
ขวัญกำลังใจของชาติ
รัฐบาลและกองทัพอาจมองข้ามความสำคัญในเรื่อง “ศักดิ์ศรีของชาติ” และ “ขวัญกำลังใจของชาติ” ซึ่งเป็นเรื่องทางจิตวิทยาแต่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง....
รัฐบาลและกองทัพอาจมองข้ามความสำคัญในเรื่อง “ศักดิ์ศรีของชาติ” และ “ขวัญกำลังใจของชาติ” ซึ่งเป็นเรื่องทางจิตวิทยาแต่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง....
โดย...ภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์ อดีตผู้อำนวยการ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ
คนไทยกลุ่มหนึ่งยอมรับว่ามีอาการ “หงอย” กับสภาพของประเทศไทยในปัจจุบันเพราะไม่รู้ว่าอนาคตจะไปในทางไหน หงอยกับการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดปัจจุบัน หงอยกับท่าทีของกองทัพที่รับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับการปกป้องชาติและราชบัลลังก์ และภัยคุกคามจากภายนอก อาการหงอยที่ว่านี้หากขยายตัวกว้างขวางออกไปย่อมกระทบต่อขวัญกำลังใจของชาติ ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีนัก
รัฐบาลอาจให้ความสำคัญกับองค์ประกอบของรัฐอธิปไตยในเรื่องประชาชน ดินแดน อำนาจอธิปไตย เสถียรภาพของรัฐบาล แต่รัฐบาลและกองทัพอาจมองข้ามความสำคัญในเรื่อง “ศักดิ์ศรีของชาติ” และ “ขวัญกำลังใจของชาติ” ซึ่งเป็นเรื่องทางจิตวิทยาแต่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง
“ขวัญกำลังใจ” ของคนคนหนึ่ง หมายถึง ความเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองที่จะเผชิญกับอนาคตคนคนนั้นมีความมั่นใจในความสามารถของตนเองในการที่จะสู้กับสิ่งที่จะเผชิญ ส่วนคำว่า “ขวัญกำลังใจของชาติ” หมายถึง การที่ประชาชนในชาติมีความเชื่อมั่นต่อความสามารถของชาติที่จะเอาชนะอุปสรรคและภัยคุกคามต่างๆ ได้ นัยหนึ่ง ขวัญกำลังใจของชาติก็คือความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลที่จะนำพาประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤตไปได้
ขวัญกำลังใจของชาติประกอบด้วย (1) ความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศที่เหนือกว่าศัตรู (2) ผลประโยชน์ของประชาชนสอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศ (3) ประชาชนเชื่อมั่นในศักยภาพความเป็นผู้นำของผู้นำประเทศ (4) ประชาชนเชื่อมั่นในทรัพยากรของชาติที่มีอยู่ว่ามีเพียงพอที่เผชิญกับภัยคุกคามได้ในระยะยาว และ (5) ประชาชนเชื่อมั่นในจุดหมายของชาติว่าต้องดำรงอยู่อย่างยั่งยืน
ขวัญกำลังใจของชาติเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการความมั่นคงของชาติที่มีความสำคัญไม่แพ้เครื่องมือด้านการทหารและอื่นๆ ถ้าประชาชนมีความเชื่อมั่นในรัฐบาลและกองทัพ ประชาชนก็พร้อมที่จะหนุนรัฐบาลและกองทัพให้สู้กับศัตรูได้ เช่น กรณีของอังกฤษสมัยสงครามโลกครั้งที่สองที่นาซีเยอรมันส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดและจรวดโจมตีเกาะอังกฤษไม่เว้นแต่ละวัน แต่คนอังกฤษมีความเชื่อมั่นในรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรี วินสตัน เชอร์ชิล ทุกคนเชื่อฟังรัฐบาลและออกมาช่วยกันป้องกันประเทศ
รัฐบาลมีหน้าที่เสริมสร้างให้คนในชาติมีขวัญกำลังใจสูงขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องหาทางลดขวัญกำลังใจของฝ่ายตรงข้าม หรือของประเทศศัตรูให้ได้ แต่เวลานี้ประชาชนไทยจำนวนไม่น้อยไม่ค่อยเชื่อมั่นว่ารัฐบาลและกองทัพจะสามารถรักษาดินแดนที่กำลังพิพาทกับเขมรไว้ได้ หลายคนพูดในทำนองท้อใจว่า วันหนึ่งเราอาจต้องเสียดินแดนเพิ่มเติมให้กับเขมร ประชาชนไม่ค่อยเชื่อมั่นว่ารัฐบาลและกองทัพจะแก้ปัญหาภาคใต้ได้ เพราะแต่ละวันมีแต่ข่าวความสูญเสียของเจ้าหน้าที่และพลเรือน ประชาชนไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะสามารถปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์จากการบ่อนทำลายของคนกลุ่มหนึ่งที่มุ่งล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เอาเพียงแค่สามเรื่องก็ดูเหมือนว่า ประชาชนไม่ค่อยเชื่อมั่นรัฐบาลและกองทัพเสียแล้ว ขวัญและกำลังใจของชาติกำลังมีปัญหา
ทั้งที่รัฐบาลและกองทัพสามารถที่จะสร้างขวัญกำลังใจของคนในชาติให้ดีขึ้นแต่ไม่ทำ เช่น ในการสู้รบกับทหารเขมรเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ทหารเขมรยิงจรวดเข้ามาในชายแดนประเทศไทย ทำความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย เราทราบมาว่า ทหารไทยได้ตอบโต้จนทำความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่กองทัพเขมร แต่ประชาชนไม่รู้ข่าวในเรื่องนี้เลย จนประชาชนเกิดความไม่เชื่อมั่นว่าทหารไทยจะสู้เขมรได้
เช่นเดียวกับกรณีสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีข่าวผู้ก่อการร้ายลอบยิง วางระเบิด สังหารทหารและพลเรือนตายและบาดเจ็บ และแย่งยึดอาวุธจากทหารเป็นรายวัน แต่ไม่มีข่าวว่ารัฐบาลและกองทัพได้ทำอะไรไปบ้าง นอกจากออกมาบอกว่ารัฐบาลและกองทัพมาถูกทางแล้ว ทั้งที่กองทัพมีผลงานมากมายที่ทำให้ประชาชน จนประชาชนให้ความร่วมมือกับกองทัพมากขึ้น ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ควรนำมาบอกกล่าวให้ประชาชนได้รับทราบ เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจว่า รัฐบาลและกองทัพสามารถปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนได้
ในกรณีคนกลุ่มหนึ่งจาบจ้วง ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์และหาทางล้มล้างสถาบันกษัตริย์เป็นรายวันและอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ประชาชนแทบไม่รู้เลยว่ารัฐบาลทำอะไรไปบ้างต่อกลุ่มบุคคลเหล่านี้ กลไกของรัฐปล่อยให้กลุ่มต่อต้านสถาบันกล่าวโจมตีสถาบันด้วยถ้อยคำหยาบคายเป็นรายวัน รัฐบาลปล่อยให้คนกลุ่มนี้กล่าวหาฝ่ายเดียว ในขณะที่รัฐบาลและกองทัพกลับสงบปากสงบคำ เราทราบว่า รัฐบาลและกองทัพรู้หมดว่าใครทำอะไรที่ไหน คำถามคือรู้แล้วทำอะไรบ้าง ถ้าท่านทำไปแล้วก็ควรบอกให้ประชาชนได้รับรู้บ้าง เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจว่าพวกเขามิได้ต่อสู้กับคนกลุ่มนี้อย่างโดดเดี่ยว แต่มีรัฐบาลและกองทัพเป็นแกนกลางในการปกป้องสถาบัน ความเงียบทำให้ประชาชนเกิดความไม่มั่นใจว่า รัฐบาลโดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์มีความจริงใจในการปกป้องสถาบันสูงสุดมากน้อยเพียงใด ประชาชนไว้ใจกองทัพได้เพียงใดในเรื่องนี้ หรือว่า ดีแต่พูดเท่านั้น
เราทราบว่า รัฐบาลและกองทัพได้ดำเนินการในเรื่องข้างต้นไปแล้วอย่างมากมาย หรือพูดง่ายๆ ว่า ทำดีไม่น้อยแต่ไม่ยอมบอกให้ประชาชนได้รับทราบ รัฐบาลและกองทัพมีเครื่องมือหลากหลายในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลไปถึงประชาชน เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในรัฐบาลและกองทัพว่าสามารถเป็นที่พึ่ง และปกป้องประเทศชาติและราชบัลลังก์ให้พ้นจากภัยคุกคามที่มาจากต่างประเทศและมาจากในประเทศได้ “ขวัญกำลังใจของชาติ” เป็นเรื่องที่มีความสำคัญไม่แพ้การพัฒนาเศรษฐกิจสังคม การสร้างเสถียรภาพทางการเมือง การพัฒนาด้านการทหาร รัฐบาลต้องเริ่มคิดที่จะเปลี่ยนความรู้สึกที่ “หงอย” ของประชาชนให้คึกคัก มีความเชื่อมั่นในรัฐบาลและกองทัพมากขึ้นในการเป็นผู้นำเข้าจัดการกับปัญหาของชาติ ไม่เช่นนั้น ประชาชนก็จะมองว่า นายกรัฐมนตรีและผู้นำกองทัพ “ดีแต่พูด”
แล้วอย่างนี้ประชาชนจะไว้ใจมอบอนาคตของชาติไว้ในมือของพรรคประชาธิปัตย์และกองทัพได้อย่างไร







