
อย่าทำลายภูมิปัญญาไทย
...สมผล ตระกูลรุ่ง
ยารักษาโรค เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์
คนไทยเราอยู่กันมาได้หลายร้อยปีด้วยภูมิปัญญาไทย การแพทย์แผนไทย เราเพิ่งจะใช้การแพทย์แผนฝรั่ง เมื่อร้อยปีเศษมานี้ และดูเหมือนว่า เราจะเห่อการแพทย์แผนใหม่จนลืมการแพทย์ดั้งเดิมของไทย ที่ปัจจุบันกลายสภาพเป็นแพทย์ทางเลือกไปเสียแล้ว
อะไรทำให้แพทย์แผนไทยเกือบจะสูญหายไปจากคนไทย
ถ้าจะพูดอย่างไม่เกรงใจก็ต้องบอกว่า เพราะคนไทยด้วยกันเองที่ไม่รู้จริง และชอบดูถูกภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ เห็นการแพทย์ไทยเป็นของล้าสมัย
หากเปรียบเทียบการแพทย์แผนไทยกับการแพทย์แผนจีน จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนว่า การแพทย์แผนจีนพัฒนาไปไกล ทำรายได้ให้กับประเทศมหาศาล ขณะที่แพทย์แผนไทยเกือบจะสูญหายไปจากแผ่นดิน เหลือเพียงการนวดที่เอาไว้ผ่อนคลาย ไม่ใช่การรักษา
กรณีป้าเช็งหรือซุปเปอร์เช็งที่ทำน้ำหมักขาย เป็นข่าวใหญ่ในสื่อต่างๆ กำลังถูกดำเนินคดีหลายข้อหา เป็นกรณีศึกษาที่ไม่ควรมองข้าม
ผมเองแม้จะนิยมการแพทย์แผนโบราณ ไม่ว่าแผนไทยหรือแผนจีน แต่ก็ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยใช้น้ำหมักของป้าเช็ง และไม่เคยได้ยินกิตติศัพท์มาก่อน
ผมติดตามข่าวด้วยความเป็นห่วงภูมิปัญญาไทย ที่กำลังจะไม่มีที่ยืนบนผืนแผ่นดินไทยแล้วอันเนื่องมาจากความใจแคบของแพทย์แผนฝรั่ง
และเป็นที่คาดหมายได้ว่าป้าเช็งจะถูกตั้งข้อหาผลิตยาโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ผ่านอย. ไม่มีใบประกอบโรคศิลปะ ตั้งสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ฯลฯ
เรื่องราคาขายน้ำหมักเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ผมสนใจการจับกุมและห้ามจำหน่ายน้ำหมักของทางการ โดยอ้างว่าจากการนำน้ำหมักไปตรวจ สอบทางห้องปฏิบัติการ พบเชื้อแบคทีเรียกว่า 20 ชนิด และไม่พบว่ามีสารใดที่จะรักษาโรคได้ แล้วสรุปว่าเป็นการหลอกลวง
ผมคิดว่า เหตุผลที่ อย.ใช้ในการกล่าวหาผู้กระทำความผิดนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความใจแคบของ อย.
อย.กำลังเข้าใจว่า วิธีการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ของ อย. รอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกได้ หากเป็นเช่นนั้นจริง ยาแผนปัจจุบันคงไม่เกิดอันตรายใดๆ กับคน
ผมยังจำได้ว่า เมื่อประมาณ 20 ปีมาแล้ว มียาชนิดหนึ่ง ชื่อ เตตร้าไซคลิน เกือบจะเป็นยาครอบจักรวาลที่ใช้รักษาการอักเสบ แต่ใช้ไปได้ระยะหนึ่งก็ถูกห้ามใช้ เนื่องจากเกิดผลข้างเคียงทำให้ฟันเหลือง มีผลต่อกระดูก โดยเฉพาะเด็ก ปัจจุบันน่าจะไม่มียาชนิดนี้ขายอยู่ในท้องตลาดแล้ว
แล้วผู้คนที่ใช้ไปแล้ว รวมถึงผมจะไปร้องขอความเป็นธรรมได้จากใครหรือไม่
ยาฝรั่ง ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการรักษา ถ้าจะถามว่า คนไข้เคยตายจากยาฝรั่งหรือการแพทย์แผนปัจจุบันบ้างหรือไม่ ยาฝรั่งที่ใช้ไม่ได้ผลมีบ้างไหม ซึ่งการที่คนไข้ตายหรือได้รับอันตรายจากการรักษา จึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เพราะโรคบางโรค เทวดาก็รักษาไม่ได้ และเป็นธรรมชาติที่การทำงานใดๆ ย่อมเกิดความผิดพลาดได้เสมอ
ผมเคยแสดงความคิดเห็นมาหลายครั้งว่า กฎหมายที่ยอมรับแต่แพทย์ฝรั่ง ทำลายแพทย์แผนไทยได้ในชั่วข้ามคืน
กฎหมายควบคุมการประกอบโรคศิลปะ เป็นกฎหมายที่ยอมรับแต่การแพทย์ฝรั่ง ฉะนั้น ผู้ที่จะเป็นหมอที่ถูกต้องคือต้องจบแพทย์แผนฝรั่ง
แพทย์แผนไทยหรือแพทย์พื้นบ้าน ที่เคยรักษากันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ กลายเป็นหมอเถื่อนไปทันทีที่มีการใช้กฎหมาย
ความใจแคบของแพทย์แผนฝรั่ง คือการไม่ยอมรับแพทย์แผนไทย โดยมองว่าไม่มีหลักวิชาการ ไม่ถูกต้องตามหลักอนามัย (ของฝรั่ง)
ผมทราบจากแพทย์จีน (แพทย์จีนยุคใหม่ที่จบจากมหาวิทยาลัยแพทย์จีน) ว่า ที่ประเทศจีนรักษาการแพทย์แผนจีนไว้ได้อย่างมั่นคง เพราะเขาคำนึงถึงผลการรักษา ไม่ได้เอาความรู้ในกะลาของคนใดคนหนึ่ง ไปวัดความรู้ของอีกกะลาหนึ่ง แล้วตัดสินว่า การรักษาของคนอื่นไม่ได้ผล
ในสมัยพุทธกาล หมอชีวกโกมารภัจจ์ หมอที่เก่งกว่าหมอในปัจจุบัน ผ่าตัดสมองได้แล้ว เป็นหมอที่รักษาพระพุทธเจ้า ในระหว่างที่ไปศึกษากับอาจารย์แพทย์ทิศาปาโมกข์ สำนักตักศิลา ก่อนสำเร็จการศึกษา อาจารย์ให้ขึ้นเขาไปดูว่า มีสิ่งใดไม่ใช่ยาบ้าง ปรากฏว่า ตั้งแต่หมอชีวกออกจากสำนัก เดินขึ้นเขาจนกลับมาที่สำนัก ยังไม่พบสิ่งใดที่ไม่เป็นยา อาจารย์บอกว่า เรียนสำเร็จ จบการศึกษาแล้ว
ฉะนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเรา ล้วนเป็นยาทั้งสิ้น เพียงแต่เราโง่เซ่อ ไม่มีความรู้พอที่จะบอกได้ว่า เป็นยาอะไร มีสรรพคุณอย่างไร แต่อวดรู้ไปบอกว่า ไม่มีสรรพคุณรักษาโรค
พระพุทธเจ้าท่านก็มีตำรับยาสำหรับพระภิกษุ คือ น้ำมูตรคูตร ซึ่งก็คือน้ำหมักดองนั่นเอง ซึ่งปัจจุบัน คือน้ำหมักชีวภาพที่ใช้ประโยชน์อย่างมากมายในปัจจุบัน โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
ผมดูข่าวเห็นว่าป้าเช็งแกท้าให้ทดสอบได้ อย.ก็น่าจะเปิดใจกว้างๆ รับคำท้า หรือลองหาสถิติการรักษาว่า ของป้าเช็งมีคนป่วยที่หายมีจำนวนเท่าใด ผู้ที่ไม่หายมีจำนวนเท่าใด จะได้พิสูจน์กันด้วยของจริง
และถ้าจะให้ดี ลองเปรียบเทียบกับการรักษาตามแผนฝรั่งดู บางทีอาจได้ตัวเลขที่น่าสนใจก็ได้
อย่ามองคนอื่นด้วยใจที่คับแคบ เพราะท่านกำลังทำลายภูมิปัญญาไทย







