
มิ่งขวัญซัดนายกฯบริหารล้มเหลว
มิ่งขวัญประเดิมซักฟอก ซัดอภิสิทธิ์ ล้มเหลวมีวาระซ่อนเร้นทุกนโยบาย ถามราคาส่วนต่างน้ำมันปาล์มหายไปไหน ซัดกู้หนักที่สุดในประวัติศาสตร์ ย้ำไม่เหมาะกับตำแหน่งนายกฯอีกต่อไป
มิ่งขวัญประเดิมซักฟอก ซัดอภิสิทธิ์ ล้มเหลวมีวาระซ่อนเร้นทุกนโยบาย ถามราคาส่วนต่างน้ำมันปาล์มหายไปไหน ซัดกู้หนักที่สุดในประวัติศาสตร์ ย้ำไม่เหมาะกับตำแหน่งนายกฯอีกต่อไป
นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าทีมอภิปรายฝ่ายค้าน ได้กล่าวอภิปรายเป็นคนแรกโดยกล่าวว่า รัฐบาลมีล้มเหลวในการบริหาราชการแผ่นดิน ก่อให้เกิดการกู้หนี้ยืมสิน สร้างปัญหาข้าวยากหมากแพงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะประเด็นปาล์มน้ำมัน ที่มีผลต่อประชาชนอย่างมาก และมีผลกระทบต่อกองทุนน้ำมันด้วย โดยน้ำมันปาล์มลดระดับอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ก.ย.2553 และสงสัยว่าทำไมให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ มั่นคงดูแลแทนที่จะเป็นรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ
ทั้งนี้น้ำมันปาล์มวิกฤตสุดเดือน ธ.ค. แต่มีการสั่งน้ำเข้าตอนเดือน ม.ค. ประเทศไทยเป็นผู้ปลูกปาล์มรายใหญ่ของโลก และ ทำไมรัฐบาลไทยกลับนำเข้าน้ำมันปาล์มจากพ่อค้าคนกลางจากสิงคโปร์ แทนที่จะเป็นพ่อค้าจากอินโอนีเซีย หรือ มาเลเซีย ที่เป็นผู้ปลูกปาล์มมากกว่า
"ทำไมรัฐบาลอนุมัติขายน้ำมันปาล์ม 47 บาท ราคาส่วนต่าง 30%ตรงนี้ใครได้ประโยชน์ มีผลกระทบต่อการครองชีพ เหมือนการถูกเรียกรับเงินจากรัฐบาล เพราะปี 2553 เราส่งออกปาล์มถึง 2.3 แสนตัน แล้วอยู่ๆ น้ำมันปาล์มหายไปไหน เพราะต้องมีการนำเข้าถึง 6หมื่นตัน และมีการผลิตได้ 44 ล้านขวด แทนที่จะเป็น 60 ล้านขวด อีก 14 ล้านขวดหายไปไหน นายกฯบริหารไม่เป็นหรือปล้นประชาชน"นายมิ่งขวัญกล่าว
นายมิ่งขวัญ กล่าวว่า วิกฤตน้ำมันปาล์มส่งผลถึงระบบพลังงานของชาติ โดยเฉพาะกระทบต่อกองทุนน้ำมัน กระทบต่อราคาน้ำมันดีเซล และไม่มีเงินอุดหนุนเพื่อตรึงราคาก๊าซแอลพีจี ที่จะเพิ่มขึ้น ซึ่งหากรัฐบาลจะตรึงไว้ต้องไปกู้หนี้มาชดเชยและตอนนี้กองทุนน้ำมันเงินเหลือแค่ 4,800 ล้านบาท ใช้ได้เพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น
นายกฯตรึงน้ำมันดีเซลให้อยู่ในราคาลิตรละ 30 บาท โดยจ่ายวันละ 300 ล้านบาท หากเป็นแบบนี้เชื่อว่ารัฐบาลจะเลือกชักดาบไม่ใข้หนี้และราคาน้ำมันดีเซลจะสูงกว่า 30 บาทแน่นอน
รัฐบาลอ่อนด้อยในการบริหารมาก เพราะทั้งในตอนที่ตนเองเป็น รัฐมนตรีพาณิชย์ น้ำมันดิบราคาบาเรลละ 150 เหรียญสหรัฐ ยังสามารถประคองได้ราคาลิตรละ 35 บาท แต่ของรัฐบาลอภิสิทธิ์ราคาบาเรลละ 70เหรียญเท่านั้น แต่ราคาน้ำมันกลับแพงขึ้นทุกวัน ถ้าต้องการตรึงราคาอีกรับรองเป็นหนี้แน่นอน และเคยได้น้ำมันต่ำสุด 32 เหรียญ แต่กลับไม่คืนความสุขให้กับประชาชน เพราะถ้าตนเองเป็นรัฐมนตรีจะขายน้ำมันราคาลิตรละ 15 บาทเท่านั้น เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะรัฐบาลอภิสิทธิ์ขึ้นภาษีสรรพสามิตรทำให้ข้าวของขึ้นราคา
ทั้งหมดนี้สรุปได้ว่า นายกฯมีความอ่อนด้อยและล้มเหลวในการบริหาร โดยเฉพาะเรื่องพลังงานที่เป็นต้นทุนชีวิตของประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้คนไทยเผชิญกับภาวะข้าวยากหมากแพงในประวัติศาสตร์ นายมิ่งขวัญกล่าวว่า นอกจากนี้รัฐบาลยังล้มเหลวเรื่องการปัญหาราคาข้าว ที่รัฐบาลมีการปรับราคาประกันเป็น 1.1 หมื่นบาท ทั้งที่ราคาที่ชาวบ้านขายได้ 6,000-7,000 พันบาท บางจังหวัดได้ 5,700 บาท ทำให้ชาวบ้านเอาข้าวมาเทที่ถนนก่อนที่รัฐบาลจะแถลงนโยบาย 3 วันเท่านั้น ถามว่าอีก 4,000-5,000 บาทหายไปไหน เพราะในสมัยรัฐบาลสมัคร มีการรับจำนำ 1.4 หมื่นบาท โดยราคาขายจริงมากกว่า 1.4 หมื่นบาท สถานการณ์แบบนี้พ่อค้าคนกลางกดราคาใช่หรือไม่
อีกทั้งยังมีปัญหาสต็อกลมที่ นางพรทิวา นาคาศรัย รมว.พาณิชย์บอกว่ามี 6 ล้านตัน แต่กลับไม่มีข้าวจริง และการประกาศขายข้าว 4 ล้านตัน ก่อนการเก็บเกี่ยวมีวาระซ่อนเร้นหรือไม่
นายมิ่งขวัญ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์ ล้มเหลวเรื่องการบริหารการเงินการคลัง เพราะทำให้เกิดหนี้สาธารณะสูงที่สุดในประวัติการ โดยเฉพาะการตั้งงบ 2.07 ล้านบาทในปีงบประมาณล่าสุดที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะรัฐบาลฟุ่มเฟือย โดยมีงบลงทุนเพียง 16% เพียง 3.4 แสนบาท สร้างเศรษฐกิจให้เติบโตไม่ได้
ทั้งนี้เพราะทุกรัฐบาลที่ผ่านมา 27 คนของในประเทศไทยก่อหนี้ไว้ 8.6 แสนล้านบาท แต่นายกฯอภิสิทธิ์ กู้และก่อหนี้ 1.4 ล้านล้านบาท สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย นายกฯจะใช้หนี้อย่างไร เพราะมีแต่การกู้และการทุจริตเท่านั้น นอกจากนี้รัฐบาลยังสร้างหนี้นอกระบบ โดยผ่านโครงการไทยเข้มแข็ง และตอนนี้ดอกเบี้ยทะลุ 2 แสนล้านบาทแล้ว ดังนั้นนายกฯไม่เหมาะกับตำแหน่งนี้อีกต่อไปแล้ว







