posttoday
นักวิชาการเชื่อโอกาสเตาปฏิกรณ์ระเบิดยังมีน้อย

นักวิชาการเชื่อโอกาสเตาปฏิกรณ์ระเบิดยังมีน้อย

15 มีนาคม 2554

นักวิชาการนิวเคลียร์เชื่อโอกาสเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในโรงไฟฟ้าฟูกุชิมาจะระเบิดยังมีน้อย เนื่องจากญี่ปุ่นพยายามลดอุณหภูมิให้ต่ำกว่า500องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิที่ทำให้ระเบิดอยู่ที่ 1,000องศา

นักวิชาการนิวเคลียร์เชื่อโอกาสเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในโรงไฟฟ้าฟูกุชิมาจะระเบิดยังมีน้อย เนื่องจากญี่ปุ่นพยายามลดอุณหภูมิให้ต่ำกว่า500องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิที่ทำให้ระเบิดอยู่ที่ 1,000องศา

นายสมพร จองคำ อดีตผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ กล่าวว่าการระเบิดในโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่เมืองฟูกุชิมะมีโอกาสน้อยมากที่สารกัมมันตรังสีจะแพร่กระจายในภูมิภาคเอเชียรวมทั้งไทยด้วย เนื่องจากส่วนที่เกิดการระเบิดเป็นเพียงระบบหล่อเย็นของเตาปฏิกรณ์ ไม่ใช่เป็นการระเบิดของเตาปฏิกรณ์โดยตรง สารกัมมันตรังสีที่แพร่ออกมาจึงมีปริมาณเล็กน้อยและกระจายโดยรอบบริเวณโรงไฟฟ้าเท่านั้น

นักวิชาการเชื่อโอกาสเตาปฏิกรณ์ระเบิดยังมีน้อย ภาพอาคารครอบเตาปฏิกรณ์หมายเลข1ที่เกิดการระเบิดของก๊าซไฮโดรเจน

นายสมพรกล่าวว่าเมื่อน้ำในระบบหล่อเย็นเมื่อมีความร้อนถึง 500 องศาเซลเซียสก็จะแตกตัวเป็นไฮโดรเจนและดันทะลุออกมา สารกัมมันตรังสีที่กระจายออกมาจะกระจายรอบๆบริเวณนั้นต่างจากกรณีเชอโนบิลที่เป็นการระเบิดของเตาปฎิกรณ์โดยตรงและควันพุ่งขึ้นสูงไปถึงกระแสลมบนทำให้มีการแพร่กระจายไปนับพันกิโลเมตร

"จริงๆอพยพคนออกนอกรัศมี 5 กม.ก็เพียงพอแล้ว แต่ญี่ปุ่นใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดจึงอพยพไปไกลถึง 30 กม. และปริมาณสารกัมมันตรังสีที่วัดได้บริเวณรั้วโรงไฟฟ้าก็สูงกว่าปริมาณตามธรรมชาติเล็กน้อย บวกกับทิศทางลมจะพัดออกมหาสมุทรแปซิฟิกไปทางอเมริกา โอกาสมาถึงไทยจึงมีน้อยมาก"นายสมพรกล่าว

นายสมพรกล่าวว่าโอกาสที่เตาปฎิกรณ์จะระเบิดก็มีน้อยเช่นกันเนื่องจากความร้อนที่จะทำให้ระเบิดได้อยู่ที่ 1,000 องศาเซลเซียส แต่ขณะนี้อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 500 องศาเซลเซียสและกำลังลดลงเรื่อยๆ หรือหากระเบิดจริงก็มีเบ้าเหล็กหนา 6 นิ้วกั้นไว้อีกชั้นหนึ่งด้วย

สำหรับวิธีปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการรับรังสีนั้น นายสมพรกล่าวว่าควรทำตามแนวทางที่รัฐบาลญี่ปุ่นกำหนดไว้เพราะเป็นมาตรการขั้นสูงสุดในการป้องกันตน นั่นคือการปิดประตูหน้าต่างเพื่อป้องกันสารกัมมันตรังสีที่แพร่มากับลม รวมทั้งการสวมใส่เครื่องแต่งกายที่มิดชิดใส่ผ้าปิดจมูก

นอกจากนี้ยังควรรับประทานไอโอดีนเม็ดเพราะสารกัมมันตรังสีที่แพร่ออกมามีก๊าซไอโอดีนอยู่ด้วยและจะเข้าไปสะสมในต่อมไทรอย การรับประทานไอโอดีนเป็นการเติมไอโอดีนในร่างกายให้เต็มก่อน เมื่อร่างกายรับกัมมันตรังสีเพิ่มจะถูกขับออกจากร่างกายในรูปของเหงื่อแทน

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค