
ตะบองวิเศษ
อย่างที่เกริ่นไว้ว่า สัปดาห์ก่อนผมไปโครเอเชียกับ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. เพื่อดูงานบริษัท ซาเกร็บ โฮลดิง ที่มีหลายๆ เรื่องน่าสนใจ
อย่างที่เกริ่นไว้ว่า สัปดาห์ก่อนผมไปโครเอเชียกับ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. เพื่อดูงานบริษัท ซาเกร็บ โฮลดิง ที่มีหลายๆ เรื่องน่าสนใจ
เทศบาลนครซาเกร็บตั้ง บริษัท ซาเกร็บ โฮลดิง ขึ้นมาให้บริการสาธารณะในเมืองหลวงของโครเอเชีย แทนที่แนวทางเดิมที่เทศบาลเป็นผู้ดำเนินการ
ผลที่ตามมาคือ ประสิทธิภาพที่เกิดจากการบริหารจัดการในรูปแบบเอกชน และการใช้ทรัพยากรร่วมกัน
นี่แหละ ที่น่าสนใจเริ่มจากมหานครอย่าง กทม. และเมืองใหญ่ๆ ที่มีการเลือกตั้ง โดยแทนที่จะทำงานเอง แนวทางการตั้งบริษัท แยกบัญชีกิจการที่ต้องใช้เงินอุดหนุน และกิจการที่สร้างกำไร น่าจะเป็นทางเลือกที่น่าคิด
กทม. มีงานมากมายที่น่าจะทำในรูปบริษัท อาทิ ขยะ น้ำเสีย ซ่อมแซมทาง บริการสวนสาธารณะ ฯลฯ บางกิจการกำไร บางกิจการขาดทุน หากนำหลายๆ กิจการมารวมกัน ให้มีธุรกิจมากขึ้น เงินอุดหนุนของภาครัฐอาจจะลดลง
ขณะเดียวกัน เมืองไทยก็มีรัฐวิสาหกิจบานตะเกียง แต่ละแห่งต่างคนต่างบริหาร ไม่มีแผนปฏิบัติการร่วม
นอกเหนือแผนการบริหารของแต่ละแห่ง หากรัฐวิสาหกิจมีแผนปฏิบัติรวม โดยเน้นการใช้ทรัพยากรร่วมกัน สร้าง Synergy ทุกด้าน ทั้งการบริหารบุคลากร ทรัพย์สิน ฯลฯ เหมือนซาเกร็บ โฮลดิง ก็น่าจะเพิ่มประสิทธิภาพให้รัฐวิสาหกิจ
สคร.เองคาดหวัง ร่าง พ.ร.บ.กำกับและพัฒนานโยบายรัฐวิสาหกิจ ที่กำลังเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และหวังเข้าไปจ่อวาระแรกก่อนยุบสภา จะเป็นเครื่องมือในการยกเครื่องรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
เหมือนแต่ก่อน สคร.เป็นยักษ์ไม่มีตะบอง เลยแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจไม่ค่อยได้ จึงต้องออกกฎหมายขอ ตะบองวิเศษ
แต่นั่นแหละ เมืองไทยอะไรๆ มันก็บ่แน่ดอกนาย
“ตะบองของยักษ์” จะหาญสู้ “ร้อยชักสามสิบ” ได้สักกี่ยก







