posttoday
สินค้าพาเหรดขึ้นราคา

สินค้าพาเหรดขึ้นราคา

04 กุมภาพันธ์ 2553

หมูเห็ดเป็ดไก่ไปหมดต้อนรับตรุษจีน/ดอกเบี้ยจ่อขยับเป็นแรงส่งซ้ำเติม

โพสต์ทูเดย์ — จ๊าก ค่าครองชีพพุ่ง พาณิชย์ชี้เครื่องเซ่นไหว้ตรุษจีนปีนี้แพง แบตเตอรี่รถขอขึ้น 15% คลังระบุดอกเบี้ยขยับแน่ปลายปีนี้ *****แบตเตอรี่รถยนต์ จ่อขึ้นราคา 15% หลังยื่นหนังสือถึง “พาณิชย์” แจ้งปรับราคาแล้ว เหตุตะกั่วราคาพุ่งเท่าตัว ด้าน “พาณิชย์” ยันอาหารกระป๋องในประเทศไม่กระทบ เหตุทินเพลตปรับราคาเฉพาะอุตสาหกรรมส่งออก

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ราคาสินค้าเครื่องเซ่นไหว้ในเทศกาลตรุษจีนปีนี้เริ่มมีราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะเนื้อสุกรและไก่สดที่เป็นเครื่องเซ่นไหว้ยอดนิยม เนื่องจากปริมาณผลผลิตเนื้อหมูลดลง เพราะปัญหาอากาศร้อนทำให้หมูโตช้าและปริมาณเนื้อลดลง ขณะที่เนื้อไก่ที่แม่ไก่ฟักเป็นไข่ลมหรือไม่มีลูกเจี๊ยบในไข่เพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณไก่ออกสู่ท้องตลาดลดลงตามไปด้วย ประกอบกับช่วงนี้ตรงกับเทศกาลตรุษจีนจึงทำให้สินค้าแพงขึ้น

สำหรับในช่วงเทศกาลตรุษจีน กระทรวงพาณิชย์จะจัดมหกรรมขายสินค้าที่นิยมใช้เซ่นไหว้ราคาถูกออกจำหน่ายตามท้องตลาด ทั้งเนื้อหมู เนื้อไก่ ไก่ต้ม ผัก ผลไม้ ขนมไหว้เจ้า เพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพ และเพิ่มทางเลือกในการซื้อแก่ประชาชน

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ราคาอาหารสดจากกรมการค้าภายใน ประจำวันที่ 23 ก.พ. ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับเดือนม.ค.ที่ผ่านมา โดยสุกรชำแหละเนื้อแดง สะโพก กก.ละ 120125 บาท สูงขึ้นจากกก.ละ 115 บาท ไก่สดทั้งตัวรวมเครื่องใน กก.ละ 6566 บาท เพิ่มขึ้นจากกก.ละ 64.40 บาท รวมถึงผักบุ้งจีน ผักกวางตุ้ง ผักชี และต้นหอม เนื่องจากเป็นช่วงผลผลิตหมดรุ่นและรุ่นใหม่อยู่ระหว่างการเจริญเติบโต ทำให้ผลผลิตมีออกสู่ตลาดน้อย ขณะที่ส้มเขียวหวานก็มีราคาขึ้นเช่นกัน เพราะมีความต้องการของตลาดมากขึ้น เนื่องจากเป็นเครื่องเซ่นไหว้ยอดนิยมช่วงตรุษจีน

น.ส.ชุติมา กล่าวว่า ผู้ผลิตสินค้าแบตเตอรี่รถยนต์หลายบริษัทได้ยื่นหนังสือขอปรับราคาเข้ามาที่กรม โดยแจ้งว่าจะขอปรับราคาแบตเตอรี่เพิ่มอีก 15% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบผลิตสินค้าสูงขึ้น โดยเฉพาะตะกั่วเดือนม.ค. 2553 อยู่ที่ 2,498 เหรียญสหรัฐต่อตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนม.ค. 2552 อยู่ที่ 1,263 เหรียญสหรัฐต่อตัน หรือเพิ่มขึ้นเท่าตัว

ทั้งนี้ กรมจะพิจารณาต้นทุนการผลิตสินค้าอีกครั้งว่ามีต้นทุนเพิ่มขึ้นจริงอย่างที่ผู้ผลิตสินค้าระบุหรือไม่ ซึ่งหากสมเหตุสมผลอาจจำเป็นต้องให้ปรับขึ้นราคา แต่เบื้องต้นได้ขอความร่วมมือ หากยังสามารถตรึงราคาสินค้าต่อไปได้ ควรตรึงราคาต่อไปอีก 3 เดือน ตามนโยบายของนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์

นอกจากแบตเตอรี่รถยนต์ที่ยื่นขอปรับราคาแล้ว ยังมีสายไฟฟ้าที่ยื่นขอปรับราคาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยระบุว่าต้นทุนทองแดงเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเดือนม.ค. 2553 ราคาทองแดงอยู่ที่ 7,304 เหรียญสหรัฐต่อตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนม.ค. 2552 ราคาอยู่ที่ 3,220 เหรียญสหรัฐต่อตัน แต่กรมได้ขอให้ตรึงราคาไว้ก่อนเช่นกัน

สำหรับการปรับราคาของเหล็กแผ่นเคลือบดีบุก และเหล็กแผ่นเคลือบโครเมียม (ทินเพลต) เพิ่มขึ้น 5,000 บาทต่อตันนั้น เป็นการปรับราคาเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้ทินเพลตมาผลิตกระป๋องบรรจุสินค้าเพื่อการส่งออกเท่านั้น แต่อุตสาหกรรมภายในยังไม่มีการปรับขึ้นราคาทินเพลต ดังนั้นจะกระทบเฉพาะอุตสาหกรรมส่งออกอาหารที่ใช้กระป๋อง ซึ่งมีสัดส่วน 80% เท่านั้น แต่เชื่อว่ายังแข่งขันได้ เพราะต้นทุนกระป๋องขึ้นทั่วโลกเหมือนกัน ส่วนอุตสาหกรรมอาหารภายในไม่กระทบ และหากจะปรับขึ้นในอนาคตก็กระทบต้นทุนภาชนะกระป๋องเพียง 0.330.72 บาทเท่านั้น

นางอัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการด้านบริหาร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนก.พ. 2553 จะเร่งตัวขึ้นอีก แต่ก็จะเป็นไปตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คาดการณ์ไว้ เช่นเดียวกับการเร่งตัวของอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนม.ค. 2553 ที่ระดับ 4.1%

แม้เงินเฟ้อค่อนข้างจะขยายตัวเร็วไปบ้าง แต่ไม่ได้มาจากความต้องการสินค้า ที่เร่งตัวขึ้นรุนแรงจนถึงราคาสินค้าปรับสูงขึ้น แต่มาจากราคาอาหารที่สูงขึ้น และเกิดโรคพืชระบาดที่ทำให้ผลผลิตด้านการเกษตรลดลง รวมทั้งราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นมาบ้าง ซึ่งถือว่ายังไม่น่าเป็นห่วงมากนัก

********คลังส่งสัญญาณธปท.ขยับดอกเบี้ยปลายปี

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า ขณะนี้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานตามประมาณการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในปีงบประมาณ 25532554 ยังอยู่ในกรอบที่ได้มีการตกลงกระทรวงการคลัง จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินอย่างเร่งด่วนขณะนี้

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินของไทยต้องจับตาดูนโยบายการเงินของประเทศอื่น โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ที่มีแนวโน้มจะคงนโยบายการเงิน ที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน ต่อไปอีกระยะหนึ่ง เป็นเวลานานพอสมควร ซึ่งไทยต้องติดตามดูทั้งสองส่วน ทั้งเรื่องเงินเฟ้อภายในประเทศ และนโยบายการเงินของประเทศอื่น เพื่อนำมาใช้ประกอบการพิจารณานโยบายการเงินที่เหมาะสมของประเทศไทยด้วย

รมว.คลัง กล่าวว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธปท.เป็นเรื่องที่มีการคาดการณ์กันหลายฝ่าย หากการขยายตัวเศรษฐกิจเป็นไปตามที่รัฐบาลคาดหวังไว้ก็มีความเป็นไปได้ ความจำเป็นในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็น่าจะเกิดขึ้นปลายปี 2553ซึ่งในภาพรวมนโยบายการเงินจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากไปกว่าที่คาดการณ์ไว้

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน