posttoday
กับดักเศรษฐกิจ

กับดักเศรษฐกิจ

21 เมษายน 2554

การผิดเพี้ยนของอัตราเงินเฟ้อที่ผิดไปจากความเป็นจริง เนื่องจากรัฐบาลได้ใช้นโยบายประชาชนต้องมาก่อน

การผิดเพี้ยนของอัตราเงินเฟ้อที่ผิดไปจากความเป็นจริง เนื่องจากรัฐบาลได้ใช้นโยบายประชาชนต้องมาก่อน

โดย...ทีมข่าวการเงิน

การผิดเพี้ยนของอัตราเงินเฟ้อที่ผิดไปจากความเป็นจริง เนื่องจากรัฐบาลได้ใช้นโยบายประชาชนต้องมาก่อน อุดหนุนค่าครองชีพให้ผู้มีรายได้น้อย การตรึงราคาสินค้า รวมทั้งการอุ้มราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลให้ไม่เกินลิตรละ 30 บาท นั้น นักวิเคราะห์มองว่าได้ทำให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานต่ำกว่าความเป็นจริง 12 %

กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขเงินเฟ้อเดือน มี.ค. อยู่ที่ระดับ 110.49 สูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.14% ซึ่งดูไปแล้วก็ไม่ได้สูงมากมายอะไร

กับดักเศรษฐกิจ

แต่เงินเฟ้อระดับดังกล่าว ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เรียกว่าเงินเฟ้อเทียม คือ เป็นตัวเลขเงินเฟ้อที่ไม่สะท้อนต้นทุนราคาสินค้าที่แท้จริง

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า นโยบายการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลของรัฐบาล เข้าใจว่าคงมีเจตนาอยากจะให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้บริโภคและภาคการผลิตได้มีเวลาในการปรับตัว แต่ขณะเดียวกันก็น่าจะมีการส่งสัญญาณด้วยว่า ถ้าราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับสูงขึ้น ก็ควรให้ผู้เกี่ยวข้องเตรียมปรับตัวด้วย เพราะในเรื่องแบบนี้ทุกฝ่ายคงอยากให้ราคาสะท้อนความเป็นจริง ให้กลไกลตลาดได้เดิน เพราะเรื่องนี้ก็ไม่ควรทำกันในระยะยาว

“การอุดหนุนราคาน้ำมันเท่าที่ประมาณการ ถ้ารัฐบาลอุดหนุนในช่วงเดือน พ.ค.ถึงเดือน ก.ย.ปีนี้ จะทำให้เงินเฟ้อทั่วไปต่ำกว่าที่ควรจะเป็นประมาณ 0.7% และทำให้เงินเฟ้อพื้นฐานต่ำกว่าที่ควรจะเป็น 0.3% ซึ่งเป็นผลทางอ้อมจากต้นทุนการขนส่งลดลง” นายประสาร กล่าว

ปกติราคาน้ำมันจะเกี่ยวข้องกับการบริโภค การผลิตและประสิทธิภาพการผลิต ที่พออุดหนุนราคาก็จะไม่สะท้อนความจริง ผู้บริโภคควรจะเข้าใจว่าราคาน้ำมันในระดับนี้เป็นราคาที่รัฐบาลอุดหนุนอยู่ ซึ่งถึงเวลาก็ควรทยอยปรับขึ้น และทุกคนก็ต้องปรับตัวรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

แต่รัฐบาลก็ยืนยันว่าจำเป็นต้องตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลต่อไป เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้ราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคขึ้นราคาหมดจากการขนส่งและประชาชนจะเดือดร้อน

แต่ ธปท.กลับไม่ได้มองไปในทางเดียวกับรัฐบาล เพราะมีประสบการณ์มาแล้วจากสมัยรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่อุ้มราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไว้ลิตรละ 8 บาท แต่หลังจากการเลือกตั้งก็ปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันดีเซล ทำให้น้ำมันขึ้นราคาพรวดเดียว 14 บาท ซึ่ง ธปท.จำเป็นที่จะต้องขึ้นดอกเบี้ยนโยบายรวดเดียว 1% เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่จะเกิดขึ้นหลังจากการปล่อยราคาน้ำมันลอยตัว

ดังนั้น การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. เมื่อวานนี้อีก 0.25% จาก 2.5% เป็น 2.75% สะท้อนให้เห็นความกังวลใจของ ธปท.ว่าเงินเฟ้อมีแนวโน้มจะสูงขึ้นแบบเท่าตัวเมื่อมีการปล่อยลอยตัว หรือ ปล่อยขึ้นราคาน้ำมันดีเซลแบบขั้นบันได หลังการเลือกตั้งในปลายปีนี้ รวมทั้งราคาสินค้าชนิดอื่นที่กระทรวงพาณิชย์คุมราคาไว้ด้วย

เพื่อไม่ให้ตลาดช็อกจนประชาชนชะงักการใช้จ่าย ธปท.จำเป็นที่จะต้องขึ้นดอกเบี้ยเป็นระยะ เพื่อให้ตลาดปรับตัวและสกัดเงินเฟ้อเป็นช่วงๆ โดยไม่ไปขึ้นดอกเบี้ยพรวดเดียวเหมือนที่เคยทำมาในอดีต

ฉะนั้น หากมีการคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อที่แท้จริงควรจะอยู่ในระดับ 4-5% ดอกเบี้ยนโยบายก็จะปรับขึ้นไปในทิศทางและในอัตราที่ใกล้เคียงกัน คือจะต้องขึ้นไป 1-2%

แน่นอนว่า เมื่อ ธปท.ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ธนาคารพาณิชย์ก็จะขึ้นดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้ตามไปด้วย เพื่อให้สอดคล้องกัน

ภาพรวมของเศรษฐกิจนั้น การขึ้นดอกเบี้ยก็คือการชะลอการใช้จ่ายของประชาชน แน่นอนว่าจะกระทบต่ออัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ให้หดตัวลงบ้าง

สิ่งที่รัฐบาลพยายามทำก็คือ เพิ่มเงินในกระเป๋าให้ประชาชนมากขึ้นเพื่อสู้เงินเฟ้อ แต่นโยบายการเพิ่มรายได้ให้ประชาชนก็ยังไม่มีอะไรชัดเจนเป็นรูปธรรม สิ่งที่ประชาชนต้องต่อสู้อยู่ในขณะนี้ก็คือ สินค้าแพง

เมื่อนโยบายเพิ่มรายได้ไม่ชัดเจน แต่เห็นเงินเฟ้อสูงลอยอยู่ข้างหน้า ธปท. ก็จำใจต้องขึ้นดอกเบี้ยต่อไปอีก

ดอกเบี้ยขาขึ้นนี้จะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเพิ่มรายได้ของรัฐบาล

การที่รัฐบาลจะเพิ่มรายได้ลดรายจ่ายให้ประชาชนนั้น จะทำได้หากจีดีพีขยายตัวในอัตราที่สูง มีการลงทุน มีการจ้างงาน ประชาชนจึงจะมีเงินมาจับจ่ายใช้สอย แต่ในปีนี้ทั้งสำนักพยากรณ์เศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต่างปรับตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจไทยลดลงจาก 4-4.5% เหลือ 3-3.5% อันเป็นผลมาจากเงินเฟ้อสูงจากราคาสินค้าการเกษตรและราคาน้ำมัน

อย่างไรก็ดี คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังปลอบใจว่า เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ในเกณฑ์ดี แม้จะเผชิญกับปัจจัยลบเรื่องเงินเฟ้อที่ยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง

ถึงจะปลอบใจอย่างไร ความจริงก็คือความจริง ซึ่งแหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า รายจ่ายผูกพันของรัฐที่ได้ดำเนินนโยบายเพื่อประชาชนต่างๆ ในที่สุดแล้วหากไม่สามารถขยายจีดีพีได้ รายรับของรัฐบาลจะมีปัญหา

ดังนั้น เชื่อว่าหลังการเลือกตั้งรัฐบาลใหม่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ และจะมีความพยายามที่จะทำให้ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ

การคาดการณ์ล่วงหน้าของเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ เอกชนได้เห็นเค้าลางของความไม่แน่นอนแล้ว ก็จะเริ่มชะลอการลงทุน

จากนี้ไปโปรดจับตาดูตัวเลขการบริโภคของเอกชนที่จะขยายตัวลดลงเรื่อยๆ จากการไม่แน่ใจในภาวะเศรษฐกิจ

จะว่าไปแล้วเหมือนรัฐบาลกำลังติดกับดักของวงจรเศรษฐกิจ ที่ดูไปแล้วการแก้ไขปัญหางบประมาณของประเทศขาดดุลนั้นทำได้ยากขึ้นทุกที แต่ยังเป็นโชคของรัฐบาลที่ประเทศไทยขาดแค่ดุลงบประมาณ ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัด และดุลชำระเงินไม่ได้ติดลบไปด้วย เพราะการส่งออกขยายตัวดีพยุงเศรษฐกิจอยู่

รัฐบาลนี้ได้บริหารประเทศเหมือนได้ทุกขลาภโดยแท้

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน