
โลกมองไทย
ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทางการไทยได้ดำเนินการปิดสถานีวิทยุชุมชนท้องถิ่นถึง 13 สถานี
ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทางการไทยได้ดำเนินการปิดสถานีวิทยุชุมชนท้องถิ่นถึง 13 สถานี
ในระหว่างการเคลื่อนไหวชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลของกลุ่มคนเสื้อแดง
สำหรับข้อกล่าวหาที่ใช้เป็นเหตุผลในการดำเนินการปิดสถานีวิทยุเหล่านี้ก็คือ การดำเนินงานแบบผิดกฎหมายและเผยแพร่เนื้อหาที่กระทบกระเทือนต่อชื่อเสียงของสถาบันของประเทศ
อย่างไรก็ตาม บรรดานักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน นำโดยกลุ่มฮิวแมน ไรท์ วอทช์ กลับเห็นว่า การกระทำดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการจำกัดสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน เพื่อไม่ให้มีการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ในช่วงก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไป
ไบรอัน อดัมส์ ผู้อำนวยการบริหารของกลุ่มฮิวแมน ไรท์์ วอทช์ ประจำภูมิภาคเอเชีย ในกรุงเทพฯ ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุวอยซ์ ออฟ อเมริกา โดยเรียกร้องให้ทางการไทยยกเลิกคำสั่งการปิดสถานี และอนุญาตให้สถานีดำเนินงานต่อไปได้ตามปกติ
“สถานีเหล่านั้นเพียงแค่แสดงความเห็นอย่างสงบเท่านั้น ขณะที่เหตุผลที่ใช้ปิดสถานีดูจะมีสาเหตุหลักเพียงแค่ความต้องการของรัฐที่จะปิดปากสื่อไม่ให้วิจารณ์รัฐบาลอย่างก้าวร้าวรุนแรงมากเกินไปเท่านั้น” อดัมส์ กล่าว
ในส่วนของข้อกล่าวหาที่ระบุว่า ทำให้สถาบันเสื่อมเสียนั้น อดัมส์ มองว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นเพียงแค่เกมทางการเมืองที่รัฐบาลนำมาใช้เป็นเงื่อนไขในการจัดการศัตรูทางการเมืองมากกว่า
ทั้งนี้ ในทัศนะของนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน บทบาทของสถานีวิทยุชุมชนมีส่วนสำคัญอย่างมากในการเป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชนทั่วๆ ไป ที่ไม่สามารถเข้าถึงสื่อกระแสหลักได้
ดังนั้น การกระทำดังกล่าวของรัฐบาลไทยในปัจจุบัน จึงไม่ต่างอะไรกับภาพสะท้อนในยุคของรัฐบาลทักษิณ ที่ใช้อำนาจในการควบคุมสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน หรือเผลอๆ อาจจะแย่กว่าเสียด้วย







