posttoday
พท.ชำแหละ"กลาโหม"ซื้ออาวุธมีพิรุธ

พท.ชำแหละ"กลาโหม"ซื้ออาวุธมีพิรุธ

17 มีนาคม 2554

เพื่อไทย ชำแหละ กลาโหม จัดซื้ออาวุธมีพิรุธ อู้ฟู่เกินจริง ตั้งปมซื้อเรือเหาะใช้งานไม่ได้ เอื้อเอกชนไม่ต้องเสียค่าปรับ "สุเทพ" แจงใช้งานได้แล้วหลังส่งสหรัฐฯซ่อมแซม

เพื่อไทย ชำแหละ กลาโหม จัดซื้ออาวุธมีพิรุธ อู้ฟู่เกินจริง ตั้งปมซื้อเรือเหาะใช้งานไม่ได้ เอื้อเอกชนไม่ต้องเสียค่าปรับ "สุเทพ" แจงใช้งานได้แล้วหลังส่งสหรัฐฯซ่อมแซม

ที่รัฐสภา มีการพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยในเวลา 13.30 น.พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ สส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทยได้อภิปรายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณให้กองทัพซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์อย่างไม่มีประสิทธิภาพ โดยยกกรณีของการจัดซื้อเรือเหาะตรวจการณ์ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้มูลค่า 340 ล้านบาท

พ.ต.ท.สมชาย กล่าว การจัดซื้อเรือเหาะดังกล่าวถือว่าไม่มีความเหมาะสมกับสภาพการใช้งาน เนื่องจากภาคใต้เป็นพื้นที่ที่ฝนตกตลอดเกือบทั้งปี ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการใช้เรือเหาะตรวจหากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ นอกจากนี้ กระบวนการจัดซื้อยังมีข้อน่าสงสัยมากมาย อย่างการให้บริษัทคู่สัญญากับรัฐสามารถเบิกเงินไปล่วงหน้าถึง 70 % ทั้งที่เจ้าหน้าที่ของรัฐยังไม่ได้มีการตรวจดูเรือเหาะอย่างละเอียด จนกระทั่งพบว่ามีรอยรั่วซึมและไม่สามารถบินได้สูงเกิน 1 หมื่นฟุตเพื่อให้พ้นระยะปืน รวมไปถึงรถคอมมานด์คอนโทรลที่ต้องใช้คู่กับเรือเหาะมูลค่า 19 ล้านบาทก็ไม่สามารถใช้งานได้ และที่สำคัญ คือ กล้องจำนวน 5 ตัวที่ต้องติดตั้งไว้เรือเหาะและอุปกรณ์อื่นๆมูลค่า 200 ล้านบาทก็ไม่มีประสิทธิภาพเพราะเมื่อไปทดลองใช้ไม่ได้คุณภาพตามที่ต้องการ

“นอกจากนี้ยังไม่มีการปรับบริษัทคู่สัญญาที่ส่งมอบเรือเหาะให้กับกองทัพล่าช้าไปถึง 334 วัน โดยตามสัญญาที่ตกลงทำกันไว้ต้องมีการปรับจำนวน 0.2%ต่อวันจากราคาที่มีการซื้อขาย โดยคิดตกวันละ 1.9 หมื่นเหรียญสหรัฐแต่ปรากฏว่ามีการปรับเพียง 12 วันเท่านั้น”พ.ต.ท.สมชาย กล่าว

พ.ต.ท.สมชาย กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีกรณี โครงการจัดซื้อรถ 4 ล้อ ลำเลียงของกองทัพบกด้วยวิธีจัดซื้อพิเศษจากบริษัทหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น วงเงิน 4.9พันล้านบาท ในราคายกเว้นภาษี จำนวน 1,474 คัน ซึ่งราคาเฉลี่ยตกคันละ 3 ล้านกว่าบาท ทั้งที่เป็นรถบรรทุก 4 ล้อธรรมดาที่ราชการทหารไม่ใช้กัน ซึ่งประเด็นนี้มีข้อสงสัยว่าทำไมยังสามารถจัดซื้อจากประเทศญี่ปุ่นเพราะประเทศนี้เป็นประเทศแพ้สงครามที่สหประชาชาติมีมติว่าห้ามประเทศสมาชิกสั่งซื้อยุทธภัณฑ์ทางทหารจากญี่ปุ่น

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงว่าการจัดซื้ออาวุธของกองทัพรัฐบาลไม่ได้ปล่อยให้ตามอำเภอใจ ไม่ใช่แบบที่กองทัพอยากได้ก็ขอรัฐบาลมาและรัฐบาลต้องให้ทั้งหมด เพราะการจัดสรรงบประมาณก็ให้ตามความจำเป็นและความเหมาะสม ซึ่งในบางกรณีอย่างการจัดซื้อเรือเหาะเมื่อมีปัญหาตนเองได้หารือกับผู้บัญชาการกองทัพบกโดยตลอด แบบนี้คงจะมากล่าวหาว่ารัฐบาละเลยไม่ได้ ส่วกรณีที่กระทรวงกลาโหมได้รับงบประมาณประจำปีเฉลี่ยสูงขึ้นทุกปีก็ไม่เป็นความจริงเพราะเป็นการเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยกับการถูกปรับลดก่อนหน้านี้หลายปี

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีของเรือเหาะถือว่าราคามีความเหมาะสมกับคุณสมบัติในการใช้งานเพื่อมาปกป้องและรักษาชีวิตให้ทหารผู้ปฎิบัติหน้าที่ในพื้นที่ และระยะทำการบินก็ได้สอบถามกองทัพแล้วว่าไม่มีความจำเป็นต้องสูงถึงหมื่นฟุตเพราะมีระยะทำการบินเพียง 3 พันฟุตก็ถือว่าพ้นระยะปืนเล็กยาวที่จะยิงจากพื้นดินแล้ว เช่นเดียวกับปัญหารั่วซึมยอมรับว่าตอนส่งมอบมามีปัญหาแต่ได้ส่งคืนให้สหรัฐอเมริการกลับไปแก้ไขจนสามารถใช้งานได้แล้ว ขณะที่เรื่องค่าปรับกับบริษัทคู่สัญญาในฐานะที่มีดำเนินการล่าช้ากว่าที่สัญญากำหนดนั้นยังอยู่ในระหว่างการเจรจายังไม่ได้ข้อยุติ แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีการหลีกเลี่ยงไม่ปรับอย่างแน่นอน

“ส่วนการจัดซื้อรถ 4 ล้อ ลำเลียงของกองทัพบกก็เป็นโครงการที่อนุมัติจัดซื้อตั้งแต่รัฐบาลก่อนหน้านี้ไม่ใช่มาเริ่มทำโครงการในรัฐบาลท่านนายกฯอภิสิทธิ์ เพียงแต่ว่ากระบวนการส่งมอบดำเนินการมาเรื่อยๆมาจนถึงรัฐบาลชุดนี้เท่านั้น และมีการส่งมอบเพียงแค่ 90 คัน” นายสุเทพ กล่าว

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม กล่าวว่า กองทัพทุกเหล่าทัพคำนึงถึงเงินภาษีทุกบาทของประชาชนอย่างมาก ไม่ใช่อยากได้ก็จะขอรัฐบาลอย่างเดียว และกระบวนการในขอจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์มีคณะกรรมการกลั่นกรองและกำหนดคุณสมบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีไม่ใช่จะกระทำโดยวิธีพิเศษเพียงอย่างเดียว 

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค