posttoday
มาร์คอึดอัด-ขรก.ล้ำเส้น

มาร์คอึดอัด-ขรก.ล้ำเส้น

08 กุมภาพันธ์ 2553

หลากปมปัญหาทางการเมืองที่ทำให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องตามแก้ ไม่ว่าจะเป็นการต่อต้านจากกลุ่มคนเสื้อแดง ความไม่ลงรอยในพรรคร่วมรัฐบาล แต่ยิ่งแก้ก็ยิ่งวุ่นไม่สามารถคลี่คลายได้ ล้วนแต่ทำให้เกิดความหวั่นระทึกว่ารัฐบาลจะอยู่รอดปลอดภัยไปได้นานขนาดไหน

อีกปมปัญหาที่ดูจะเป็นเหตุให้นโยบายรัฐบาลไม่อาจขับเคลื่อนตามเป้าหมาย จนมีการพูดกันว่าไร้ผลงาน นอกจากจะหาสาเหตุว่าเป็นเพราะได้รัฐมนตรีไร้ความสามารถแล้ว แต่มีเบื้องลึกบางอย่างที่นายกรัฐมนตรีไม่ค่อยบอกผ่านสาธารณะ

อย่างการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ช่วงที่ผ่านมาเป็นจังหวะเดียวที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แนบเอกสารชุดหนึ่งเกี่ยวกับบทสัมภาษณ์พิเศษนายกฯ เพื่อนำตีพิมพ์ลงสลค.สาร ฉบับรับปีใหม่

การสัมภาษณ์ครั้งนี้ไม่ธรรมดา เพราะฝ่ายสัมภาษณ์มาจากหน่วยงานสำคัญอย่างสลค. ที่เรียกว่า “แม่บ้านครม.” อีกทั้งประเด็นที่ถูกเจาะเป็นการรุกถามปัญหาการทำงานของฝ่ายการเมืองกับข้าราชการประจำ

เรียกว่าหาญกล้าถามขณะที่ผู้ตอบก็ตอบตรง

อภิสิทธิ์เปิดปมคาใจว่า ระยะเวลาที่ผ่านมาประเด็นการสื่อสารระหว่างฝ่ายการเมืองกับข้าราชการมีปัญหา

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะในหน่วยงานต่างๆ ยังยึดตามแนวคิดของหน่วยงานตัวเองมากกว่าการตัดสินใจในภาพรวม

“ขอยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม การประชุมครม. เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีมติเกี่ยวกับโครงการประกันรายได้เกษตรกร โดยอนุโลมให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ทำสัญญากับธ.ก.ส.

ในช่วงวันที่ 1630 ธ.ค. 2552 สามารถใช้สิทธิรับเงินชดเชยรายได้จากราคาอ้างอิงตามประกาศคณะอนุกรรมการกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิง ในช่วงวันที่ 115 ธ.ค. 2552

แต่วันรุ่งขึ้นหน่วยงานที่รับผิดชอบได้เสนอประกาศให้ผมลงนามโดยจะไม่ชดเชย เพราะว่าราคาอ้างอิงในช่วงวันที่ 1630 ธ.ค. 2552 ได้ปรับเพิ่มขึ้นแล้ว อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งผมต้องบอกไปว่า ผมลงนามไม่ได้ เพราะครม. มีมติออกไปใหม่แล้ว นี้แสดงให้เห็นว่ายังมีช่องว่างในการสื่อสาร” บทสัมภาษณ์นายกฯ

อีกประเด็นน่าสนใจ เมื่อมีคำถามว่าฝ่ายประจำควรให้ข้อมูลกับรัฐบาลระดับลึกขนาดไหน คำตอบนายกฯ ดูจะส่งผ่านถึงผู้บริหารหน่วยงานบางแห่งให้รู้ว่าทำงานเกินหน้าที่

“หน่วยงานหลัก เช่น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะวิเคราะห์ในเชิงโครงการ สำนักงบประมาณวิเคราะห์ในเรื่องผลกระทบของงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็นทางกฎหมายนั้น ก็มีความสำคัญทั้งนั้นและก็มีน้ำหนักทั้งสิ้น”

“แต่ก็มีประเด็นเหมือนกันว่า บางกรณีฝ่ายนโยบายมองว่าหลายครั้งการให้ความเห็นหรือข้อเสนอแนะหรือข้อมูลจากราชการประจำเกินเลย เหมือนกับจะมีความเห็นในเรื่องนโยบายเสียเอง ซึ่งก็เป็นปัญหามาทุกยุค ก็อยู่ที่ฝ่ายการเมืองว่ามีความชัดเจนเข้มแข็ง ยืนยันหรือไม่ว่าถ้าเรื่องนี้เป็นนโยบายต้องเดินตามนโยบาย เพราะที่สุดแล้วฝ่ายการเมืองก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ”

จากตรงนี้น่าจะเป็นคำตอบถึงข้าราชการ ว่าผู้นำชื่อ “อภิสิทธิ์” คิดอย่างไร เมื่อต้องมาทำงานร่วมกัน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน