posttoday
สมิทธเผยสารกัมมันตภาพรังสีจากญี่ปุ่นถึงไทยปลายปี

สมิทธเผยสารกัมมันตภาพรังสีจากญี่ปุ่นถึงไทยปลายปี

24 มีนาคม 2554

สมิทธ  ระบุ  ไทยจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์  เหตุ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติจะหมดในอีก 30-40 ปีข้างหน้า รับ ปลายปีลมเปลี่ยนทิศ สารกัมมันตภาพรังสีจากญี่ปุ่นมาถึงไทย

สมิทธ  ระบุ  ไทยจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์  เหตุ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติจะหมดในอีก 30-40 ปีข้างหน้า รับ ปลายปีลมเปลี่ยนทิศ สารกัมมันตภาพรังสีจากญี่ปุ่นมาถึงไทย

การประชุมคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่รัฐสภา  มีวาระพิจารณาการมีส่วนร่วมของประชาชน กับกระบวนการทางนโยบายในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ โดยศึกษาจากบทเรียนการกรณภัยพิบัติในประเทศญี่ปุ่น ในการป้องกันและรับมือกับสาธารณภัย ที่มี นางนิภา พริ้งศุลกะ ส.ส.นครศรีธรรมราช ฐานะรองประธาน กมธ.คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนเครือข่ายประชาชนไม่เอานิวเคลียร์ ร่วมแสดงความเห็น

โดย นายลภชัย ศิริภิรมย์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กล่าวว่า นับจากที่โรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่ประเทศญี่ปุ่นเกิดระเบิด และสารกัมตภาพรังสีฟุ้งกระจายไปสู่ท้องฟ้า ทางสำนักงานฯ ได้ตรวจวัดค่ารังสีในประเทศไทย ล่าสุด มีค่าเท่ากับศูนย์ นอกจากนั้นได้เตรียมการป้องกัน โดยจัดหน่วยงานตรวจรังสีบุคคลที่เดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่น หรือบุคคลที่สงสัยว่าจะสัมผัสกัมตรภาพรังสี

ด้าน นายวิฑูรย์ เพิ่มพงศาเจริญ มูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 3 หมื่นเมกกะวัตต์ ซึ่งเกินกว่าความต้องการใช้ภายในประเทศ และอนาคตหากมีโครงการอื่นๆ คาดว่าจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากถึง 5 หมื่นเมกกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการ เพราะสถิติความต้องการใช้ไฟฟ้ารอบ 15 ปี ไม่พบความต้องการที่เพิ่มขึ้น ส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้านิวเคลียร์ยอมรับว่ามีความเสี่ยง

ในการประชุม ตัวแทนเครือข่ายประชาชนได้แสดงความเห็นทิศทางเดียวกัน คือ คัดค้านโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ เนื่องจากกังวลเรื่องอันตรายของกัมตภาพรังสี แต่หากหน่วยงานรัฐบาลต้องการสร้าง ขอให้ย้ายโรงงานผลิตมาในพื้นที่กรุงเทพฯ เพราะถือว่าเป็นจังหวัดที่มีสถิติการใช้ไฟฟ้าสูงที่สุด และจากสถิติการใช้ไฟฟ้าจาก 3 ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในเมืองหลวง พบว่า ใน 1 วัน เท่ากับปริมาณการใช้ไฟฟ้าใน 16 จังหวัด

ด้าน นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เปิดเผยว่า การสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ถือว่ามีความจำเป็น เนื่องจาก 30 - 40 ปีข้างหน้า น้ำมันและก๊าซธรรมชาติก็จะหมดไปจากโลกนี้ ส่วนตัวมองว่าพลังงานนิวเคลียร์ เป็นพลังงานสะอาดที่สามารถใช้ทดแทนได้ ส่วนกรณีที่กลุ่มประชาชนต่อต้าน ตนมองว่า เป็นเพราะขาดความรู้ความเข้าใจโดยละเอียด หากหน่วยงานรัฐเข้าไปให้ความรู้ด้านประโยชน์และข้อเสียอย่างละเอียด ประชาชนจะเข้าใจ ไม่มีปัญหา

เมื่อถามว่า กรณีที่โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ที่ประเทศญี่ปุ่นระเบิด รังสีที่เป็นอันตรายจะมาถึงประเทศไทยหรือไม่ นายสมิทธ กล่าวว่า ตอนนี้ไม่มี แต่มีความเป็นไปได้ในช่วงปลายปี ที่ลมเปลี่ยนทิศทางมาเป็นทางตะวันตกเฉียงใต้ สารกัมมันตภาพรังสีอาจมาถึงไทยได้ ส่วนความเข้มข้น หรือสามารถทำอันตรายกับประชาชนได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของรังสีที่ปล่อยออกมา เมื่อถึงเวลานั้นคงต้องตรวจวัดอีกครั้ง

นายบุรินทร์ อัศวพิภพ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า โดยหลักการแล้ว อาจมีความเป็นไปได้ที่ลมเปลี่ยนทิศทางมาเป็นทางตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงปลายปีและส่งผลให้สารกัมมันตภาพรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จากประเทศญี่ปุ่นจะแพร่มาถึงประเทศไทยได้ แต่อย่างไรก็ตามด้วยระยะเวลาและระยะทางที่ไกลปริมาณที่กัมมันตภาพรังสีจะมาถึงไทยอาจน้อยมาก จนมั่นใจว่าจะอยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตราย

อย่างไรก็ตาม จำเป็นที่จะต้องติดตามความเคลื่อนไหวต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะสิ้นสุด หรือว่ามีความเปลี่ยนเรื่องอื่นเกิดขึ้นอีกหรือไม่ แต่จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องวิตกในเรื่องปริมาณกัมมันตภาพรังสีที่จะแพร่มาถึง

ทั้งนี้ จำเป็นต้องมีการตรวจสอบข่าวเพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดการเข้าใจผิดและตื่นตระหนกถึงการแพร่กระจายของกัมมันตภาพรังสี โดยให้ยึดข้อมูลจากสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือไอเออีเอ เพราะเป็นหน่วยงานที่จะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนเผยแพร่ข้อมูล

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้