่กำลัง เปลี่ยนสู่ระบบ E-book เด็กคนนั้นก็ไม่มีอนาคตโดยจะมีการเดินระบบ WiFi เข้ากับโรงเรียนทุกแห่งและให้โอกาสกับนักเรียนจบใหม่ โดยให้มีกองทุนตั้งตัว ซึ่งมหาวิทยาลัยจะเป็นผู้กระจายกองทุนผ่อนกู้ให้นักเรียนที่จะจบ แต่ต้องทำโครงการเสนอเข้ามา โดยจะมีคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบดูแลคล้ายกองทุนหมู่บ้านยังมีโครงการบ้านหลังแรกจะยกเว้นดอกเบี้ย3 ปี คืนภาษีให้ผู้ซื้อรถยนต์คันแรกกว่าแสนบาทเพื่อส่งเสริมการบริโภครถยนต์ให้เป็นศูนย์กลางของอาเซียน
         
พิชัย บอกว่า ที่เป็นเมกะโปรเจกต์ คือการสร้างเมืองใหม่ ป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ แม้การสร้างเมืองหรือสร้างเขื่อนป้องกันกรุงเทพต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล แต่จะแก้ปัญหาโดยหาเงินจากการสร้างเมืองใหม่นี้เป็นโมเดลเดียวกับ กรุงอัมสเตอร์ดัม คือ เอาสิ่งที่จะเติบโตในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นศูนย์กลางการเงิน ศูนย์กลางไอที ศูนย์กลางการรักษาพยาบาล เมื่อทำเสร็จก็เอามาประมูลขาย ทำกำไรได้เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
         
กับประเด็นที่กอร์ปศักดิ์ แย้งว่า "โครงการแลนด์บริดจ์-ท่าเรือปากบารา" จ.สตูล ที่เพื่อไทยจะผลักดันอาจส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวครั้งใหญ่ พิชัยชี้แจงว่า วันนี้ช่องแคบมะละกา มีความหนาแน่นดังนั้นประเทศไทยต้องหาจุดที่เหมาะสมในการทำ "แลนด์บริดจ์" ซึ่งแน่นอนต้องดูเรื่องระบบนิเวศน์ให้ชัดเจน แต่โครงการนี้ คนในท้องถิ่นจะได้ประโยชน์มหาศาล ต่างจากโครงการเปลี่ยนท่าเรือคลองเตยเป็นสวนสาธารณะของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่เป็นประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ แถมยังกระทบกับคนในพื้นที่
        
 "ประชาธิปัตย์มองเราว่า อะไรๆ ก็เป็นเงินอย่างเดียว แต่เรามองว่า ก่อนที่ประชาชนจะมีทางเลือกจะต้องมีรายได้ที่เพียงพอก่อน"

เพื่อไทยยิ่งกว่าสร้างดาวเทียม

ข้อสงสัยเรื่อง "รายได้" ที่จะมาสนับสนุนโครงการประชานิยมมากมายของพรรค พิชัยแจกแจงว่า เราจะมีรายได้จากทุกจุด อย่างการสร้างเมืองใหม่ เมื่อสร้างเสร็จก็จะประมูลขายที่ ก็จะได้เงินคืนมา หรือโครงการรถไฟรางคู่ทั่วประเทศ ถ้าทำสำเร็จ ต้นทุนการผลิตลดลงซึ่งจะนำเงินเข้าประเทศได้เยอะมาก หรือการทำชลประทานระบบท่อใน 25 ลุ่มน้ำ จะได้ผลผลิตในทางการเกษตรเพิ่มขึ้น รวมถึงการทำ"แลนด์บริดจ์" รายได้จะไหลเข้ามาเป็นแสนๆล้านบาท
        
 เช่นเดียวกับ การลดภาษีให้กับภาคธุรกิจเมื่อลดแล้ว นายจ้างก็จะสามารถเพิ่มเงินเดือนค่าจ้างขั้นต่ำได้ถึง 300 บาท ซึ่งพรรคได้สอบถามแล้ว ภาคเอกชนก็ยินดีที่จะเพิ่มค่าจ้าง เมื่อประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ก็จะพึ่งพาการส่งออกน้อยลงทำให้ประเทศมีอนาคตมากขึ้น
         
พิชัย บอกว่า นโยบายที่ออกมาเป็นแค่ชุดแรก ยังมีทีเด็ดที่จะออกมาเยอะในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง เรียกว่า ยาแรงที่โดนพอควร แต่ขออุบไว้ก่อน
         
"ผมเชื่อว่า วันนี้ประชาชนส่วนใหญ่น่าจะเบื่อกับปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ถึงเวลาที่ทุกคนต้องกลับมาคิดถึงปากท้องของตัวเองแล้วนโยบายเศรษฐกิจของพรรคจะเป็นเรื่องหลักในการแก้ปัญหาทั้งเศรษฐกิจและการเมือง"ถ้าได้เป็นรัฐบาล ตำแหน่งสำคัญจะดูเองไหมพิชัย ตอบทันที "แน่นอนครับ ขุนคลังต้องเป็นคนของเราอยู่แล้ว เพราะขุนคลังต้องเป็นคนรู้ว่าคุณทักษิณและพรรคคิดอย่างไร ส่วนกระทรวงเศรษฐกิจ เราเชื่อว่า พรรคเราจะชนะเกินครึ่งแน่ เราก็จะดูแลหมด เช่น คมนาคมพาณิชย์ เกษตร อุตสาหกรรม คลัง มหาดไทยแต่ถ้ามีพรรคร่วมฯ คงให้ดูแลกระทรวงเล็กๆ ที่ไม่ค่อยสำคัญเพราะการขับเคลื่อนประเทศต้องมีเอกภาพ อย่างของประชาธิปัตย์ ถ้าได้เป็นรัฐบาลก็ต้องไปจับกับพรรคอื่นทำให้ไม่มีเอกภาพ"
         
แต่ทั้งหมดต้องอยู่บนเงื่อนไขว่า เพื่อไทยต้องได้เป็นรัฐบาลเท่านั้น แค่ชนะได้ที่ 1 จึงยังไม่พอเพราะอาจเกิดอุบัติเหตุที่พรรคร่วมไม่ยอมไปตั้งรัฐบาลด้วยอีก
ทีมเศรษฐกิจผู้นี้ บอกว่า ถ้าคิดอย่างนั้น ก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย
         
"วันนี้เราอย่าสร้างผีให้คนกลัว คือ ถ้าเรายอมรับในระบบประชาธิปไตย เราก็ต้องยอมรับว่าพรรคที่ได้อันดับหนึ่งควรจะได้จัดตั้งรัฐบาล แต่เราเชื่อว่า เราได้เกินครึ่งแน่"พิชัย ทิ้งท้าย

'พ่อ-ลูก'และเบื้องหลัง

พิชัย นริพทะพันธุ์  เป็นทีมเศรษฐกิจคนสำคัญ ที่คอยตอบโต้ ชี้แจง นโยบายสร้างพื้นที่ข่าวในหน้า นสพ. และออกทีวีช่วงเลือกตั้งมากที่สุดคนหนึ่งของพรรคเพื่อไทยในขณะนี้ก็ว่าได้  เขาเฉลยว่าคนที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่คอยให้การสนับสนุน
         
"คุณรู้ไหม คนที่บอกให้ผมแสดงความเห็นเยอะๆ พูดผ่านหนังสือพิมพ์ เขียนคอลัมน์ก็คือ คุณปู (ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) คุณปูบอกเมื่อ2 ปีกว่า แกคุยกับผมบ่อย แกบอกว่า'คุณแดงเนี่ยต้องให้สัมภาษณ์เยอะๆ' "
         
พิชัย วัย 49 ปี อดีต รมช.คลัง สังกัดพรรคเพื่อแผ่นดินช่วงสั้นๆ ในรัฐบาลสมัคร สุนทรเวชถือเป็นนายทุนพรรคเพื่อไทย เพราะตั้งแต่ย้ายจากเพื่อแผ่นดินมาอยู่ชายคาแห่งนี้เป็นเวลากว่า3 ปี ได้บริจาคเงินเข้าพรรคเกือบ 10 ล้านบาทปรากฏยอดตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเปิดเผยต่อสาธารณะ

เป็นท็อปไฟว์ผู้บริจาคพรรคหรือไม่ เจ้าตัวหัวเราะเล็กน้อย "ก็ไม่ทราบเหมือนกันครับอะไรที่เราช่วยเขาได้ก็ช่วย"
         
พิชัย หรือ "แดง" จบปริญญาตรีคณะเศรษฐศาสตร์ ปริญญาโท บริหารธุรกิจ คณะบัญชีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นนักกิจกรรมตัวยง โดยสมัยเรียนอยู่อัสสัมชัญในวัยเด็ก ด.ช.พิชัยถึงกับก้าวกระโดดขึ้นเป็น นายกฯ สมาคมภาษาอังกฤษของโรงเรียน หลังจากศึกษาจบ พิชัยหันมาลุยงานธุรกิจที่ครอบครัวทำอยู่สารพัด ไม่ว่างานอสังหาริมทรัพย์โรงแรม อัญมณีเหมืองแร่ สวนปาล์มพลอยและการส่งออกที่น่าแปลกคือ เบื้องหลังที่ก้าวสู่วงการการเมือง เขาไม่คิดฝันมาก่อน หากแต่เป็นลูกชายที่ผลักดันให้พ่อเข้าสู่วงการ!
         
"ลูกชายผมชอบการเมืองเขาบอกว่า พ่อต้องเป็นรัฐมนตรีนะพอถึงเวลาเขาก็ชวนเราก็เลยเป็นรัฐมนตรีของพรรคเพื่อแผ่นดินส่วนผมเคยส่งลูกชายเป็นเลขาส่วนตัวของรัฐมนตรีสุวิทย์ เมื่อ 9 ปีก่อน และเขาก็เคยเป็นรองโฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน พอผมมาเป็นรัฐมนตรีได้ 2 เดือน ก็รู้จักท่านทักษิณมากขึ้นและความจริงผมเป็นคนเชื่อมเพื่อแผ่นดินเข้ากับพลังประชาชน พอเพื่อแผ่นดินยุ่งๆ เราก็ออกมาอยู่ที่นี่" 

เพื่อไทยยิ่งกว่าสร้างดาวเทียม พชร นริพทะพันธุ์

พชร นริพทะพันธุ์หรือ "ปาล์ม" ทายาทของพิชัยที่ผลักดันให้เขาเล่นการเมือง ปัจจุบันอายุ 25 ปี ความมุ่งมั่นของเด็กหนุ่มคนนี้ที่สนใจงานการเมือง ทำให้พิชัยมอบให้เขาดูแลธุรกิจทั้งหมด เพื่อปูพื้นเรียนรู้ประสบการณ์มองภาพเศรษฐกิจเป็น
         
ปัจจุบันหนุ่มปาล์มดูแลกิจการโรงแรมหลายแห่งโดยเป็นประธานบริหาร South Sea Grand Pakarang Resorts and Spa จ.พังงา รองประธานพชร ฝ่ายพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ The South Sea Group จ.ภูเก็ต  พิชัย ย้อนเล่าชีวิตสมัยเด็กว่า แต่ก่อนคุณพ่อกับคุณชวน หลีกภัย สนิทกัน เพราะบิดาเป็นผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้เขาได้เจอกับนายชวนบ่อย
         
"ตอนที่คุณชวนไม่สบาย ผมยังได้ไปเยี่ยมท่านถามผมว่า ทำไมไม่มาอยู่พรรคประชาธิปัตย์ผมเลยบอกว่า สำหรับผม ประชาธิปัตย์ ไม่มีฟาสต์แทร็ก แต่พรรคเพื่อไทย ถ้ามีความสามารถก็จะมีฟาสต์แทร็ก (หัวเราะ) การมาอยู่เพื่อไทย ถ้าเราคิดเพื่อให้ประเทศเปลี่ยนแปลงเราทำได้ แต่พรรคอื่นเราทำไม่ได้นะ ตรงนี้ยืนยันได้โดยเฉพาะวิธีคิดของท่านทักษิณ เวลาแกคิดโจทย์หนึ่งก็จะคิดโจทย์ที่ดีกว่าเรา เราก็คิดว่า คนอย่างนี้แหละทำให้ประเทศเจริญ"

 

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน