
กษิตถกอินโดฯจี้เขมรถอนทหาร
กษิตเตรียมคุยประธานอาเซียนเพื่อสรุปการส่งผู้สังเกตการณ์ชายแดน ย้ำก่อนดำเนินการ เขมรต้องถอนทหารทั้งหมดออกจากพื้นที่พิพาท 4.6ตารางกิโลเมตร
กษิตเตรียมคุยประธานอาเซียนเพื่อสรุปการส่งผู้สังเกตการณ์ชายแดน ย้ำก่อนดำเนินการ เขมรต้องถอนทหารทั้งหมดออกจากพื้นที่พิพาท 4.6ตารางกิโลเมตร
เมื่อเวลา 19.00 น. นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ ในฐานะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) แถลงผลการหารือระว่างนายกษิต ภิรมย์ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ กับเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และอุปทูตแคนนาดาในวันนี้ (27เม.ย.) ว่า นายกษิตได้แจ้งให้ประเทศต่างๆเข้าใจถึงท่าทีของไทย และยืนยันว่าไทยไม่ได้เริ่มเหตุปะทะก่อนและมีความจำเป็นต้องปกป้องอธิปไตย
ทั้งนี้นายกษิตได้แจ้งต่อ เอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย ว่าจะเดินทางไปประเทศอินโดนีเซีย ในวันที่ 27 เม.ย. เพื่อเข้าร่วมประชุมคณะมนตรีประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน โดยจะเข้าหารือกับ นายมาร์ตี นาตาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ในฐานะประธานอาเซียน เป็นครั้งสุดท้าย ในเรื่องถ้อยคำข้อตกลงในการการส่งผู้สังเกตการณ์ตามชายแดนปราสาทพระวิหาร ซึ่งยังติดเรื่องเอกสิทธิคุ้มกัน ที่เป็นไปตามกฎหมายไทย เชื่อว่า ไม่น่าเป็นปัญหา
"ไทยจะเน้นย้ำต่อประธานอาเซียนว่าว่า ก่อนส่งผู้สังเกตการณ์เข้ามา ไทยต้องมีความมั่นใจว่า กัมพูชาต้องถอนทหารออกจากตัวปราสาทพระวิหาร วัด ตลาด และชุมชน ทั้งหมด เนื่องจากหลายจุดที่มีทหารกัมพูชาประจำการอยู่ในพื้นที่พิพาท 4.6 ตารางกิโลเมตร"นายธานีกล่าว
อย่างไรก็ตาม นายกษิต จะโทรศัพท์มาแถลงผลการหารือกับนายมาร์ตีต่อสื่อมวลชนในเวลา 17.00 น. วันที่ 27 เม.ย.ที่กระทรวงการต่างประเทศ
นายธานี กล่าวว่า ส่วนที่กระทรวงต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์ระบุว่าไทยขู่ใช้มาตรการทางทหารกับกัมพูชานั้น เป็นการออกแถลงการณ์ที่บิดเบือน เนื่องจากตามข้อเท็จจริงชัดเจนว่า ไทยได้ดำเนินการตามมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ออกมาเมื่อวันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา คือ หากไทยถูกโจมตีก็จำเป็นต้องปกป้องอธิปไตยตามความเหมาะสม







