
ผู้บริโภคไม่อ่าน-ไม่เข้าใจฉลากขนม
8 องค์กรเพื่อสุขภาพจัดเสวนาวิชาการ “รวมพลังครอบครัว เปิดไฟเขียว ฉลากขนม”พบผู้บริโภคไม่อ่าน-ไม่เข้าใจ “ฉลากโภชนาการ” บนถุงขนม-กล่องอาหารเสนอฉลากขนมแบบไฟสัญญาณใช้แทนแบบเดิม
8 องค์กรเพื่อสุขภาพจัดเสวนาวิชาการ “รวมพลังครอบครัว เปิดไฟเขียว ฉลากขนม”พบผู้บริโภคไม่อ่าน-ไม่เข้าใจ “ฉลากโภชนาการ” บนถุงขนม-กล่องอาหารเสนอฉลากขนมแบบไฟสัญญาณใช้แทนแบบเดิม
รศ.ดร.ประไพศรี ศิริจักรวาล สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวในงานเสวนาวิชาการ “รวมพลังครอบครัว เปิดไฟเขียว ฉลากขนม” ว่า การอ่านข้อมูลฉลากโภชนาการหรือฉลากอาหารแสดงส่วนประกอบบนบรรจุภัณฑ์เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะนำไปสู่การสร้างพฤติกรรมการบริโภคที่ดีต่อสุขภาพ แต่จากการสำรวจผู้บริโภค ในเขตกรุงเทพฯ เกี่ยวกับการอ่านข้อมูลบนฉลากโภชนาการ พบว่ามีน้อย โดยส่วนใหญ่ 91 % อ่านวันหมดอายุ รองลงมาอ่านส่วนประกอบ วันที่ผลิต ฉลากโภชนาการ และเครื่องหมาย อย. ตามลำดับ โดยประมาณ 40 % ของผู้ที่อ่านฉลากโภชนาการระบุว่าไม่เข้าใจความหมาย ส่วนในจังหวัดอื่นๆ พบว่า ใน 14 จังหวัดในภาคต่างๆ มีผู้ใช้ข้อมูลโภชนาการในการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์อาหารน้อยกว่า 10 % และมีการเสนอให้ทำฉลากให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น สอดคล้องกับการสำรวจผู้ปกครองนักเรียนเมื่อปี 2549 ที่พบว่า 50 % ของผู้บริโภคต้องการสัญลักษณ์ที่จะทำให้เข้าใจข้อมูลโภชนาการมากขึ้น
สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดลจึงวิจัยเกี่ยวกับสัญลักษณ์โภชนาการ เพื่อพัฒนาให้ง่ายต่อการอ่านและการใช้ประโยชน์ โดยได้ทบทวนสถานการณ์สัญลักษณ์โภชนาการในต่างประเทศด้วย เช่น ในสหราชอาณาจักร กลุ่มผู้ผลิตอาหารบางกลุ่มได้ทำสัญลักษณ์โภชนาการแบบ Guideline Daily Amounts (GDA) ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากสัญลักษณ์ไฟจราจรของ Food Standards Agency (FSA) แต่กลุ่มผู้บริโภคเห็นว่า การแสดงข้อมูลควรเป็นไปในรูปแบบเดียวกัน และรายงานการศึกษาในปัจจุบันก็ได้แสดงให้เห็นว่า รูปแบบสัญลักษณ์ไฟจราจรของ FSA เข้าถึงผู้บริโภคได้มากกว่าในการคัดเลือกอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งจากการศึกษาของสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ในนักเรียนและผู้ปกครอง จำนวน 450 คน โดยการทดสอบความเหมาะสมและความเข้าใจสัญลักษณ์โภชนาการ 4 แบบ พบว่า สัญลักษณ์ไฟจราจร ให้ความหมาย ความเข้าใจ และเหมาะสมที่สุด
“การใช้รูปแบบและสัญลักษณ์อย่างง่าย เช่น สัญลักษณ์ไฟจราจร ที่ใช้การอ้างอิงสีจากไฟจราจร เช่น รูปแบบไฟจราจรที่ใช้วงกลม 5 วงวางเรียงกัน แต่ละวงเป็นตัวแทนสารอาหารและปริมาณโดยคำนึงถึง “พลังงาน-ไขมัน-ไขมันอิ่มตัว-น้ำตาล-โซเดียม” โดยภายในวงกลมจะระบายสีไฟจราจรสีใดสีหนึ่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณสารอาหาร ที่มีในหนึ่งหน่วยบริโภคของอาหารนั้น ๆ น่าจะช่วยให้ผู้ปกครองตัดสินใจเลือกซื้อขนมสำหรับบุตรหลานได้ง่ายขึ้น ” รศ.ดร.ประไพศรีกล่าว
ด้านนางสาวเกณิกา พงษ์วิรัช หัวหน้าโครงการเครือข่ายเฝ้าระวังภัยรอบโรงเรียน กล่าวว่า พ่อแม่ไม่สามารถดูแลลูกได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อลูกไปโรงเรียน ก็จะให้เงินลูกไว้ ซึ่งเด็กก็จะไปเลือกซื้อขนมต่างๆ ทั้งนี้ฉลากแบบเดิมเป็นตัวเลข ดูไม่ค่อยเข้าใจ เมื่อจะนำมาสอนลูกว่าฉลากเหล่านี้บอกถึงอะไรบ้างก็ค่อนข้างยาก หากไม่ได้เรียนมาด้านโภชนาการ คงอธิบายไม่ได้ แต่ฉลากแบบใหม่ น่าจะทำให้อ่านเข้าใจง่ายขึ้น ลูกของเราเองก็จะดูได้ง่ายขึ้น เพราะเป็นแบบสัญญาณไฟสีเขียว เหลือง แดง ซึ่งมีเกณฑ์กำหนดที่แน่นอน
“บางครั้งผู้ปกครองไม่รู้ว่ารับประทานขนมถุงเท่าไหร่จึงจะเพียงพอ เช่น วันละ 2 ซอง ก็เพียงพอ พฤติกรรมส่วนใหญ่พ่อแม่ก็เตรียมขนมให้ลูก เพราะรสชาติถูกใจขนมมากกว่าผลไม้ หากมีการใช้ฉลากแบบสัญญาณไฟ อย่างน้อยก็จะเป็นประโยชน์ต่อเด็ก พ่อเป็นแม่ก็สบายใจ และจะส่งผลให้ผู้ผลิต เริ่มผลิตของที่มีคุณภาพ "
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เครือข่ายครอบครัว ผู้ปกครองจะรวบรวมรายชื่อเพื่อเตรียมยื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 15 มีนาคมนี้ เพื่อขอให้รัฐบาลช่วยผลักดันการติดสัญลักษณ์สัญญาณไฟเขียว – เหลือง –แดง บนฉลากขนมและอาหาร







