
อสังหาฯเร่งบริหารต้นทุน ยื้อขึ้นราคาบ้าน หวั่นลูกค้าหาย
แม้ว่าต้นทุนจากวัสดุก่อสร้างและดอกเบี้ยที่ทะยานขึ้น
แม้ว่าต้นทุนจากวัสดุก่อสร้างและดอกเบี้ยที่ทะยานขึ้น
จะทำให้ราคาบ้านใหม่ต้องปรับขึ้นตามไปด้วยในปีนี้ โดยคาดจะขึ้น 5-10% จากปัจจุบัน แต่ก็ใช่ว่าผู้ประกอบการคิดจะขึ้นก็ขึ้นกันได้ง่ายๆ เนื่องจากสถานการณ์ของตลาดบ้านในเวลานี้อยู่ในช่วงตะลุมบอน ด้วยการแข่งขันที่รุนแรง การขึ้นราคาแบบไม่ดูหน้าดูหลังอาจจะถึงขั้นฆ่าตัวตาย ดังนั้นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จึงต้องพยายามปรับตัวเพื่อลดผลกระทบที่จะส่งไปถึงผู้บริโภค
นายสุนทร สถาพร เลขาธิการกรรมการผู้จัดการ บริษัท เฉลิมนคร กล่าวว่า ผู้ประกอบการคงจะเน้นการทำตลาดบ้านในสต๊อกเดิม หรือบ้านที่มีต้นทุนเดิม เพื่อเป็นการกระตุ้นคนซื้อบ้านในช่วงนี้ให้มากที่สุดก่อน
“ส่วนการปรับตัวของบริษัทได้เริ่มเจรจากับธนาคารพาณิชย์เพื่อร่วมกันออกแคมเปญดอกเบี้ยพิเศษเพื่อเป็นการช่วยลดภาระให้กับลูกค้า” นายสุนทร กล่าว
นอกจากนี้ อีกหลายๆ บริษัทที่พยายามคุมต้นทุนบ้านใหม่ไม่ให้ราคาโดดขึ้นเกินกว่าที่ผู้ซื้อบ้านจะรับได้ ทางหนึ่งคือการเจรจากับผู้ผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง เพื่อสั่งซื้อสินค้าในจำนวนมาก พอที่จะทำให้ต่อรองล็อกราคาวัสดุล่วงหน้าได้ยาวขึ้น
ส่วนในระยะยาว ผู้ประกอบการจะหันพึ่งพาเทคโนโลยีการก่อสร้างระบบสำเร็จรูปกันมากขึ้น บริษัทพัฒนาอสังหาฯ หลายๆ รายเริ่มพัฒนาระบบเป็นของตัวเอง เพื่อร่นเวลาก่อสร้างให้เร็วขึ้น ซึ่งนั่นหมายถึงการลดต้นทุนไปได้อีกทางหนึ่ง
ทั้งนี้ การปรับราคาบ้านขึ้นไปมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับฝีมือและประสบการณ์ในการบริหารจัดการของบริษัทอสังหาฯ แต่ละค่าย และที่สำคัญเวลานี้หลายๆ พื้นที่ยังมีจำนวนสินค้าที่มากเกินความต้องการของตลาด และยังต้องใช้โปรโมชัน ลด แลก แจก แถม กันสารพัด เพื่อกระตุ้นยอดขาย
อย่างไรก็ตาม ถึงที่สุดแล้วไม่ช้าไม่เร็วราคาบ้านใหม่คงจะต้องทยอยค่อยๆ ปรับขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งผู้ประกอบการบางรายก็ถือโอกาสขยับราคาบ้านที่เปิดตัวใหม่กันไปบ้างแล้ว ตั้งแต่ต้นปีราว 2-3% โดยประมาณ
ดังนั้น ก่อนที่จะถึงช่วงเวลาที่ราคาบ้านขึ้นราคาอย่างเต็มตัว ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วงครึ่งปีหลัง ผู้ซื้อบ้านก็ต้องวางแผนการซื้อให้รัดกุม โดยเฉพาะเงินในกระเป๋าต้องพร้อมที่จะก่อหนี้ระยะยาวเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด







