posttoday
อยู่กับพิบัติภัยอย่างเป็นสุข ด้วยการรู้ทัน

อยู่กับพิบัติภัยอย่างเป็นสุข ด้วยการรู้ทัน

30 มีนาคม 2554

ทุกฝ่าย จะต้องร่วมมือกันบูรณาการ ความรู้ที่มีอยู่เพื่อระวังป้องกัน อย่างมีระบบ เพื่อลดความตื่นตระหนก สร้างความตระหนักถึงปัญหาทั้งหมดให้กับทุกคน...

ทุกฝ่าย จะต้องร่วมมือกันบูรณาการ ความรู้ที่มีอยู่เพื่อระวังป้องกัน อย่างมีระบบ เพื่อลดความตื่นตระหนก สร้างความตระหนักถึงปัญหาทั้งหมดให้กับทุกคน...

โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน

วันที่ 26 ธ.ค. 2547 แผ่นดินไหวขนาด 9.3 ริกเตอร์  โดยมี ศูนย์กลาง ในทะเลนอกชายฝั่งด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศไทย ทราบเหตุดังกล่าว ตั้งแต่ ช่วงประมาณ 7 โมงเช้าของวันนั้น แต่กลับไม่มีสื่อใดเสนอข่าวในเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่มีการอกประกาศเตือนอย่างจริงจัง ว่าว่าจะเกิดอะไรขึ้น มีเพียงรายการวิทยุรายการหนึ่งเท่านั้นที่ พูดถึงเรื่อง "คลื่นยักษ์" ซึ่งหลายคนฟังเป็นเรื่องไกลตัว  6 จังหวัด ฝั่งทะเลอันดามัน ระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง และสตูล ไม่ทราบมาก่อนเลยว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้น ในเวลา 10 โมง ของวันนั้นคืออะไร

ต่อมา สิ่งที่เกิดขึ้น จึงนำไปสู่ เหตุการณ์ ที่ทำให้ มีผู้เสียชีวิตทั้งคนไทยและต่างชาติมากกว่า 5,000 คน และสูญหายมากกว่า 2,000คน อาคารบ้านเรือน โรงแรมที่พักเสียหายอย่างยับเยินและพื้นที่ชายฝั่งทะเลไทยได้รับผลกระทบมากมาย

อยู่กับพิบัติภัยอย่างเป็นสุข ด้วยการรู้ทัน

เหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศจีน เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2551มีขนาด 7.7 ริกเตอร์ มีผู้เสียชีวิตไม่น้อยกว่า 7หมื่น ราย เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเฮติ 12 ม.ค. 2553 ขนาด 7 ริกเตอร์ มีผู้เสียชีวิต ล่าสุดที่เกิดขึ้น ทางตะวันออกของเกาะของเมืองฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น ความสูญเสียยังประเมินไม่ได้

ทั้งหมดที่กล่าวมา คือสิ่งที่ สุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึงเวลาที่จะทบทวนกันอีกครั้งว่า วันนี้การซ้อมรับมือสึนามิ จะเป็นแค่การแสดงโชว์ ที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้มีส่วนร่วม สถานประกอบการโรงแรมต่างๆ ไม่ประกาศความพร้อมในการรับมือ ระบบเตือนภัยยังไม่เป็นระบบเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เข้ามามีบทบาทในกรณีการเกิดปัญหาธรณีพิบัติภัย ไม่ได้แล้ว

“หลังจากเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2547 ผมได้ติดตามมาข้อมูลมาโดยตลอด เพราะคิดว่ามันต้องเกิดขึ้นอีก ซึ่งก็เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 มี.ค.นี้   และเชื่อว่าในวงแหวนไฟมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ได้อีกในอนาคต โดยเฉพาะแผ่นดินไหวในรอบ 10 ปีรอบๆ   ประเทศไทยพบมีความถี่มากขึ้นเรื่อยๆ และยังขยับเข้าใกล้ประเทศไทยอีกเช่นกัน 

ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2518-2554 พบมีแผ่นดินไหวขนาด 5-5.9 ริกเตอร์ เกิดขึ้น 303 ครั้ง ความถี่มากตั้งแต่ปี 52 เป็นต้นมา โดยรอยเลื่อนที่น่าเป็นห่วงจากประเทศพม่าคือรอยเลื่อนสะแกง ที่พาดผ่านมาทางด้านตะวันตกและลงไปในทะเลอันดามัน   จึงน่าเป็นห่วงมาก เพราะหากด้านบนขยับเมื่อไร กทม. ก็จะได้รับผลกระทบด้วย เนื่องจากหากไหวระดับ 7 ริกเตอร์จะมระยะห่างถึงกทม.เพียง 530 กม.เท่านั้น ส่วนจากเกาะสุมาตรา จะมีระยะทางประมาณ 1,000 กม. ดังนั้นจึงต้องเร่งเตรียมความพร้อมประชาชนให้สามารถอยู่ได้กับภัยพิบัติที่มีมากขึ้น เพื่อลดความสูญเสีย” สุวิทย์ระบุความพร้อมในงานเสวนาเรื่อง “พิบัติภัยอย่างเป็นสุขได้อย่างไร ?” โดยระบุอีกว่า ความพร้อมดังกล่าวนี้เอง จะทำให้คนไทยรู้เท่าทันภัยพิบัติ และอยู่อย่างเป็นสุขได้

อยู่กับพิบัติภัยอย่างเป็นสุข ด้วยการรู้ทัน

ขณะที่ เลิศสิน รักษาสกุลวงศ์ ผอ.กองธรณีพิบัติภัยและสิ่งแวดล้อม ทธ. กล่าวว่า ทุกครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก เนื่องจากในอดีตเคยมีแผ่นดินไหวขนาด 5 ริกเตอร์มาแล้ว ดังนั้นโอกาสที่จะไหวระดับรุนแรงขึ้นไม่น่าจะเป็นไปได้ ส่วนที่ระบุว่ามีการไหวอีกจุดที่เกิดจากรอยเลื่อนปัว จ.น่านนั้น กรมทรัพยากรธรณีได้ทำการตรวจสอบข้อมูลแล้ว ยังไม่ตรวจพบการสั่นไหวในรอยเลื่อนนี้ 

เลิศสิน ระบุว่า ตัวอย่างล่าสุด กรณีที่นักวิชาการระบุว่าพบรอยเลื่อนนครนายกเป็นรอยเลื่อนใหม่ ว่า รอยเลื่อนดังกล่าวเป็นหนึ่งในหลายๆ รอยเลื่อนที่มีในประเทศไทย แต่ไม่มีพลังแล้ว และไม่จำเป็นต้องอยู่ในบัญชี 13 รอยเลื่อน ที่กรมเคยประกาศไว้ในช่วงปี 2549 เนื่องจากการจะประกาศรอยเลื่อนมีพลังนั้น ต้องใช้หลักการอย่างน้อย 5 ข้อ คือ 1. ในช่วง 1 หมื่นปีที่ผ่านมา ต้องเคยมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้น ซึ่งสามารถตรวจสอบจากตะกอนดิน 2.เคยเป็นจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวขนาดเล็กหรือไม่ 3. ต้องเห็นรูปร่างลักษณะที่ทำให้ภูมิประเทศเปลี่ยนแปลง 4.สัมพันธ์กับรอยเลื่อนที่มีพลังอื่นๆ และ 5.เกิดลักษณะของทางน้ำไหลหรือร่องน้ำ เช่น กรณีแม่น้ำโขง ที่มีลักษณะคดโค้งเพื่อหลีกเลี่ยงรอยเลื่อนตามเส้นทาง

"ในอนาคตถ้ามีการศึกษาพฤติกรรมของรอยเลื่อนในประเทศไทย แล้วพบว่ามีพลังและมีหลักฐานทางวิชาการเพียงพอก็อาจจะมีการประกาศเพิ่มเป็นรอยเลื่อนที่ 14 หรือ 15 ขณะนี้กำลังมีการทบทวนและวิจัยพฤติกรรมของรอยเลื่อนอื่นๆเพิ่มเติมอาทิ แถวจ.ตรัง ซึ่งพบร่องรอยของหินที่ร่วงหล่นลงมาแปลกและมีน้ำพุร้อนอยูในพื้นที่ด้วย รวมทั้งรอยเลื่อนท่าอุเทน จ.อุตรดิตถ์ ส่วนรอยเลื่อนนครนายกนั้น ผลการตรวจสอบยืนยันว่ายังไม่สามารถจับความสั่นไหวได้เลย แต่ก็ยังไม่สามารถฟันธงว่าเป็นรอยเลื่อนที่ตายแล้วหรือไม่ ข้อเป็นห่วงของนักวิชาการทาง ทธ. จะเชิญนักวิชาการที่มีข้อมูลมาหารือกันในเรื่องนี้ต่อไป"เขากล่าว

ด้าน สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ อาจารย์คณะวิศวกรรมศาตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ในส่วนของความกังวลเรื่องแผ่นดินไหวในกรุงเทพ สามารถอธิบายปรากฏการณ์ดังกล่าว ด้วย งานวิจัยของ  ม.เกษตร เรื่อง ข้อมูลความลึกของชั้นดินเหนียวอ่อน กทม.ซึ่งพบว่า ยิ่งใกล้ปากแม่น้ำยิ่งมีความสี่ยงต่อการรับคลื่นแผ่นดินไหว โดยเฉพาะบริเวณ สนามบินสุวรรณภูมิเป็นบริเวณที่มีคุณภาพดินที่น่ากังวลที่สุด

อยู่กับพิบัติภัยอย่างเป็นสุข ด้วยการรู้ทัน

ในส่วนของเขื่อนที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ภาพรวมทั้งประเทศ มีข้อมูลที่ตรงกันว่า สาเหตุที่ทำให้เขื่อนพัง มาจากการใช้งานปกติอันดันแรก ตามมาด้วยการรั่วซึม สำหรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่จะทำให้เขื่อนพังมีแค่ 1% เท่านั้น โดยเฉพาะหาก เขื่อนนั้นถูกออกแบบโดยวิศวกร

"เขื่อนขนาดใหญ่ ก่อนออกแบบสร้าง ต้องคำนึงหลายด้าน แม้แต่เรื่อง แผ่นดินไหว วิศวกรก็ต้องคำนวณไว้ล่วงหน้า"สุทธิศักดิ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดคือหลังเกิดแผ่นดินไหวที่พม่า สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือเขื่อนขนาดกลางและเล็ก ขณะนี้ กรมชลประทานถ่ายโอนให้กับองค์การบริหารปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีอยู่ทั้งหมด 5,000 แห่งซึ่ง 80%.ในจำนวนนี้น่าเป็นห่วง” สุทธิศักดิ์ ระบุ

ก่อนจะบอกว่า หลังจากนี้ ทุกฝ่าย จะต้องร่วมมือกันบูรณาการ ความรู้ที่มีอยู่เพื่อระวังป้องกัน อย่างมีระบบ เพื่อลดความตื่นตระหนก สร้างความตระหนักถึงปัญหาทั้งหมดให้กับทุกคน

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้