
หอการค้าอีสานหวั่นศก.ชายแดนพัง
เลขาหอการค้าอีสานประเมินผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชากระทบต่อเศรษฐกิจการค้าชายแดน แนะให้ประเทศที่ 3ร่วมตัดสินปัญหา เฉพาะการสู้รบไม่เกี่ยวกับการเจราจรปักปันเขตแดน นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ เลขาธิการสภาหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า เหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชา ที่ชายแดนจ.สุรินทร์และบุรีรัมย์ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา จะเป็นเหตุการณ์การสู้รบที่จะฝังลึกเพิ่มระดับความรุนแรงขึ้น หากยังไม่มีคนกลางจากประเทศที่ 3 เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยปัญหาให้ยุติลงได้ และจะสร้างรอยร้าวให้กับประชาชนตามแนวของทั้ง 2 ประเทศ อันจะส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อเศรษฐกิจแนวชายแดนไทยกัมพูชาที่มูลค่าปีละกว่า 4 หมื่นล้านบาทในระยะยาวอีก
เลขาหอการค้าอีสานประเมินผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชากระทบต่อเศรษฐกิจการค้าชายแดน แนะให้ประเทศที่ 3ร่วมตัดสินปัญหา เฉพาะการสู้รบไม่เกี่ยวกับการเจราจรปักปันเขตแดน
นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ เลขาธิการสภาหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า เหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชา ที่ชายแดนจ.สุรินทร์และบุรีรัมย์ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา จะเป็นเหตุการณ์การสู้รบที่จะฝังลึกเพิ่มระดับความรุนแรงขึ้น หากยังไม่มีคนกลางจากประเทศที่ 3 เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยปัญหาให้ยุติลงได้ และจะสร้างรอยร้าวให้กับประชาชนตามแนวของทั้ง 2 ประเทศ อันจะส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อเศรษฐกิจแนวชายแดนไทยกัมพูชาที่มูลค่าปีละกว่า 4 หมื่นล้านบาทในระยะยาวอีก
ทั้งนี้ เศรษฐกิจโดยภาพรวมโดยเฉพาะการค้าตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา สูญเสียไปแล้วกว่าร้อยละ 15 ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดนของทั้ง 2 ประเทศ รวมถึงความสัมพันธ์ของความเป็นประชาคมอาเซียน ทำให้มองเห็นว่าจะเกิดเป็นปัญหาในระยะยาว
ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรี ยืนกรานชัดเจนว่าจะไม่ให้ประเทศที่ 3 เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหานี้ นายทวิสันต์ กล่าวว่า นายกฯ ต้องทบทวนคำพูดใหม่ ประเทศที่ 3 จะเป็นคนกลางเข้ามาเจรจายุติปัญหาการสู้รบเท่านั้น ไม่รวมปัญหาข้อพิพาทเรื่องเขตแดนหรือการขึ้นทะเบียนมรดกโลก







