posttoday
หาเสียงกับเกษตรกร

หาเสียงกับเกษตรกร

16 พฤษภาคม 2554

บัดนี้เวลาเลือกตั้งก็ใกล้เข้ามาแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ กำลังระดมเตรียมการเพื่อหาเสียงเป็นการใหญ่

บัดนี้เวลาเลือกตั้งก็ใกล้เข้ามาแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ กำลังระดมเตรียมการเพื่อหาเสียงเป็นการใหญ่

โดย..ปิติพงศ์ พึงบุญ ณ อยุธยา

ประชาชนส่วนหนึ่งก็คาดหวังกับการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะเห็นว่าเป็นทางออกที่อาจจะยุติปัญหาทางการเมืองของประเทศไทยซึ่งมีความขัดแย้งกันอย่างยืดเยื้อและมีท่าทางว่าจะไม่จบลงง่ายๆ

ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งก็ยังมองโลกในแง่ร้าย และเห็นว่าการเลือกตั้งจะไม่เกิดประโยชน์อะไรและจะยังยุติปัญหาความขัดแย้งลงไม่ได้

ผมว่าคนไทยอย่าไปโทษ หรือคิดจะพึ่งการเมืองหรือนักการเมืองแต่เพียงอย่างเดียว ดูอย่างญี่ปุ่นเป็นตัวอย่าง เขามีปัญหามากมาย เนื่องมาจากปัญหาการเมือง (นักการเมืองลาออกบ่อย เพราะเมื่อดำเนินงานผิดพลาดเขาจะลาออก ผิดกับของเรานิดหน่อย) ปัญหาเศรษฐกิจ และครั้งสุดท้ายโศกนาฏกรรมจากภัยธรรมชาติ สึนามิ เขายังไม่เห็นโทษใครหรือแตกแยกกัน

ตรงกันข้ามกลับร่วมมือร่วมใจกันแก้ปัญหาไปด้วยความกล้าหาญและมั่นคง และยึดแนวทางพึ่งตนเองมาตลอด

เรามาช่วยกันยึดหลัก อัตตาหิ อัตตโนนาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนไว้ร่วมกันสร้างความสามัคคีไว้เถิดครับ ชาติไปได้ด้วยเราเอง ส่วนเรื่องการเมืองนั้นผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับคนไทยนั่นแหละ เราต้องสนอกสนใจกับการเลือกคนที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ทั้งทางฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร

พรรคการเมืองเขามีหน้าที่ส่งผู้สมัคร สส.ของเขามาให้เราเลือกเอง (ถ้าไม่ชอบก็ไม่เลือกใครก็ได้ แต่ก็คงจะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง) จะได้คนดีหรือไม่ก็อยู่ที่ว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศเลือกใคร เขาว่ากันว่า สส.ประเทศใดเป็นอย่างไร ก็สะท้อนให้เห็นความคิดของคนในประเทศนั้น!!!

เอาว่าแต่ละประเทศก็มีคนกลุ่มต่างๆ ที่เป็นฐานเสียงพรรคการเมือง เช่น ชนชั้นกลาง คนในเมือง แรงงาน กลุ่มคนหนุ่มสาว ฯลฯ คนกลุ่มใหญ่ของประเทศกลุ่มหนึ่งของเราก็คือเกษตรกร แม้จะมีขนาดเล็กลง และประกอบไปด้วยผู้สูงอายุและผู้เยาว์เป็นจำนวนมาก เนื่องจากผู้อยู่ในวัยแรงงานในชนบทได้เริ่มอพยพเข้ามาหางานในเมืองมาหลายปีแล้วอย่างต่อเนื่อง

ถ้านับจำนวนผู้เป็นเกษตรกรในชนบทอาจมีขนาดลดลงไปบ้าง เพราะคนที่เข้ามาทำงานในเมืองบางคนก็ย้ายภูมิลำเนาไป แต่บางคนก็ไม่ย้าย ต้องกลับบ้านไปเลือกตั้ง ฉะนั้นคนกลุ่มใหญ่กลุ่มนี้จึงยังเป็นคนส่วนหนึ่งที่ชี้ชะตาของพรรคการเมือง สส.และประเทศของเราในอนาคตอันไม่ไกลนี้

ถ้าพรรคการเมืองและผู้สมัครเป็น สส. มีความจริงใจต่อเกษตรกร ต้องนำเสนอนโยบายที่เกี่ยวกับเกษตรกรเสียตั้งแต่เริ่มการหาเสียงเพื่อให้เกษตรกรสามารถพิจารณาได้เองว่าจะเลือกใครเป็น สส. และพรรคใดที่เสนอนโยบายถูกใจเกษตรกร

ถ้าพรรคการเมืองและผู้สมัคร สส.มีความจริงใจต่อเกษตรกร ต้องเสนอนโยบายกับเกษตรกรอย่างง่ายๆ ชัดเจน ไม่คลุมเครือ เพื่อให้เกษตรกรเข้าใจและตัดสินใจได้ ต้องไม่ใช้วาทศิลป์หรือใช้วิธีโจมตีผู้อื่นแต่เพียงอย่างเดียว (คงห้ามไม่ได้เพราะทุกคนก็ชอบฟังอยู่เหมือนกัน) แต่ต้องประชาสัมพันธ์นโยบายที่เกี่ยวกับเกษตรกรอย่างสร้างสรรค์ควบคู่ไปด้วยเพื่อให้คนกลุ่มใหญ่กลุ่มนี้ได้มีการตัดสินใจในการลงคะแนนเสียง โดยใช้ความรู้ ความคิดเป็นหลักจึงจะเป็นธรรมแก่ผู้ให้คะแนนกลุ่มนี้อย่างแท้จริง

ผมเห็นว่านโยบายพรรคการเมืองและผู้สมัคร สส.ในขั้นการหาเสียงมีความสำคัญกับเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นเรื่องที่ผู้หาเสียงพูดกับเกษตรกรโดยตรง สำคัญกว่าในขั้นการเขียนนโยบายในขั้นตั้งรัฐบาลหลังจากการเลือกตั้งผ่านไปแล้ว

แม้นโยบายในการใช้หาเสียงจะไม่มีการเขียนไว้เป็นหลักฐานเช่นเดียวกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องเขียนหลังจากได้รับการเลือกตั้งแล้ว แต่ก็เป็นเสมือนสัญญาประชาคมที่ต้องปฏิบัติ มิฉะนั้นชาวบ้านก็อาจทวงถามเอากับ สส.หรือพรรคการเมืองได้ในภายหลัง การเขียนนโยบายในขั้นการจัดตั้งรัฐบาลนั้นเป็นเพียงเรื่องทางเทคนิค เพื่อขอความไว้วางใจในการจัดตั้งรัฐบาลมากกว่า

ผู้ออกเสียงเลือกตั้งก็คงทำอะไรไม่ได้แล้วในช่วงการตั้งรัฐบาล เพราะมอบให้ สส.และพรรคการเมืองเป็นผู้ดำเนินการหรือกำกับดูแลการจัดตั้งรัฐบาลและการดำเนินการของรัฐไปแล้ว

นโยบายพรรคการเมืองและผู้สมัคร สส.ในการหาเสียงกับเกษตรกรควรจะประกอบด้วยนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาดังนี้

1.ปัญหาเกี่ยวกับสวัสดิการ

ดังกล่าวมาแล้วว่าแรงงานจำนวนมากได้เคลื่อนย้ายมาอยู่ในเมือง โดยจะย้ายภูมิลำเนาหรือไม่ก็ตาม แต่ผู้สูงอายุและลูกหลานของแรงงานเหล่านั้นยังอยู่ในชนบท และบางกรณีก็ยังประกอบอาชีพเกษตรกรรมการให้บริการโดยเฉพาะทางด้านสาธารณสุขของผู้สูงอายุ และการศึกษาของเด็กในวัยเรียนที่เป็นบุตรหลานเกษตรกรควรมีการปรับปรุงอย่างไร

นอกจากนั้น เนื่องจากผู้สูงอายุและผู้เยาว์ไม่สามารถใช้แรงงานประกอบอาชีพเกษตรกรรมด้วยตนเองเช่นคนในวัยแรงงานได้ จึงต้องจ้างงาน ทั้งหว่าน ไถ ปลูก เก็บเกี่ยว ซึ่งเกษตรกรส่วนหนึ่งที่ไม่โยกย้ายไปทำงานในเมืองก็ยังรับจ้างใช้แรงงานอยู่ในไร่นา แรงงานภาคเกษตรที่รับจ้างงานเหล่านี้แทบจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จากกฎหมายแรงงานเลย ต้องเคลื่อนย้ายไปเรื่อยๆ พรรคการเมือง และผู้สมัคร สส. จะจัดการช่วยคนกลุ่มนี้อย่างไร

2.เท่าที่ผ่านมายังไม่มีคำตอบที่เป็นที่น่าพอใจว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างยั่งยืนอย่างไร ทั้งๆ ที่รัฐบาลที่ผ่านมาก็ประกาศจะช่วยเหลือเกษตรกรตลอดมา พรรคการเมืองและผู้สมัคร สส. ปัญหาความเสี่ยง ซึ่งประกอบด้วยสาเหตุนานาประการ ควรกำหนดนโยบายที่จะแก้ปัญหาต่างๆ ดังนี้

2.1 การผูกขาดสินค้าที่ปัจจัยการผลิตทางการเกษตรบางประเภท เช่น ปุ๋ย พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ พันธุ์สัตว์น้ำ ระดับราคาปัจจัยการผลิตที่ไม่มีเสถียรภาพ และบางครั้งคุณภาพปัจจัยการผลิตไม่มีมาตรฐาน

2.2 ปัญหาที่ดินทำกิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ครอบครองที่ดินของรัฐเพื่อทำการเกษตรในภาคเกษตรกรรม หรือปัญหาที่ทำการประมงของชาวประมงพื้นบ้านที่หากินอยู่ตามแนวชายฝั่ง

2.3 แหล่งทุน โดยเฉพาะแหล่งทุนเพื่อกิจกรรมการลงทุนการเกษตรระยะยาว เช่น การปศุสัตว์ การประมง การปลูกผลไม้ ไม้ยืนต้น ไม้ป่าอายุยาว การทำนุบำรุงดิน การสร้างอาคารชลประทานในระดับฟาร์ม ตลอดจนปัญหาเรื่องหลักทรัพย์ค้ำประกันที่สถาบันการเงินต้องการที่เกษตรกรไม่มี เช่น ที่ดิน หรือเคยมีแต่สูญเสียไปแล้ว เนื่องจากการประกอบอาชีพประสบภัยธรรมชาติหรือล้มเหลว

2.4 ความเสี่ยงในเรื่องระดับราคา โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาผลิตผลในระดับฟาร์ม ซึ่งเกี่ยวพันกับการจัดการสต๊อกของรัฐบาล หรือเอกชนที่รัฐบาลเคยมอบหมาย หรือการกำหนดราคาในระดับที่เหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมามีแต่ข่าวที่ไม่ค่อยดีนัก และไม่มีใครประเมินผลจริงๆ จังๆ

2.5 การจัดการความเสี่ยงอื่นๆ เช่น การประกันความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ในกิจกรรมการเกษตรบางประเภทที่น่าจะทำได้ หรือความเสี่ยงจากการถูกเอาทรัพย์จำนองโดยธนาคารพาณิชย์ อันเกิดจากการประกอบอาชีพการเกษตรล้มเหลว โดยเกษตรกรไม่มีเจตนาจะไม่ชำระหนี้ปัญหาการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม

3.ซึ่งเป็นปัญหาของชาติไม่เฉพาะเจาะจงแต่เพียงกลุ่มเกษตรกรเท่านั้น แต่โดยธรรมชาติของผู้ประกอบอาชีพการเกษตร มักจะอยู่ห่างไกลข้อมูลข่าวสาร อยู่ไกลที่ตั้งของหน่วยบริการและองค์ความรู้เกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย คนกลุ่มนี้ถือได้ว่าเป็นกลุ่มที่ถูกเอารัดเอาเปรียบมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง

การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมจึงเป็นวิกฤตในการดำรงชีวิตของเกษตรกร ซึ่งสะท้อนให้เห็นในรูปแบบต่างๆ เช่น การสูญเสียที่ดิน การถูกฉ้อโกงโดยวิธีการต่างๆ ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนในชนบท ฯลฯ

4.ถ้าการเมืองจะดี คนกลุ่มใหญ่จะต้องมีสิทธิมีเสียง และการมีสิทธิมีเสียงนั้นก็ต้องมีพื้นฐานในการรับรู้ว่าจะใช้สิทธิใช้เสียงสนับสนุนผู้สมัคร สส. หรือพรรคการเมืองใด ด้วยเหตุผลใด ซึ่งก็เป็นธรรมดาที่ผู้มีสิทธิจะใช้สิทธิลงคะแนนเสียงให้กับบุคคลหรือพรรคการเมืองที่จะปฏิบัติให้เป็นประโยชน์แก่ตนที่สุด เกษตรกรซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่คงต้องพยายามสดับรับฟังการหาเสียงของพรรคการเมือง และผู้ที่ต้องการเป็น สส. อย่างตั้งอกตั้งใจ ต้องช่วยกันวิเคราะห์ว่าใครมีผลงาน ใครจริงใจ ใครมีแนวทางที่ดีที่จะช่วยเหลือเกษตรกร ขอให้เกษตรกรช่วยกันเป็นพลัง

ที่สำคัญที่จะเลือก สส. และพรรคการเมืองที่มีนโยบายแก้ไขปัญหาและมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน จริงจัง ให้คนเหล่านี้ได้เข้าไปทำงานในสภา และเป็นรัฐบาลของเรา อย่าไปฟังเรื่องทะเลาะเบาะแว้งการรับปากอย่างลมๆ แล้งๆ หรือพวกคนที่สิ้นหวังหรือคนที่มีแนวคิดสุดโต่ง

ขอให้ช่วยกันฟังนโยบายที่เป็นประโยชน์กับเกษตรกรและลงคะแนนเสียงเลือกพรรคการเมืองและผู้สมัคร สส. ที่มีแนวทางช่วยเกษตรกรที่ชัดเจน เราคงจะได้คนและพรรคการเมืองที่จะไปช่วยให้คุณภาพชีวิตของชาวเกษตรกรดีขึ้นบ้าง

ฝ่ายพรรคการเมืองและผู้สมัคร สส. ช่วยสร้างนโยบาย ช่วยเสนอคนดีๆ ให้เกษตรกรมีโอกาสเลือกด้วยเถิดครับ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI