
นครบาลสรุปผลสอบวิสามัญหนุ่มคลั่งใน30วัน
รองผบก.น.1 เผยผลการสอบสวนเจ้าหน้าที่วิสามัญหนุ่มคลั่งทำแพทยหญิงถูกลูกหลงจะสรุปได้ภายใน 30 วัน ยอมรับเหตุการณ์เกิดรวดเร็ว คนร้ายเปลี่ยนรถ การสื่อสารอาจไม่ต่อเนื่อง
รองผบก.น.1 เผยผลการสอบสวนเจ้าหน้าที่วิสามัญหนุ่มคลั่งทำแพทยหญิงถูกลูกหลงจะสรุปได้ภายใน 30 วัน ยอมรับเหตุการณ์เกิดรวดเร็ว คนร้ายเปลี่ยนรถ การสื่อสารอาจไม่ต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 19 เมษายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พ.ต.อ.วีรวิทย์ จันทร์จำเริญ รองผบก.น.1 หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีวิสามัญคนร้ายคลั่งจนเป็นเหตุให้แพทย์หญิงโดนลูกหลงได้รับบาดเจ็บ กล่าวว่า ชุดสอบสวนของบก.น.1 ทั้งหมดได้ประชุมวางแผน และวางกรอบในการสอบสวน มีการแบ่งงานกันทำตั้งแต่หลังวันเกิดเหตุโดยมีการสอบสวนหารายละเอียดจุดเกิดเหตุทั้ง 4 จุด
ทั้ง 4 จุดประกอบด้วย จุดที่คนร้ายชิงรถยนต์เริ่มตั้งแต่จ.นนทบุรี จุดที่ฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจชิงเอาปืนไป จุดที่ฆ่าคนขับรถแท็กซี่ และจุดสุดท้ายที่คนร้ายถูกวิสามัญฆาตกรรม
"การสอบสวนต้องสอบสวนข้อเท็จจริงให้เป็นที่ยุติว่าใครทำอะไรที่ไหนอย่างไรโดยเป็นไปตามหลักฐาน เช่น กล้องวงจรปิด หรือพยานบุคคล การดำเนินการสอบสวนต้องทำความรวดเร็ว และยุติธรรมให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย จากนั้นจึงนำมาพิจารณาว่า ใครกระทำอะไรที่ผิดกฎหมาย การวิสามัญฆาตกรรมคนร้ายนั้นสมควรแก่เหตุหรือไม่ เบื้องต้นการสอบสวนคงจะเสร็จสิ้นภายใน 30 วัน"พ.ต.อ.วีรวิทย์กล่าว
พ.ต.อ.วีรวิทย์ กล่าวว่า สำนวนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับวิสามัญฆาตกรรม ตามกฎหมายต้องมีเจ้าพนักงานอัยการมาร่วมสอบสวน และมีการแจ้งหนังสือต่อพนักงานอัยการเรียบร้อยแล้ว คดีที่เกิดขึ้นขณะนี้มองภาพออกได้พอสมควรแต่ยังไม่เป็นที่ยุติ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องในการสอบสวนจำนวน 20 นาย และมีชั้นสัญญาบัตรยศสูงสุด คือ สารวัตร รวมทั้งมีการยึดอาวุธปืนบางส่วนไว้ตรวจสอบแล้ว
พ.ต.อ.วีรวิทย์ กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่เป็นคำถามว่า ชุดวิสามัญทราบหรือไม่ว่ามีแพทย์หญิงเป็นตัวประกันอยู่ในรถจุดนั้น อยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริงว่ารู้หรือไม่รู้ แต่ดูในภาพรวมจุดที่เกิดเหตุเริ่มตั้งแต่ย่านบางกรวย จ.นนทบุรี คนร้ายใช้รถยนต์คันหนึ่งพอมาถึงแยกศรีอยุธยาก็มีเปลี่ยนรถอีกคันหนึ่ง การสื่อสารกันอาจไม่ต่อเนื่องชัดเจนจึงต้องมีการสอบสวนตรงจุดนี้ด้วยว่ามีการประสานงานกันหรือไม่
จากการดูภาพวงจรปิดที่อยู่บริเวณแยกศรีอยุธยามีตำรวจอยู่ไม่กี่คน แต่ตำรวจที่ตามไปทีหลังนั้นรู้หรือไม่ว่ามีตัวประกันอยู่ในรถ และแพทย์หญิงออกมาจากรถหรือไม่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็รวดเร็วรถยนต์ก็ติดฟิล์มทึบ รวมทั้งคนร้ายกระทำการอุกอาจมีอาวุธปืนสังหารคนมาแล้ว 2 คน ถ้าไม่วิสามัญอาจจะเกิดเหตุบานปลายลุกลาม ฉะนั้นจึงต้องมีการสอบสวนทั้งหมดเพื่อให้ชัดเจน ก่อนพิจารณาได้ว่าใครผิดหรือไม่ผิด







