
ใต้ช้ำ7หมื่นหลัง
อพยพราษฎร5จังหวัดหนีน้ำฝนซ้ำถึงสิ้นเดือนจุกหนักงบท้องถิ่นเกลี้ยงกระเป๋า
อพยพราษฎร5จังหวัดหนีน้ำฝนซ้ำถึงสิ้นเดือนจุกหนักงบท้องถิ่นเกลี้ยงกระเป๋า
ภาคใต้ 7 หมื่นครัวเรือนกระอัก เร่งอพยพหนีน้ำท่วมฝนซ้ำต่อเนื่อง ซ้ำงบฯ ท้องถิ่นเกลี้ยง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จะเดินทางไปดูพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ในวันที่ 30 มี.ค. โดยได้สั่งการให้เร่งใช้กลไกที่มีอยู่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้ให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเฉพาะถนนและสนามบินนครศรีธรรมราช
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี ตรัง และชุมพรยังเป็นไปอย่างรุนแรง หลายหน่วยงานต่างระดมช่วยเหลือและอพยพราษฎรในหลายพื้นที่อย่างเร่งด่วน
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อุทกภัยในภาคใต้มีการขยายพื้นที่เพิ่มมากขึ้นไปทาง จ.พังงา และภูเก็ต ซึ่งได้เกิดน้ำท่วมและได้มีการอพยพคนแล้ว
นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า ปัญหาคืองบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการช่วยเหลือภัยพิบัติ ขณะนี้ใช้หมดแล้ว เบื้องต้นจะต้องใช้เงินทดรองราชการที่มีอยู่ในจังหวัดแบกรับภาระทั้งหมดก่อน
นายวิทเยนทร์ มุตตามระ รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (ศชอ.) กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 23มี.ค. ถึงปัจจุบันมีพื้นที่ประสบปัญหาน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่ง 5 จังหวัด 42 อำเภอ 214 ตำบล 1,689 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 71,875 ครัวเรือน 268,781 คน มีผู้เสียชีวิต12 คน
นายวิชาญ คุณากูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้พบว่าสายทางเสียหาย 58 สายทาง สามารถสัญจรได้ 41 สายทาง และไม่สามารถสัญจรได้ 17 สายทาง ความเสียหายประมาณ 658 ล้านบาท
สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร เปิดเผยว่า ช่วง 1-2 วันนี้ ภาคใต้จะยังมีฝนตกต่อเนื่อง โดยตกหนักที่ จ.นครศรีธรรมราช และจะเคลื่อนตัวไปทาง จ.พัทลุง และสงขลา







