posttoday
‘อากิฮิโต’ปลอบขวัญ

‘อากิฮิโต’ปลอบขวัญ

17 มีนาคม 2554

ต้องเข้มแข็งพร้อมช่วยเหลือซึ่งกันหิมะตกรุนแรงโตเกียวเงียบสงัด

ต้องเข้มแข็งพร้อมช่วยเหลือซึ่งกันหิมะตกรุนแรงโตเกียวเงียบสงัด

จักรพรรดิญี่ปุ่นทรงแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ในประเทศ และตรัสปลอบขวัญประชาชน ท่ามกลางวิกฤตที่รุมเร้าเพิ่มขึ้น อากาศหนาว หิมะตกรุนแรง อีกทั้งอาฟเตอร์ซ็อกยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้านอดีตวิศวกรจีอีเผยการออกแบบของเตาปฏิกรณ์ไม่รองรับแรงสั่นสะเทือนรุนแรง

สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโต ของญี่ปุ่น ทรงอ่านพระราชสาส์นแสดงความเสียพระทัยและเป็นกังวลอย่างยิ่งต่อเหตุภัยพิบัติครั้งใหญ่ในญี่ปุ่น โดยออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ทั่วประเทศ ถือเป็นการปรากฏพระองค์ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่ญี่ปุ่นประสบกับสถานการณ์ครั้งเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

“เราเสียใจอย่างยิ่งต่อสถานการณ์อันเศร้าสลดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จำนวนของผู้เสียชีวิตและสูญหายเพิ่มขึ้นวันต่อวัน ซึ่งเราไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มไปถึงเท่าไหร่ ความหวังของเราก็คือจะมีประชาชนรอดปลอดภัยมากที่สุดเท่าที่จะมากได้” พระองค์ตรัส

นอกจากนี้ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโต ยังทรงกระตุ้นเตือนให้ประชาชนผู้รอดชีวิตอย่าเพิ่งละทิ้งความหวังและกำลังใจ

“เราขอสวดมนต์ขอให้ประชาชนในชาติปลอดภัย ด้วยความหวังจากเบื้องลึกของจิตใจว่า ประชาชนจะจับมือกัน เยียวยากันและกันด้วยความเห็นอกเห็นใจ ฝ่าฟันเวลาอันยากลำบากนี้ให้ผ่านพ้นไปได้” สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโต ตรัส

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศภายในประเทศก็ยังคงเศร้าหมอง และรุมเร้าด้วยอุปสรรค

ขณะที่ผู้รอดชีวิตและทีมกู้ชีพที่ปกติในแต่ละวันไม่เพียงต้องเผชิญกับการขาดกระแสไฟฟ้า น้ำประปา พลังงาน และการติดต่อสื่อสารที่ย่ำแย่มากอยู่แล้ว แต่ล่าสุดทุกคนกำลังต้องเผชิญชะตากรรมอันหนักหน่วงขึ้น เนื่องจากเกิดหิมะตกลงมาอย่างรุนแรงสร้างอุปสรรคในการค้นหาผู้รอดชีวิต และบั่นทอนสภาพความเป็นอยู่ของผู้รอดชีวิตให้สาหัสขึ้น

สภาพอากาศในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากเหตุแผ่นดินไหวทั้งในจังหวัดอิวาเตะ มายากิ และฟูกุชิมา ลดลงอย่างรวดเร็วเฉียด 0 องศาเซลเซียส และสำนักอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าอุณหภูมิจะลดลงอีกเรื่อยๆ จนอยู่ที่ราวลบ 5 องศาเซลเซียส

ผู้รอดชีวิตที่สามารถฝ่านาทีวิกฤตพาตัวเองหนีตายจากเหตุดังกล่าวมาได้ด้วยสภาพที่สูญสิ้นทุกอย่างกำลังต้องการผ้าห่มและเครื่องกันหนาว รวมทั้งขณะนี้ยังต้องอยู่ในสภาพขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม

ทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพกังวลถึงสุขภาพของผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นคนส่วนมากที่เข้ามาอาศัยในที่พักชั่วคราวที่ทางการจัดไว้ให้

“พวกเขากำลังเผชิญกับภาวะที่ยากลำบากอย่างยิ่ง พวกเขาต้องการการดูแลร่างกายและการบำบัดรักษาที่เหมาะสม โดยปัญหาส่วนใหญ่จะเป็นในเรื่องสภาพจิตใจ พวกเขาต้องการระบายความเครียดออกไปบ้าง หรือแม้พวกเขาอาจจะได้รับประทานอาหารครบสามมื้อในแต่ละวัน แต่บางทีพวกเขาก็อาจจะต้องการอาหารอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย” แพททริค ฟูลเลอร์ จากสหพันธ์สภากาชาด ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในเมืองโอสึจิ กล่าว

ขณะที่วันที่ 4 ของการกู้ภัยเป็นไปอย่างลำบากมากขึ้น เมื่อร่างผู้เสียชีวิตเริ่มส่งกลิ่นคละคลุ้ง

“กลิ่นของร่างผู้เสียชีวิตและน้ำทะเลที่เน่าเสียรุนแรงขึ้น เป็นอุปสรรคให้การค้นหายากขึ้นมาก” หยินกวางหุย เจ้าหน้าที่ทีมกู้ชีพจากจีนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในเมืองโอฟูนาโต กล่าว

ล่าสุด มีการประกาศยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ราว 4,000 คน และยังคงมีผู้สูญหายอีกราว 7,000 คน ซึ่งทางการยังคงประเมินว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจจะอยู่ที่ราว 1.2 หมื่นคน

วันเดียวกันนี้ เดล บรีเดนโบห์ อดีตนักวิศวกรของเจนเนอรัล อิเล็คทริค (จีอี) บริษัทออกแบบเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ให้กับญี่ปุ่น ซึ่งลาออกมาตั้งแต่เมื่อ 35 ปีที่แล้ว เผยว่า เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของญี่ปุ่นที่มีปัญหาอยู่นี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับแรงสั่นสะเทือนมากอย่างที่เกิดขึ้น

“ในตอนนั้นผมคิดว่าเครื่องไม่ได้รับการใส่ใจมากพอ ผมรู้สึกว่าโรงงานบางส่วนควรต้องปิดตัวลงถ้าหากการวิเคราะห์เสร็จสิ้น แต่จีอีและโรงงานเองไม่อยากทำอย่างนั้น ดังนั้นผมจึงตัดสินใจลาออก” บรีเดนโบห์ กล่าว ขณะที่จีอีออกมายืนยันว่าเทคโนโลยีดังกล่าวมีความปลอดภัยสูง

สำหรับบรรยากาศในกรุงโตเกียว ซึ่งชาวญี่ปุ่นเร่งกักตุนสินค้า และอยู่แต่ในบ้าน หรือกระทั่งออกจากบ้านน้อยมากเนื่องจากกังวลในเรื่องสารกัมมันตรังสีที่รั่วไหล ทำให้เมืองที่วุ่นวายมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก กลับเงียบสงัดลงไปถนัดตา

คาซูกิ อริซาวา คนขับรถแท็กซี่วัย 62 ปี ในกรุงโตเกียว กล่าวว่า ในเวลาปัจจุบันแทบไม่มีรถวิ่งไปมาในเมือง และยังคงไม่สามารถหารายได้ได้เลยเนื่องจากไม่มีลูกค้า ทั้งที่ตามปกติแล้วจะสามารถหาลูกค้าได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น หนำซ้ำ ยังมีอาฟเตอร์ช็อกรุนแรงเกิดขึ้นต่อเนื่อง เขย่าขวัญประชาชนอย่างไม่จบสิ้น

ด้านรัฐบาลไต้หวันออกมาแสดงความกังวลว่า เหตุภัยพิบัติครั้งรุนแรงในญี่ปุ่นจะส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของไต้หวัน เนื่องจากแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นจำนวนมากเดินทางเข้าไต้หวันและสร้างรายได้มหาศาล

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าธุรกิจอาหารญี่ปุ่นหรือซูชิในประเทศต่างๆ ทั่วเอเชียยังคงมีลูกค้าเข้ามารับบริการตามปกติ โดยร้านซูชิ เอกซ์เพรส ในไต้หวัน มีการติดประกาศที่หน้าร้านเพื่อแจ้งลูกค้าว่า อาหารทะเลทุกชนิดนำเข้ามาก่อนเกิดเหตุแผ่นดินไหว และการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

วิลเลียม มาร์ค ประธานสมาพันธ์ธุรกิจร้านอาหารในฮ่องกงออกมายอมรับว่า มีความกังวลว่ากิจการร้านอาหารในฮ่องกงจะได้รับผลกระทบ

“ความกังวลเกี่ยวกับกัมมันตรังสีมีผลกระทบเชิงจิตวิทยาในระยะยาว ไม่มีอะไรที่เราสามารถทำได้ แต่เราก็ยังคงมองไม่เห็นปัญหาใดๆ ในอนาคตอันใกล้นี้” มาร์ค กล่าว

เช่นเดียวกับธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในสิงคโปร์ อินเดีย และเวียดนาม ยืนยันว่าธุรกิจยังคงไม่ได้รับลกระทบใดๆ

 

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร