
ละเลง 1.5 หมื่นล้าน สร้างซูเปอร์สกายวอล์ก
อภิมหาอัครโครงการเท้าไม่ติดดิน หรือ “ซูเปอร์สกายวอล์ก” งบประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท
อภิมหาอัครโครงการเท้าไม่ติดดิน หรือ “ซูเปอร์สกายวอล์ก” งบประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท
โดย...อาทิตย์ เคนมี
อภิมหาอัครโครงการเท้าไม่ติดดิน หรือ “ซูเปอร์สกายวอล์ก” งบประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท ของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ผุดขึ้นมาท่ามกลางความสับสนมึนงงของคนเมืองกรุง เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการสอบถามความเห็นหรือประชาพิจารณ์แม้สักครั้งเดียว ทำให้เกิดข้อสงสัยตามมามากมายว่า โครงการนี้จะเป็นการตำน้ำพริกละลายภาษีของประชาชนหรือไม่
หลังผู้ว่าฯ กทม. เปิดฉากแถลงโครงการแบบสายฟ้าแลบภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเมื่อวันที่ 23 ก.พ. ถัดจากนั้นไม่กี่วันก็เกิดเสียงทักท้วงแบบ “อาฟเตอร์ช็อก” ตามมาหลายระลอก
ศรีสุวรรณ จรรยา จากสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ตั้งข้อสังเกตที่ชวนให้จับตามากที่สุดว่า เหตุใดจึงต้องอัดงบประมาณการก่อสร้างซูเปอร์สกายวอล์กระยะทาง 50 กิโลเมตร สูงถึง 1.5 หมื่นล้านบาท หรือเฉลี่ยกิโลเมตรละ 300 ล้านบาท ทั้งๆ ที่ไม่ควรเกินกิโลเมตรละ 50 ล้านบาท เท่านั้น
ยังไม่นับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เพิ่มความแออัดและอบอวลของมลพิษ ยิ่งกว่านั้นประติมากรรมงานสร้างชิ้นนี้อาจทำให้กลายเป็นเมืองแห่ง “อุจาดทัศน์” นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงความพ่ายแพ้ของ กทม. ที่ไม่สามารถบริหารจัดการบาทวิถีที่มีอยู่เดิมได้
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ของ กทม. จำนวน 4.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งบรรดา สก.ได้ร่วมอภิปรายกันอย่างกว้างขวางว่า หน่วยงาน กทม. ควรนำงบประมาณไปใช้อย่างรอบคอบรัดกุมและต้องเกิดประโยชน์สูงสุด โดยจำแนกคร่าวๆ ได้แก่ ด้านการบริหารทั่วไป 1 หมื่นล้านบาท ด้านการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย 6,500 ล้านบาท ด้านการโยธาและระบบจราจร 9,200 ล้านบาท ด้านการระบายน้ำและบำบัดน้ำเสีย 3,800 ล้านบาท ด้านการพัฒนาและบริการสังคม 5,500 ล้านบาท ด้านการสาธารณสุข 5,700 ล้านบาท และด้านการศึกษา 4,700 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับโครงการซูเปอร์สกายวอล์ก 1.5 ล้านบาท ถือว่าใช้งบประมาณมากกว่าด้านอื่นๆ อย่างเทียบไม่ติด
ขณะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เจ้าของโปรเจกต์ยักษ์ชี้แจงว่า เหตุที่ต้องผลักดันโครงการนี้ เพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์แก่คนเดินเท้า ซึ่งนานาอารยประเทศที่เจริญแล้ว อย่างนิวยอร์ก โทรอนโต เวียนนา ฮ่องกง โซล ฯลฯ ก็ล้วนมีสกายวอล์กทั้งสิ้น
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ตอบโต้เรื่องการใช้งบประมาณว่า เมื่อเทียบกับการตัดถนน 4 เลน ต้องใช้งบถึง 500 ล้านบาทต่อกิโลเมตร โดยไม่รวมค่าเวนคืน ขณะที่ซูเปอร์สกายวอล์กเมืองไทยเป็นการกระตุ้นให้คนจอดรถทิ้งไว้ที่บ้าน ช่วยลดความแออัดบนท้องถนนลงได้ โดยคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการมากถึงวันละ 2-3 ล้านคน
ขณะที่ผลสำรวจความเห็นประชาชนที่จัดทำโดยทีมสำรวจของภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า คนกรุง 68% เห็นควรให้สร้างซูเปอร์สกายวอล์ก แต่อีก 79.4% ไม่เห็นด้วยกับค่าก่อสร้างที่แพงเกินจริง ซึ่งหาก กทม.ปรับลดราคาให้เหมาะสมและมีความโปร่งใสในขั้นตอนการก่อสร้าง คนกรุง 94.2% ก็พร้อมจะเทใจให้
“สิ่งที่ข้องใจคือ กทม. ควรทำประชาพิจารณ์ก่อนที่จะเริ่มลงมือทำ แถมเรื่องงบประมาณโครงการก็น่าเป็นห่วงด้วย” ศิริมา ปัญญาเมธีกุล อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จุฬาฯ กล่าว







