
ประเด็นร้อน 3 พ.ค.
ร้อนสุดต้องจับตาการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดส่งท้ายที่จะมีการทิ้งทวนกว่าแสนล้านบาท เตรียมพร้อมยุบสภา ตั้งทีมที่ปรึกษาสู้คดีศาลโลกชิงปราสาทพระวิหาร
ร้อนสุดต้องจับตาการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดส่งท้ายที่จะมีการทิ้งทวนกว่าแสนล้านบาท เตรียมพร้อมยุบสภา ตั้งทีมที่ปรึกษาสู้คดีศาลโลกชิงปราสาทพระวิหาร
1.ประเด็นร้อนวันนี้มุ่งหน้าไปที่อาคารรัฐสภากับการประชุม ครม. นัดส่งท้ายก่อนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะประกาศยุบสภา ว่ากันว่ามีกว่า 120 วาระที่กระทรวงต่างๆ ส่งเข้าห้องประชุม อุดมไปด้วยตัวเงินรวมกันกว่าแสนล้านบาท แม้นายกฯ ปรารภไว้ก่อนหน้านี้ให้แต่ละกระทรวงไปหารือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) จัดวาระพิจารณาอย่างรอบคอบตามความจำเป็นแต่สุดท้ายเคาะออกมามีวาระพิจารณาถึง120 วาระ ไม่นับรวมวาระเพิ่มเติมที่จะเข้ามาอีกในเช้าวันนี้ จับตาอภิมหาวาระครม. โดยเฉพาะการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพที่ส่งตรงเข้ามาขอซื้อรถถังยูเครน วงเงินกว่า 7,000 ล้านบาท จะผ่านฉลุยหรือไม่ รวมถึงบรรดาวาระซุกซ่อน อาทิ โครงการจัดหาเรือดำน้ำ จะใช้โอกาสนี้ดันเข้า ครม.ทันหรือไม่
2.ด้านเศรษฐกิจตลาดทุนนั้น นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง บอกว่ามีการลดภาษีและค่าธรรมเนียมเพื่อสนับสนุนการพัฒนาตลาดทุนไทย 5 เรื่อง คือ การกำหนดโครงสร้างภาษีพันธบัตรอิสลาม หรือซูคุก การยกเว้นภาษี Capital Gain กรณีบุคคลธรรมดาสำหรับการขายหลักทรัพย์กรณีนักลงทุนไทยไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์อาเซียนการปรับปรุงหลักเกณฑ์การออกจาก PVD จากการเกษียณอายุเป็น 55 ปี และเป็นสมาชิกของ PVD เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี การกำหนดภาษีเกี่ยวกับการควบรวมกิจการ เรื่อง Shares Swap และการคงสิทธิประโยชน์ทางภาษีกรณีบริษัทได้รับการลดอัตรา และการให้หัก WHT 10% สำหรับเงินปันผลที่ได้รับ และสามารถเลือกไม่นำมาร่วมคำนวณได้สำหรับบริษัทต่างประเทศที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย
3.ส่วนความพร้อมการเลือกตั้งนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)วางกฎระเบียบกติกาเรียบร้อย จากนี้ให้แต่ละพรรรคถือปฏิบัติ ขณะเดียวกันก็ชงเรื่องเข้า ครม.ของบประมาณ 3,800 ล้านบาท มาใช้ในการเลือกตั้ง
4.สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาหยุดยิงไปแล้ว แต่ไม่อาจไว้วางใจลีลาเขมร ต้องติดตามการตัดสินใจจากฝ่ายนโยบายในการนำประชาชนคืนสู่ภูมิลำเนา ส่วนด้านนโยบายกับการชิงไหวชิงพริบตีความข้อกฎหมายชิงปราสาทพระวิหารหลังกัมพูชายื่นเรื่องฟ้องศาลโลกนั้น กระทรวงการต่างประเทศชง ครม.เช่นกัน เสนอแต่งตั้งที่ปรึกษากฎหมายเพื่อเป็นคณะทำงานด้านกฎหมายกรณีปราสาทพระวิหาร 3 คน ล้วนแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเป็นทนายชาวฝรั่งเศส แคนาดา และออสเตรเลีย ทั้ง 3 คน เดิมเป็นที่ปรึกษากฎหมายที่กระทรวงการต่างประเทศได้ว่าจ้างเป็นที่ปรึกษามาแล้วก่อนหน้านี้ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ติดใจที่ปรึกษากฎหมายชาวฝรั่งเศสว่าจะทำให้ไทยเสียเปรียบ
5.การประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นครั้งสุดท้ายตั้งแต่เวลา 09.30 น.ก่อนที่นายกฯ จะประกาศยุบสภาในปลายสัปดาห์นี้ การประชุมรัฐสภาวันนี้จะมีการพิจารณาเรื่องด่วนส่งท้าย 7 เรื่อง อาทิ การดำเนินงานของประเทศไทยภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอนุสัญญาแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่ 87 และ 98 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและคุ้มครองสิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรองข้อตกลงร่วมว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติบุคลากรด้านวิชาชีพด้านการท่องเที่ยว อาเซียน ร่างกรอบการเจรจาเพื่อจัดทำความตกลงด้านการขนส่งทางบกระหว่างไทย-ลาวจีน และบันทึกการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 7
6.พรรคเพื่อไทยกำหนดประชุมใหญ่วิสามัญในช่วงบ่าย วาระสำคัญคือแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคแทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยมีเตรียมทหารรุ่น 10 เพื่อนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรมาเป็นกรรมการบริหารพรรคบางส่วนอาทิ พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี พล.ต.ท.ฉลองสนใจ เป็นต้น ส่วนตำแหน่งเลขาธิการพรรค จะให้นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณอดีตปลัดกระทรวงแรงงาน มาทำหน้าที่ที่ต้องจับตาคือ กลุ่ม สส.ที่มีข่าวว่าจะย้ายออก เช่น นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ จะเข้าร่วมด้วยหรือไม่หรือจะอยู่พรรคเพื่อไทยต่อไป m
7.นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผลประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) ทั้ง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ส.อ.ท. สมาคมธนาคารไทย จะหารือกันเกี่ยวกับการหักค่าใช้จ่ายด้านซีเอสอาร์ในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล เหมือนการบริจาคเงินให้กับสาธารณประโยชน์ เมื่อได้ข้อสรุปก็จะเสนอภาครัฐให้ดำเนินการ







