
ตั้งกองทัพประชาชน เกมชิงการนำเสื้อแดง
...ทีมข่าวการเมือง
การออกมาเปิดประเด็นของสองทหารเอกของทักษิณ ชินวัตร
“พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณีพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล” ว่า ที่ประชุมดูไบมีมติให้ตั้งกองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (กปช.) เพื่อนำประชาธิปไตยที่แท้จริงกลับคืนสู่ประเทศพล.อ.พัลลภอ้างว่า มติดังกล่าวทักษิณเห็นชอบทุกประการ โดยมอบหมายให้
“บิ๊กจิ๋ว” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทยเป็น “ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพประชาชน”ใครได้ฟัง ถึงกับขนลุก เหมือนปลุกผีคอมมิวนิสต์มาโค่นล้มอำมาตย์
ที่สุดก็เป็นข่าววุ่นทั้งวัน
“
ทักษิณคลั่งหนัก จะเป็นผู้นำปฏิวัติประชาชน ใช้แนวทางพรรคคอมมิวนิสต์ จับอาวุธใช้ความรุนแรงเพื่อเปลี่ยนแปลงการเมือง การปกครองสู่ “รัฐไทยใหม่”หวังดึง
“ซ้ายเก่า” โดยเฉพาะอดีตสหายผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ให้กลับมาถือปืนสู้อำนาจรัฐอีกรอบบิ๊กรัฐบาลเองก็ยิ้มร่า เพราะงานนี้เข้าทาง เลยออกมาเรียงหน้าเตือนว่า ระวังจะเข้าข่าย
“กบฏ” ต่อแผ่นดินแต่พะยี่ห้อของเสธ.แดง และพล.อ.พัลลภ ผู้ชำนาญเกมรบใต้ดิน ผ่านสงครามกองโจรหลายรูปแบบ การออกมาคำรามโดยอ้างมติดูไบ โชว์ภาพถ่ายหมู่ร่วมกับทักษิณในการหารือที่ดูไบลงใน
“เว็บไซต์เสธ.แดง”เป็นหลักฐานยืนยันไปพบทักษิณจริง เล่นเอาสังคมตกใจว่าประเทศจะเกิดจลาจลการเมืองจะเข้าสู่จุดแตกหักก่อนวันพิพากษาคดียึดทรัพย์ทักษิณ 7.6 หมื่นล้านบาท ในวันที่ 26 ก.พ.
ทักษิณจะใช้สงครามเต็มรูปก่อกวนบนดิน ใต้ดิน โดยใช้ความรุนแรงเป็นตัวนำ
บนดิน ใช้พรรคเพื่อไทยสู้ในระบบรัฐสภาสั่นสะเทือนด้วยศึกซักฟอกรัฐบาลที่เข้มงวดมาทุกขณะ ส่วนกองกำลังเสื้อแดงใช้มวลชนรากหญ้าคอยรบข้างถนน ขณะที่
“ใต้ดิน” เป็นสงครามกองโจรของขุนทหารนักฆ่าสีแดงแต่จนแล้วจนรอด บรรดาขุนพลอยพยัคฆ์ของทักษิณทั้งหลาย ก็ออกมาปฏิเสธว่า ทั้งหมดเป็นแนวคิดของเสธ.แดง กับ พล.อ.พัลลภ ไม่เกี่ยวกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)
ชิงตัดไฟแต่ต้นลม...
เพราะประเมินบวกลบแล้ว ข่าวการตั้ง
“กองทัพประชาชนปลดแอกเพื่อทักษิณ” ดูจะเป็นบูเมอแรงที่มาทุบสร้างความเสียหายให้กับทักษิณและเสื้อแดงเองและถ้าลากยาวไปเรื่อยๆ ว่า ทักษิณกำลังเตรียมแผนจับอาวุธล้มรัฐบาล ก็ยิ่งทำให้ภาพเสื้อแดงที่กำลังเดินมาถูกทางกับผลงานทวงคืน
“ที่ดินสองมาตรฐาน” โดยเคลื่อนไหวในแนวทางสันติวิธี ถูกดิสเครดิตจากขั้วการเมืองตรงข้ามได้ง่ายเพราะเป้าหมายเบื้องหน้า ขณะนี้คือ การชุมนุมใหญ่ก่อนวันพิพากษาคดียึดทรัพย์ที่บิ๊กเสื้อแดงกำลัง
“อุ่นสร้างปั่น” กระแสเขย่า “กองทัพรัฐบาลอำมาตย์”ดังนั้น การจะขับเคลื่อนอะไรในช่วงทำสงครามครั้งใหญ่จึงอยู่ในช่วงเปราะบาง ที่ต้องระมัดระวังเพราะฝ่าย
“กองทัพรัฐบาล” กับทักษิณต่างชิงไหวชิงพริบ ใครเพลี่ยงพล้ำใช้ความรุนแรงก่อน นั่นย่อมหมายถึงการสูญเสียความชอบธรรมตามมากองกำลังเสื้อแดงมี
“จุดด่าง” จากภาพใช้ความรุนแรงในช่วงสงกรานต์จลาจลเมื่อเดือนเม.ย.ปีที่แล้ว จึงพยายามเตือนสติกันเองว่า การใช้ความรุนแรงเพื่อล้มรัฐบาล ณ เวลานี้ ไม่สมควร เพราะอาจทำให้พังทั้งขบวน การขู่จะบุกสนามบินสุวรรณภูมิของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หรือการที่อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ประกาศจะเดินทางไปโรงพยาบาลศิริราชเพื่อถวายรายงานต่อในหลวงถึงความไม่เหมาะสมขององคมนตรีบางคนก็ดี กระทั่งการเรียกร้องให้คนเสื้อแดงนำขวดแก้วบรรจุน้ำมันติดตัวเพื่อทวงคืนรัฐธรรมนูญ 2540ที่สุดก็แค่เขียนเสือให้วัวกลัว เล่นสงครามจิตวิทยายั่วให้กองทัพรัฐบาลออกอาวุธก่อน
ยุทธวิธีของคนเสื้อแดง มิใช่ว่าจะเร่งเผด็จศึกเร่งแตกหักให้ตายกันไปข้าง แต่มองเกมยาวที่ต้องรบยืดเยื้อ ดังนั้น จึงต้องสร้างองค์กรให้เข้มแข็งในระยะยาว มองไกลไปถึงหลังเลือกตั้งใหญ่ เพราะรู้ว่าการรบกับ
“พลังจารีต” ต้องใช้ทุกสรรพกำลัง ทั้งปัญญา มวลชน โดยเฉพาะการต่อสู้ทางความคิดที่สำคัญแกนนำเสื้อแดงต้องการให้การขับเคลื่อนขององค์กรอยู่ในกรอบสันติวิธีเพื่อสร้างความชอบธรรม ไม่ให้สูญเสียการตอบรับจากมวลชน
แต่ในระหว่างเปิดสงครามการรบชิงขุมทรัพย์ ทักษิณได้แนวร่วมหลากหลาย ถนนทุกสาย แม่น้ำร้อยสาย ทั้งซ้ายเก่า ซ้ายใหม่ นักรบบ้าระห่ำที่ไม่ชอบอำมาตย์มานาน รวมถึงรัฐบาลชุดนี้ ต่างวิ่งเข้าหาทักษิณเพื่อเสนอสูตรล้มรัฐบาลต่างๆ นานา
ทักษิณไม่มีสิทธิปฏิเสธแบบหักหาญน้ำใจ เหมือนปัญหาที่เกิดขึ้นในพรรคเพื่อไทยที่เขาใช้ขุนพลทุกประเภท
เช่น แม้จะไม่ปลื้มกับเฉลิม อยู่บำรุง แต่ก็ต้องใช้เฉลิม เพราะสถานการณ์บางสถานการณ์ต้องใช้ขุนพลเฉพาะด้าน
เหมือนอย่างครั้งนี้ สุดท้ายแล้วทั้งพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ พี่ใหญ่ในเพื่อไทย ผู้อยู่เบื้องหลังนโยบาย 66/23 แก้ปัญหาคอมมิวนิสต์ในยุคพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ก็ปฏิเสธตำแหน่ง
“ผู้นำซ้ายเก่า” หรือผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองทัพปลดแอกประชาชน ที่พล.อ.พัลลภ โยนเผือกร้อนให้บนเหตุผลว่า คนเสื้อแดงยึดรูปแบบสันติวิธี และตัวบิ๊กจิ๋วเอง ก็ยึดแนวทางสมานฉันท์ ปรองดองมาตลอดชีวิตขณะที่ ทักษิณเอง ก็รีบดับกระแส
“
อย่าตกใจกับข่าวว่าจะมีอะไรรุนแรง ผมบอกทุกคนที่มาหาว่าเราจะต่อสู้ด้วยความจริงโดยสันติวิธี การพูดของเสธ.แดง เป็นการเตือนรัฐบาลไม่ให้ปราบประชาชน”ทว่า แผนการตั้ง
“กองทัพปลดแอกประชาชน” เพื่อปฏิวัติให้ทักษิณ เป็นแผนของสายเหยี่ยวเสธ.แดง กับ พล.อ.พัลลภ ที่หวัง “ชิงการนำ” ช่วงชิงอำนาจต่อรองกันเองในองค์กรเสื้อแดงแม้แต่ จตุพร พรหมพันธุ์ สามเกลอ ก็รู้ทันไม่ยอมให้
“เสธ.แดงพล.อ.พัลลภ” มาฮุบมวลชนเสื้อแดงที่พวกเขาสร้างสมกันมานาน ไปอยู่ภายใต้ “กองทัพปลดแอกประชาชน” ง่ายๆ โดยอ้างว่า นปช.ไม่เคยมีมติอย่างนี้มาก่อน และทั้งสองก็เป็นแค่แนวร่วม ไม่ใช่แกนนำนปช.ยิ่งใกล้ 26 ก.พ. จึงเห็นอาการที่บรรดาขุนพลคนรับใช้ทักษิณ พยายามเสนอโครงการวางบิลให้นายใหญ่เคาะ เพราะรู้ว่าใครทำให้รัฐบาลอภิสิทธิ์เพลี่ยงพล้ำยุบสภาได้งานนี้อาจได้ขึ้นบัญชีเป็นรัฐมนตรีรอบหน้า
ยุทธวิธีเดิมของเครือข่ายทักษิณ ยังเป็นรูปแบบ
“กดดันต่อรองเจรจา” แม้พลพรรคเสื้อแดงพยายามยั่วยุรัฐบาลทุกวิถีทาง เพื่อให้ฝ่ายรัฐตกหลุมใช้ความรุนแรงก่อน เมื่อเพลี่ยงพล้ำจึงกดดันให้เปิดเกมเจรจากับทักษิณแต่แกนนำเสื้อแดงก็เช่นกัน กำลังติดกับดักตัวเอง เพราะหากคุมมวลชน และแนวร่วมที่พร้อมใช้ความรุนแรงทุกสถานการณ์ไม่อยู่ ก็มีหวังต้องปิดฉากตัวเองเช่นกัน







