posttoday
3พรรคจัดหนักกินโต๊ะเพื่อไทยอีสาน

3พรรคจัดหนักกินโต๊ะเพื่อไทยอีสาน

11 พฤษภาคม 2554

สมรภูมิเลือกตั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน ยังเป็นพื้นที่ซึ่งน่าจับตามากที่สุด ไม่เพียงแต่จำนวน สส.ที่มากสุดถึง 126 คน แต่ทุกพรรคยังคงทุ่มสรรพกำลังเพื่อช่วงชิงพื้นที่นี้....

สมรภูมิเลือกตั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน ยังเป็นพื้นที่ซึ่งน่าจับตามากที่สุด ไม่เพียงแต่จำนวน สส.ที่มากสุดถึง 126 คน แต่ทุกพรรคยังคงทุ่มสรรพกำลังเพื่อช่วงชิงพื้นที่นี้....

โดย...ทีมข่าวภูมิภาค

สมรภูมิเลือกตั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน ยังเป็นพื้นที่ซึ่งน่าจับตามากที่สุด ไม่เพียงแต่จำนวน สส.ที่มากสุดถึง 126 คน แต่ทุกพรรคยังคงทุ่มสรรพกำลังเพื่อช่วงชิงพื้นที่นี้ให้ได้มากที่สุด

ผลการสำรวจความนิยมพรรคการเมืองต่างๆ ของศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พบว่า คนภาคอีสานจะเลือกพรรคเพื่อไทยมากที่สุด 63.9% พรรคประชาธิปัตย์ 20.7% พรรคภูมิใจไทย 9.1% พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 5.3%

ด้าน “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ระบุถึงการเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อว่า ประชาชน 35.41% ระบุว่าเลือกพรรคเพื่อไทย รองลงมา 24.69% เลือกพรรคประชาธิปัตย์ และ 3.33% เลือกพรรคภูมิใจไทย ขณะที่ยังมีกลุ่มตัวอย่างอีก 36.24% ยังไม่ทราบและไม่แน่ใจว่าจะเลือกพรรคใด

หากย้อนกลับไปยังการเลือกตั้งในปี 2550 พบว่า พรรคพลังประชาชน ที่แปรสภาพมาจากพรรคไทยรักไทยเดิม ยังคงรักษาพื้นที่ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ครองเก้าอี้ สส.ไว้ได้ถึง 124 ที่นั่ง จากจำนวน สส.ภาคอีสานทั้งหมด 136 คน

แม้ภายหลังคำพิพากษายุบพรรคในช่วงปลายปี 2551 ซึ่งทำให้ต้องเปลี่ยนเป็นพรรคเพื่อไทย และทำให้ สส.กลุ่มนายเนวิน ชิดชอบ แตกตัวออกมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย แต่ภาพรวมแล้วก็ยังถือว่าภาคอีสานเป็นพื้นที่ยึดครองของพรรคเพื่อไทยอย่างเหนียวแน่น

ดังนั้น จึงไม่แปลกหากผลการสำรวจจะพบว่าพรรคเพื่อไทยยังได้รับเสียงสนับสนุนจากคนอีสานเหนือกว่าพรรคการเมืองอื่นๆ แต่ประเด็นที่น่าจับตาคือ กลุ่มที่ยังไม่เทใจให้กับพรรคหนึ่งพรรคใด ซึ่งเป็นฐานเสียงที่จะต้องช่วงชิง

3พรรคจัดหนักกินโต๊ะเพื่อไทยอีสาน

สมรภูมิเลือกตั้งอีสานครั้งนี้ จึงเป็นการงัดข้อกันระหว่าง 3 พรรค 2 ขั้ว ขั้วแรก คือเพื่อไทย อีกขั้วหนึ่งเป็นพันธมิตร 2 พรรค คือ ประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย ขณะที่พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ภายใต้บังเหียนซึ่งถือไว้โดยนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ขอเพียงสอดแทรกในบางพื้นที่เท่านั้น

พรรคเพื่อไทยในฐานะแชมป์เก่าเจ้าของพื้นที่ ยังคงได้รับอานิสงส์จาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และชูถ้อยคำ “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” เป็นคติพจน์คำขวัญรณรงค์หาเสียง

พื้นที่หัวใจของพรรคเพื่อไทย ที่คาดว่าคงจะต้องทุ่มเทรักษาเอาไว้อย่างเหนียวแน่น อาทิ จ.ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด อุดรธานี จะเห็นได้ว่าช่วงที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินและวิดีโอลิงก์มายังเวทีปราศรัยในพื้นที่เหล่านี้ทุกครั้ง โดยเปิดประเด็นที่เป็นนโยบาย รวมถึงโจมตีพรรคฝ่ายตรงกันข้าม ซึ่งคาดว่ายิ่งใกล้วันเลือกตั้งเข้าไปเท่าไหร่ พ.ต.ท.ทักษิณน่าจะเพิ่มดีกรีความร้อนแรงของการปราศรัยขึ้นไปเรื่อยๆ โดยมีร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ขุนพลฝีปากกล้า นำทีมภาคสนาม

ด้านพรรคภูมิใจไทย การได้คุมกระทรวงใหญ่อย่างมหาดไทย ทำให้ที่ผ่านมาสามารถจัดวางกำลังในโครงข่ายการปกครองไว้อย่างหนาแน่น ดังนั้นการแซะเก้าอี้เดิมของเพื่อไทยก็ไม่ใช่เรื่องยาก ในห้วงที่ยังไม่มีการประกาศรายชื่อผู้สมัครเป็นทางการ คาดว่าภูมิใจไทยคงต้องระดมเงินทุนมากโข เพื่อดึงดูด สส.จากพรรคคู่แข่งให้ย้ายมาสวมเสื้อสีน้ำเงิน โดยเฉพาะ สส.ในสังกัดพรรคเพื่อไทยเจ้าของพื้นที่เดิม ซึ่งจะเน้นในพื้นที่ซึ่งกระแสเสื้อแดงไม่หนาแน่น

พื้นที่เป้าหมายของภูมิใจไทย นอกจากบุรีรัมย์ฐานเสียงสำคัญแล้ว ยังขยายไปยังจังหวัดใกล้เคียง อาทิ สุรินทร์ ยโสธร ซึ่งตั้งเป้าหมายว่าจะกวาดหมดทุกที่นั่ง ขณะเดียวกันน่าจะมีหวังแซะเก้าอี้เพิ่มได้ใน จ.ศรีสะเกษ มหาสารคาม นครพนม ขอนแก่นซึ่งเป็นพื้นที่ของนายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ประธาน สส.พรรค ส่วน จ.บึงกาฬ มี ทรงศักดิ์ ทองศรี รับหน้าที่บัญชาการ และ จ.นครราชสีมา ภายใต้การคุมเกมของนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองหัวหน้าพรรค ที่พ่วงตำแหน่ง รมช.มหาดไทย

ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ บุญจงหมายมั่นพื้นที่นครราชสีมาไว้สูง จากการดึงกลุ่มตระกูลเชิดชัยจากพรรคเพื่อไทยให้ย้ายมาร่วมทีมกับเสื้อสีน้ำเงินได้สำเร็จจากการประสานของเนวิน ทำให้ภูมิใจไทยมั่นใจอย่างยิ่งว่าน่าจะได้เก้าอี้ สส.เมืองย่าโมเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 5 เก้าอี้ จากที่มีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว 6 คน

ด้านพรรคประชาธิปัตย์ จากเดิมที่มีจำนวน สส. 5 คน ประกอบด้วย อุบลราชธานี 3 คน อีก 2 คนจาก จ.ยโสธร และอำนาจเจริญ ยุทธศาสตร์ขั้นแรก คือรักษาฐานเดิมไว้ให้มั่น จากนั้นก็คาดหวังที่จะขยายพื้นที่ออกไปยังจังหวัดอื่นๆ อาทิ การดึงตัว ไชยยศ จิรเมธากร สส.อุดรธานี พรรคเพื่อแผ่นดิน ซึ่งมีดีกรี รมช.ศึกษาธิการพ่วงด้วย ให้กลับพรรคประชาธิปัตย์บ้านเก่าได้สำเร็จ รวมถึงการดึงตัว ฉลาด ขามช่วง สส.ร้อยเอ็ด จากพรรคเพื่อไทย มาได้อีก 1 คน ซึ่งต้องดูว่าเพื่อไทยจะยอมสูญเสียเก้าอี้ในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นฐานกำลังของตัวเองไปหรือไม่

ขุนพลเสื้อสีฟ้า ซึ่งควบคุมกำกับการเลือกตั้งภาคอีสาน ได้แก่ บัญญัติ บรรทัดฐาน ไตรรงค์ สุวรรณคีรี และวิฑูรย์ นามบุตร โดยมี สุทัศน์ เงินหมื่น ดูแลพื้นที่ จ.มุกดาหาร นครพนม สกลนคร และอุดรธานี พุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย รับผิดชอบพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ส่วนสนามหินเมืองย่าโม เป็นหน้าที่ของ พ.อ.วินัย สมพงษ์

ศึกครั้งนี้ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ถึงขนาดมั่นใจ ประกาศลั่นให้จดแปะข้างฝาไว้ได้เลยว่า พรรคแม่พระธรณีจะได้ที่นั่ง สส.อีสานเพิ่ม

ด้านยุทธศาสตร์ของพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ซึ่งแม้ชื่อจะเป็นน้องใหม่ แต่เนื้อในทีมงานล้วนมากประสบการณ์มานาน เกมรณรงค์หาเสียงจึงเน้นการรู้เขารู้เรา ไม่เข้าปะทะหักหาญโดยตรง ซึ่งจะทำให้เจ็บตัวโดยเปล่าประโยชน์ การเบียดแซะแบ่งสันที่นั่งจากพรรคใหญ่ จึงเป็นทางเลือกที่ทำให้มั่นใจได้มากว่าที่นั่ง สส.ดังคาดหวังนั้นไม่ไกลเกินฝัน

พื้นที่ทำเลที่หมายตาไว้ อาทิ นครราชสีมา ที่มี สุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นหัวเรือใหญ่ ขณะที่ พินิจ จารุสมบัติ รับหน้าที่บัญชาการสนามเลือกตั้งอีสานเหนือ อาทิ อุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย เลย มุกดาหาร สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม และร้อยเอ็ด ส่วนพื้นที่อีสานใต้ฐานใหญ่สีน้ำเงิน หมายตาไว้ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และยโสธร มี ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ เป็นแม่ทัพ

แต่ตัวแปรที่ต้องจับตาสำหรับชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินก็คือ การเสียชีวิตของ ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี ซึ่งอาจทำให้เครือข่ายฐานเสียงท้องถิ่นที่เคยขึ้นกับ ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ อาจแปรพักตร์ไปช่วยเหลือพรรคอื่น

หลังจากนี้คงต้องจับตาทีเด็ดขั้นต่อไป นั่นคือการเปิดตัวผู้สมัครของแต่ละพรรคอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะทำให้เห็นกันได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นว่าใครจะได้ตามเป้าที่ฟุ้งฝันเอาไว้หรือไม่

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน