
สงกรานต์อันตราย สารพัดวิชามารแอบแฝง
เทศกาลสงกรานต์มาถึงแล้ว เป็นเทศกาลแห่งความสุขสนุกสนานของไทยอีกเทศกาลหนึ่ง
เทศกาลสงกรานต์มาถึงแล้ว เป็นเทศกาลแห่งความสุขสนุกสนานของไทยอีกเทศกาลหนึ่ง
อีกทั้งยังเป็นวันหยุดยาวที่จะได้อยู่กันพร้อมหน้ากับครอบครัว เล่นน้ำกันให้ชุ่มฉ่ำในเดือน เม.ย.
แต่อาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ ก็จะแอบแฝงมาในช่วงเทศกาลนี่แหละ ถ้าไม่ระวังเนื้อระวังตัวหรือประมาท ก็อาจตกเป็นเหยื่อได้ทุกเวลา แม้แต่การสาดน้ำที่ดูจะแสนธรรมดาๆ ตามวัฒนธรรมอันดีงามของไทย แต่เหล่าวัยรุ่นวัยคะนองก็จ้องให้ถึงวันสงกรานต์เร็วๆ จะได้สาดน้ำประแป้งสาวๆ ที่แต่งตัวล่อตะเข้ บางคนก็ถือโอกาสทำเนียนแต๊ะอั๋งลวนลามสาวๆ ไปด้วยจนเป็นเรื่องเป็นราวมีให้เห็นทุกปี ประเภทนี้เป็นพวกหื่นกาม
อย่าว่าแต่สาวๆ เลย หนุ่มๆ ทั้งหลายก็โดนลวนลามจากเหล่าสาวประเภทสองเหมือนกัน หนุ่มบางคนถูกลูบคลำจับของสงวนก็มีให้เห็นอยู่บ่อย แต่ไม่ค่อยเป็นข่าว ปัญหานี้ตำรวจก็พยายามดูแล แต่ก็ต้องยอมรับว่า เมื่อเหล้าเข้าปาก อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น. แนะนำว่า หากหญิงสาวรายใดถูกลวนลาม หรือถูกกระทำที่ไม่เหมาะจากพวกหื่นๆ สามารถแจ้งตำรวจได้ทันที แต่การแต่งกายก็ต้องระมัดระวัง ต้องดูแลตัวเองด้วย ไม่ใช่ใส่สายเดี่ยว เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้นมากๆ มาเล่น จะกลายเป็นเชื้อเพลิงให้กลุ่มผู้ชายเข้ามาลวนลามได้ รวมถึงสร้อยคอของมีค่าต่างๆ หากไม่จำเป็นก็อย่านำออกมาใส่ตอนเล่นสงกรานต์ เสี่ยงต่อการถูกประทุษร้ายได้
สำหรับใครที่ต้องเดินทางไปท่องเที่ยว หรือกลับภูมิลำเนายังต่างจังหวัดต้องทิ้งบ้านช่องไว้หลายวัน ก็เป็นช่องทางให้โจรร้ายเข้ามาฉกฉวยทรัพย์สินภายในบ้านได้อย่างคล่องสะดวกเช่นกัน ทางตำรวจจึงมีโครงการ “ฝากบ้านไว้กับตำรวจ” ให้ประชาชนแจ้งความประสงค์ ให้ตำรวจเข้าไปตรวจตราดูแลบ้านในช่วงที่ไม่อยู่บ้าน ซึ่งก็ได้ผลพอสมควร แต่หลายคนก็ปล่อยปละละเลยไม่สนใจ มองเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่พอเกิดเหตุแล้วก็มาเสียดายภายหลัง
สำหรับโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล บอกว่า เป็นโครงการที่ประชาชนทั่วไปรู้รายละเอียดอยู่แล้ว ตำรวจไม่ได้ดำเนินการเฉพาะในช่วงเทศกาลต่างๆ เท่านั้น แต่ทำตลอดเวลา หากประชาชนมีภารกิจต้องไปต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ สามารถมาเข้าร่วมโครงการได้
นอกจากนั้น ทางตำรวจยังได้ประสานกับอาสาสมัคร เช่น เพื่อนบ้าน หรือประชาชนทั่วไป ให้เข้าร่วมโครงการฝากบ้านกับเพื่อนบ้าน เพื่อช่วยงานตำรวจในการสอดส่องดูแลอีกด้วย ที่สำคัญไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้สั่งกำชับพิเศษไม่ให้ตำรวจในนครบาลลาหยุดเด็ดขาด เพื่อระดมกำลังทั้งหมดป้องกันอาชญากรรมเต็มที่ เรียกว่าตำรวจทุกนายต้องทำงาน ห้ามอู้เด็ดขาด ตามหลักสูตร “นครบาลคุ้มภัย” เพื่อให้ประชาชนสบายใจมากที่สุด
สำหรับสถิติการฝากบ้านไว้กับตำรวจในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2553 พบว่าผู้ที่อยู่อาศัยทั้งในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดในเขตปริมณฑล ได้เข้าร่วมโครงการมากขึ้น โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ สน.โชคชัย รับฝากบ้านไว้มากที่สุด 86 หลัง รองลงไป ได้แก่ สน. คันนายาว 69 หลัง บางเขน 67 หลัง บางชัน 58 หลัง บางนา 57 หลัง ดอนเมือง 56 หลัง หัวหมาก 55 หลัง โคกคราม 47 หลัง บึงกุ่ม 46 หลัง ตลิ่งชัน 41 หลัง และ ธรรมศาลา 40 หลัง
ส่วนจังหวัดอื่นๆ จ.นนทบุรี มีผู้ฝากบ้านมากที่สุด 208 หลัง รองลงไป ได้แก่ จ.ปทุมธานี 128 หลัง จ.สมุทรปราการ 127 หลัง จ.สมุทรสาคร 46 หลัง จ.ลพบุรี 42 หลัง และ จ.นครปฐม 40 หลัง
อย่างไรก็ตาม การฝากบ้านไว้กับตำรวจเป็นเพียงมาตรการที่ได้ผลในบางเวลาเท่านั้น แต่อย่างลืมว่ามิจฉาชีพมีอยู่รอบตัวเราทุกเวลา การจะหวังให้ตำรวจเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยในทุกเรื่องคงไม่ได้ ตัวเราต้องดูแลตัวเราเองก่อน ตำรวจเป็นเพียงผู้ระงับเหตุและติดตามจับกุมคนทำผิดเท่านั้น ดีที่สุดอย่าให้เหตุเกิดกับตัวเรา อะไรที่เป็นช่องทางทำให้ปลอดภัยต้องแสวงหาในทุกวิถีทาง จะได้ฉลองเทศกาลสงกรานต์อย่างมีความสุข ไม่ต้องทุกข์กังวลใดๆ







