
เข้มคุมนำเข้าอาหารแดนซามูไร
อย.เฝ้าระวังออกมาตรการป้องกันการปนเปื้อนของสารกัมมันตภาพรังสี จากญี่ปุ่น – แจกไอโอดีนเม็ด
อย.เฝ้าระวังออกมาตรการป้องกันการปนเปื้อนของสารกัมมันตภาพรังสี จากญี่ปุ่น – แจกไอโอดีนเม็ด
โดย... ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
ช่วงเช้าวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เดินทางไปยังคลังสินค้าสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อสุ่มตรวจสารปนเปื้อนกัมมันตรังสีในสินค้านำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น โดย น.ส.สุภาภรณ์ อำนวยกิจ หัวหน้าด่านอาหารและยาคลังสินค้า ระบุว่า วันนี้มีการนำเข้าปลาฮามาจิ จำนวน 60 กิโลกรัมและปลาทูน่าตาโต จำนวน 39.2 กิโลกรัม โดยเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างปลาอย่างละ 1 กิโลกรัมเพื่อส่งไปให้สำนักงานพลังงานปรมณูเพื่อสันติตรวจสอบ คาดว่าภายใน 1 วันจะทราบผล
ทั้งนี้ อย.ได้เฝ้าระวังและออกมาตรการป้องกันการปนเปื้อนของสารกัมมันตภาพรังสี 1.เข้มงวดในการตรวจสอบเฝ้าระวังการปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีในอาหารนำเข้าจากญี่ปุ่น โดยมีการเก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์ หากไม่พบสารปนเปื้อนจึงจะอนุญาตให้นำเข้ามาได้ 2.เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์อย่างครอบคลุม อาทิ วัตถุดิบนม อาหารทะเล เนื้อสัตว์แปรรูป
นอกจากนี้ อย.ยังขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการนำเข้าและผู้ประกอบการค้าปลีก เพื่อปฏิบัติตามกรอบอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งจะประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนอย่างเข้มข้น
อย่างไรก็ดี มาตรการทางกฎหมาย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 102 (พ.ศ.2529) และฉบับที่ 116 (พ.ศ.2531) เรื่องมาตรฐานอาหารที่มีกัมมันตรังสี โดยกำหนดให้อาหารที่มีฝุ่นกัมมันตรังสีปนเปื้อนที่ผลิตเพื่อจำหน่าย นำเข้าเพื่อจำหน่าย หรือที่จำหน่ายเป็นอาหารที่กำหนดมาตรฐาน โดยตรวจพบกัมมันตภาพรังสีในรูปของซีเซียม-137 ไม่เกินระดับปริมาณดังนี้
1.นมสด 7 เบคเคอเรล ต่อลิตร 2.นมผง ผลิตภัณฑ์นมและอาหารที่ใช้สำหรับทารก 21 เบคเคอเรล ต่อกิโลกรัม 3.ธัญพืชและอาหารประเภทอื่น 6 เบคเคอเรลต่อกิโลกรัม โดยผู้นำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักรแต่ละครั้ง จะต้องมีหนังสือรับรองความปลอดภัยระบุระดับปริมาณกัมมันตภาพรังสีในรูปซีเซียม-137 ของอาหารนั้น ที่ด่านศุลกากรที่นำเข้า
หากพบว่าอาหารใดตรวจพบปริมาณกัมมันตภาพรังสีไม่เป็นไปตามที่ประกาศกำหนด จะจัดเป็นอาหารผิดมาตรฐาน ตามมาตรา 28 ฝ่าฝืนมาตรา 25 (3) มีโทษตามมาตรา 60 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท
ขณะที่ คณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยการป้องกันอันตรายจากรังสี องค์การสหประชาชาติ กำหนดว่า ค่าสูงสุดที่มนุษย์จะได้รับจากรังสีต่างๆ โดยที่ไม่เกิดอันตราย คือ ผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับรังสีรับได้ไม่เกิน 5 เร็มต่อปี ส่วนคนธรรมดาหรือหญิงตั้งครรภ์และเด็ก รับได้ไม่เกิน 0.5 เร็มต่อปี
ขณะที่ในชีวิตมนุษย์ประจำวันจะได้รับรังสีตามธรรมชาติ โดยจะได้รับปีละประมาณ 0.1 – 0.3 เร็มต่อปี (เร็มคือหน่วยวัดปริมาณรังสีที่ใช้ในเรื่องเกี่ยวกับการป้องกันอันตรายจากรังสี)
เมื่อเทียบเคียงจากเหตุโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เชอร์โนบิย์ล สหภาพโซเวียตเมื่อ 26 เม.ย. 2529 พบว่าเกิดสารกัมมันรังสีมากกว่า 100 ชนิด แต่ที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับสุขภาพมี 2 ชนิด ได้แก่ ธาตุไอโอดีน 131 ซึ่งมีอันตรายในระยะสั้น สลายตัวไปครึ่งหนึ่งในระยะเวลา 8 วัน อาจสร้างความเสียหายแก่ต่อมไทรอยด์ ป้องกันได้ด้วยการรับประทานไปแตสเซียมไอโอได และ ซีเซียม 137 ซึ่งสลายตัวครึ่งหนึ่งใช้เวลาถึง 30 ปี ทำลายเนื้อเยื้อตับและไขกระดูก แต่ร่ายกายสามารถขับสารนี้ออกมาได้ครึ่งหนึ่งใน 44 วัน ป้องกันได้โดยรับประทาน Prussian Blue
สำหรับการเฝ้าระวังการฟุ้งกระจายของวัสดุกัมมันตรังสีในประเทศไทย สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ได้ติดตั้งเครื่องวัดรังสีในอากาศทั่วประเทศที่ กทม. ขอนแก่น เชียงใหม่ และสงขลา โดยจะมีการแจ้งเตือนทันทีเมื่อมีระดับรังสีสูงกว่า 100 นาโนซีเวิร์ทต่อชั่วโมง
ทั้งนี้ หากวัดระดับรังสีในอากาศได้มากกว่า 1 ไมโครซีเวิร์ทต่อชั่วโมง ขึ้นไปให้ประชาชนหลบอยู่ในที่พัก ปิดประตูหน้าต่างอย่างหนาแน่ แต่หากวัดได้ 1 มิลิซีเวิร์ทต่อชั่วโมง จำเป็นต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่
ด้านกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข สั่งการให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ผลิตไอโอดีนเม็ดสำหรับรับประทานป้องกัมมันตรังสีจำนวน 1.5 หมื่นเม็ด เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่เดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงในประเทศญี่ปุ่น โดยจะเริ่มแจกจ่ายในวันที่ 17 มี.ค.ที่สนามบินซึ่งมีเที่ยวบินไปประเทศญี่ปุ่น อาทิ สุวรรณภูมิ ภูเก็ต
เจ้ากระทรวงหมอ อธิบายเพิ่มอีกว่า ไอโอดีนเม็ดที่ผลิตแบ่งออกเป็นขนาด 130 มิลลิกรัม จำนวน 1 หมื่นเม็ด สำหรับผู้ใหญ่ และขนาด 65 มิลลิกรัม จำนวน 5,000 เม็ด สำหรับเด็ก ซึ่งเป็นไอโอดีนที่เข้มข้นกว่าที่สธ.แจกให้หญิงตั้งครรภ์ 1,000 เท่า นอกจากนี้กรมควบคุมโรคยังได้จัดตั้งจุดคัดกรองผู้ป่วยที่สนามบินเพื่อให้คำแนะนำและตรวจสุขภาพแก่ประชาชนที่เดินทางไปและกลับจากประเทศญี่ปุ่น หากพบว่าจำเป็นต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติมจะจัดส่งไปยังโรงพยาบาลราชวิถี และโรงพยาบาลนพรัตน์







