posttoday
ค่านิยมที่เสื่อมหาย

ค่านิยมที่เสื่อมหาย

19 เมษายน 2554

ข่าวดังหลังสงกรานต์ปีนี้ไม่ใช่ข่าวสถิติว่ามีคนตายกี่คน บาดเจ็บกี่คน เหมือนทุกปีที่ผ่านมา

ข่าวดังหลังสงกรานต์ปีนี้ไม่ใช่ข่าวสถิติว่ามีคนตายกี่คน บาดเจ็บกี่คน เหมือนทุกปีที่ผ่านมา

แต่กลายเป็นข่าวเด็กผู้หญิงกลุ่มหนึ่งฉลองสงกรานต์แถวสีลม แนวเดียวกับสาวๆ ชาวบราซิลฉลองเทศกาลคาร์นิวัลที่รีโอเดจาเนโรในบราซิล มีคนเชียร์ให้กำลังใจข่าวว่าเป็นร้อย

ก็ตามฟอร์มครับ เมื่อมีข่าวอย่างนี้ออกมา ก็จะมีคนออกมากล่าวหาเด็กพวกนี้ว่าทำลายวัฒนธรรมอันดีงามของไทย และมีข่าวตำรวจจะติดตามเอาตัวมาลงโทษฐานทำอนาจารในที่สาธารณะ

ผมว่าวัฒนธรรมสงกรานต์ที่เหลืออยู่ตามแบบฉบับการรดน้ำให้พรเด็ก ขอพรผู้ใหญ่นั้น คงเหลือจริงๆ แค่ในบ้านหรือในวัดเท่านั้น นอกจากนั้นก็มีการจัดงานตามหน่วยราชการหรือสถานที่ทำงานที่ทำกันตามธรรมเนียม ซึ่งนอกจากจะขอพรแล้ว ยังมีรายการขอยศขอตำแหน่งเป็นรายการโปรโมชันเข้าไปด้วย

ส่วนงานสงกรานต์ที่เห็นฉลองกันเป็นงานใหญ่ เชิดหน้าชูตาตามถนนต่างๆ เช่น สีลม ข้าวสาร หรือตามจังหวัดต่างๆ ผมไม่เห็นว่าเป็นงานที่จัดเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมอันดีงามที่พูดๆ กันตรงไหน ส่วนมากก็เป็นงานสาดน้ำใส่กันเพื่อความสนุกสนาน เราเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นหลัก

ไม่ต้องกลัวหรอกครับว่า แค่เด็กสาวๆ ไม่กี่คนออกมาเต้นอะโกโก้เปิดอกในที่สาธารณะจะทำให้คนต่างชาติมองภาพลักษณ์ของประเทศไทยไปในทางที่เสื่อมเสีย เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับเขาอยู่แล้ว ไหนๆ มุ่งจัดงานหาเงินเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวลูกเดียวอยู่แล้ว ก็พัฒนารูปแบบการเฉลิมฉลองสงกรานต์ไปแนวเดียวกับการฉลองที่รีโอเดจาเนโรคาร์นิวัลไปเลย จะได้ดังไปทั่วโลกเหมือนคาร์นิวัลที่บราซิล

ความจริงมีเรื่องเยอะแยะให้คนต่างชาติดูถูก เช่น การคอร์รัปชันโกงบ้านโกงเมืองของตัวเอง การพูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย วันนี้พูดอย่าง พรุ่งนี้พูดอีกอย่าง จนฝรั่งเรียกว่า พูดแบบสยาม การขับรถอย่างไม่มีวินัย แซงซ้ายปาดหน้ารถที่ติดสัญญานไฟเป็นขบวนหน้าตาเฉยเพราะเรื่องแบบนี้เขาไม่ทำกัน ส่วนเรื่องเต้นอะโกโก้เปลือยอก หรือวิ่งเปลือยอกเข้าไปในสนามอเมริกันฟุตบอลหรือบาสเกตบอล เห็นเขาทำกันอยู่เป็นปกติ เป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยสำหรับเขา อย่าไปวิตกกังวลว่าใครจะดูถูกเลยครับ

ผมว่าเรื่องที่ควรวิตกกังวลมากกว่าจริงๆ ไม่ใช่ผลอันเกิดจากเหตุที่เด็กออกมาเดินเปลือยอกหรอกครับ แต่ที่น่าวิตกกังวลคือเหตุที่ทำให้เด็กออกมาแสดงพฤติกรรมที่ว่ามากกว่า

หลายปีที่ผ่านมา เราลืมเน้นย้ำวัฒนธรรมของการทำงานหนักเพื่อสร้างตนเองและสร้างชาติ ผมยังไม่เคยเห็นประเทศไหนที่เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้ เพราะคนในชาติงานหนักไม่เอา งานเบาไม่สู้ ชอบอะไรที่ได้มาง่ายๆ ได้มาฟรีๆ เพราะมีคนหยิบยื่นให้จนกลายเป็นคนที่เห็นแก่ได้ ไม่ภาคภูมิใจในผลงานหรือทรัพย์สินที่หามาได้ด้วยหยาดเหงื่อแรงงาน แรงสมองของตนเอง

สหรัฐอเมริกาเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้เพราะคนอพยพที่รักงานหนัก เลี้ยงสัตว์ ตัดฟืน ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง เยอรมนีแพ้สงครามโลกครั้งที่ 1 แต่ด้วยความขยันขันแข็งและความมีวินัยของคนเยอรมันกลายเป็นมหาอำนาจหลังสงครามจนสามารถก่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ยึดยุโรปได้ทั่วทวีป พอแพ้สงครามสามารถฟื้นฟูประเทศจนเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจได้อีก เพราะความขยันและรักงานหนักของคนเยอรมัน

ทางทวีปเอเชีย ญี่ปุ่นเป็นประเทศเล็กๆ ไม่มีทรัพยากรอะไรในประเทศ สามารถพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นประเทศมหาอำนาจ ทำสงครามกับประเทศมหาอำนาจตะวันตก เพราะประเทศญี่ปุ่นมีคนญี่ปุ่นที่กล่าวกันว่า ถ้าสามีกลับบ้านเร็วภรรยาจะเศร้าโศกเสียใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับอาชีพการงาน ทำไมไม่ทำงานหามรุ่งหามค่ำเหมือนสามีคนอื่นเขา

จีนเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ปัจจุบันมีขนาดรายได้ประชาชาติใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ในช่วงเวลาไม่ถึงสองทศวรรษ เพราะจีนทำให้ประเทศของตนกลายเป็นโรงงานของโลกเพราะคนจีนมีวัฒนธรรมประจำชาติคือ การทำงานหนักไม่แพ้คนญี่ปุ่น

ความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้อยู่ที่วัฒนธรรมของการพึ่งพาตัวเอง ประชากรรักงานหนักและเห็นงานหนักเป็นความดีงามในชีวิต

หลายปีที่ผ่านมา เราส่งเสริมให้มีวันหยุดยาว 4 วัน 7 วัน จนวันหยุดที่เคยเรียกว่าวันหยุดยาวประจำสัปดาห์ 3 วัน กลายเป็นวันหยุดปกติไม่มีความหมาย เราหยุดฉลองอย่างเป็นทางการบ้าง ไม่เป็นทางการบ้างเกือบทุกเทศกาล ทั้งปีใหม่ ตรุษจีน คริสต์มาส และตรุษสงกรานต์ เราส่งเสริมให้มีการฉลองเทศกาลฮัลโลวีนและวาเลนไทน์ เราฉลองลอยกระทง จุดโคม จุดพลุ สรุปแล้ว ใครฉลองอะไร เราฉลองด้วย จนมีคนต่างชาติถามผมว่าทำไมเมืองไทยถึงมีวันหยุดมากมายนัก พวกคุณเอาเวลาที่ไหนไปทำงาน ผมตอบไม่ถูกเหมือนกัน ต้องใช้วิธียิ้มแบบไทยเอาตัวรอดไป เพราะเขาเดาไม่ถูกว่าผมยิ้มเรื่องอะไร ก็ช่างเขา เพราะชอบถามเรื่องที่ไม่น่าถาม

นอกจากนี้ เรายังมีงานที่จัดขึ้นทั้งปี จนนึกไม่ออกว่าเอาเงินที่ไหนไปซื้อ เช่น งานมอเตอร์โชว์ที่มีพริตตี้สวยๆ มายืนโชว์ความงามคู่กับรถบ้าง เต้นดิสโก้ให้ดูบ้าง ใครที่คิดว่าประเทศนี้เป็นประเทศกำลังพัฒนาคงต้องคิดใหม่ ถ้าเห็นรถหรูๆ ทุกยี่ห้อที่นำออกมาแสดง

ยังมีสถานบริการใหม่ๆ เปิดให้ใช้บริการทั้งระดับ 5 ดาว ในเมือง และระดับ 3 ดาว แถบชานเมืองทุกชนิดทุกประเภท ตั้งแต่โรงแรม ศูนย์การค้า สปา และภัตตาคารทุกรูปแบบ

ผมเคยแอนตี้ไม่ยอมซื้อกาแฟแก้วละ 80 บาทมา เพราะตัดใจซื้อไม่ลงอยู่พักหนึ่ง จนร้านขายกาแฟที่ว่าเจ๊งไปเอง ตอนนี้เห็นคนนั่งดื่มกาแฟราคาแพงไม่แพ้กันตามร้านกาแฟที่ผุดขึ้นมาทุกหนทุกแห่งหน้าตาเฉย เลยไม่เข้าใจว่าทำไมมีคนบ่นว่าคนไทยยังยากจน ไม่นับคนที่เข้าคิวซื้อโดนัตราคาแพง ที่รับรองว่าถ้าไม่มีใครซื้อให้กิน ผมจะไม่ยอมซื้อกินเด็ดขาด เพราะสมัยหนุ่มๆ เคยกินโดนัตขนานแท้ในค่ายทหารอเมริกันที่ทำอยู่ฟรีทุกวันจนเกิดความเคยชิน

นอกจากนั้น การที่ภาครัฐและภาคการเงินทั้งในระบบและนอกระบบส่งเสริมให้คนกู้เงินมาใช้จ่ายในระบบผ่อนส่งบ้าง หรือแจกให้ฟรีบ้างตามระบบประชานิยมนั้น ล้วนแล้วแต่ทำให้วัฒนธรรมการทำงานหนักเพื่อเก็บเงินไว้ซื้อสิ่งของที่ต้องการถูกทำลายโดยสิ้นเชิง เพราะอย่างน้อยการตั้งเป้าทำงานหนักเพื่อเก็บเงินไว้ซื้ออะไรสักอย่างหนึ่ง ก็เป็นการกำหนดเป้าหมายการทำงานในระยะสั้นที่ชัดเจน ดีกว่าการทำงานไปผ่อนไปอย่างไม่มีเป้าหมาย เดือนต่อเดือน ปีต่อปี

ทั้งหลายทั้งปวงนี้เขียนขึ้นเพราะเห็นในเฟซบุ๊กมีแต่คนบ่นว่ายังไม่อยากทำงานหลังสงกรานต์ บางคนปลอบใจตัวเองและเพื่อนร่วมวงว่า อีกไม่กี่วันก็จะมีวันหยุดยาวอีกแล้ว จะได้มีความสุขกันใหม่

สรุปคือ ความสุขของคนยุคนี้อยู่ที่วันหยุด ไม่ใช่อยู่ที่วันทำงาน ถ้าเป็นอย่างนี้นึกไม่ออกเหมือนกันว่าอนาคตของชาติจะเป็นอย่างไร เมื่อประชากรของชาติไม่เห็นคุณค่าของการทำงานหนักอีกต่อไป

เมื่อสังคมถูกสร้างให้เป็นอย่างนี้ก็อย่าไปเสียเวลาโทษเด็กเลยครับ สู้มาส่งเสริมวัฒนธรรมให้คนไทยรักการทำงานดีกว่า แล้วปัญหาเปลือยอกเต้นดิสโก้จะหายไปเอง

 

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา