
ตร.พบผู้ตายคดีฆ่ายัดกล่องเคยติดต่อกับเพื่อนใน3จังหวัดใต้
ตร.พบผู้เสียชีวิตในคดีฆ่ายัดกล่องเป็นชาวเมาเลเซีย และเคยติดต่อกับเพื่อนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ยังไม่ทราบจุดประสงค์ที่ชัดเจนในการเดินทางมาไทย
ตร.พบผู้เสียชีวิตในคดีฆ่ายัดกล่องเป็นชาวเมาเลเซีย และเคยติดต่อกับเพื่อนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ยังไม่ทราบจุดประสงค์ที่ชัดเจนในการเดินทางมาไทย
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมปารุสกวัน 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผบช.น. พร้อมพล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รองผบช.น. ได้เรียกประชุมนายตำรวจเพื่อเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
พล.ต.ต.สุเมธ กล่าวว่า คดีพบศพชายถูกฆาตกรรมยัดใส่กล่องกระดาษ ทิ้งในกองขยะย่านบางนา จากการตรวจสอบสัญชาติทราบว่าผู้ตายเป็นชาวมาเลเซียและมีภรรยาเป็นชาวอินโดนิเชีย เดินทางเข้ามายังประเทศไทยแล้วพักโรงแรมในพื้นที่สน.หัวหมาก ย่านรามคำแหง 81 มีหลักฐานว่าผู้ตายเดินทางเข้าประเทศไทยหลายครั้งมักมาติดต่อเรื่องธุรกิจ จากการสอบถามภรรยาผู้ตายยังให้รายละเอียดไม่ชัดเจนอาจมีการปกปิดข้อมูลกับตำรวจอยู่
พล.ต.ต.สุเมธ กล่าวอีกว่า คดีดังกล่าวมีความคืบหน้าพอสมควรขณะนี้ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าผู้ตายได้ติดต่อกับใคร หรือไม่ เบื้องต้นจากการสอบถามภรรยาทราบว่าผู้ตายทำธุรกิจส่วนตัว
จากการตรวจสอบผู้ตายมีการติดต่อประสานงานกับเพื่อนทาง 3 จังหวัดชายแดนใต้ ส่วนรถกระบะต้องสงสัยตำรวจกำลังตรวจสอบอยู่ว่าเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ส่วนประเด็นการฆาตกรรมอาจเป็นไม่ได้หลายอย่าง เช่น ความขัดแย้งส่วนตัว ธุรกิจส่วนตัว เป็นต้น
ขณะที่คดีปล้นทอง ในท้องที่ สน.ราษฎร์บูรณะ ได้เชิญสารวัตรสืบสวน สน.พหลโยธินมา เนื่องจากเมื่อปี 2553 ช่วงปลายปี มีคนร้าย 1 คน ใช้อาวุธปืนปล้นร้านทองพื้นที่สน.พหลโยธิน และยิงผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ คนร้ายใช้มือซ้ายถือปืน จึงนำข้อมูลมาเทียบกันว่าเป็นคนร้ายรายเดียวกันหรือไม่
"คดีปล้นทองท้องที่ราษฎร์บูรณะหลังจากพบรถจักรยานยนต์และหมวกกันน็อคของคนร้ายที่นำไปจอดทิ้งพื้นที่ สภ.พระประแดง จึงให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานไปเก็บลายนิ้วมือแฝงอย่างละเอียด เบื้องต้นทราบตัวผู้ต้องสงสัยแล้วแต่ขอเวลาเพื่อความชัดเจน ส่วนหมายจับยังไม่มีการออกเพราะพยานหลักฐานไม่เพียงพอต้องรอรวบรวมก่อน นอกจากนี้ยังมีพลเมืองดีช่วยแจ้งเบาะแสของคนร้ายด้วย ส่วนรางวัลนำจับ 1 แสนบาทยังเหมือนเดิม"รองผบช.น. กล่าว







