
ผลไม้จ่อแพงเท่ายางเหตุพื้นที่ปลูกลด
เกษตรกรภาคใต้เลิกปลูกผลไม้หันปลูกสวนยางพาราส่งผลทำให้ราคาผลไม้ภาคใต้มีแนวโน้มแพงเท่ายางพารา
เกษตรกรภาคใต้เลิกปลูกผลไม้หันปลูกสวนยางพาราส่งผลทำให้ราคาผลไม้ภาคใต้มีแนวโน้มแพงเท่ายางพารา
นายโมฮัมหมัดแสละ อาจสามาต ประธานกลุ่มวิสาหกิจปลูกพืชสมุนไพรบ้านด่านโลด ต.ควนเสาธง อ.ตะโหมด จ.พัทลุง กล่าวว่า ราคาผลไม้ปีนี้มีแนวโน้มราคาจะขยับขึ้นทุกตัว ซึ่งขณะนี้ปรากฏว่ามังคุด ราคาได้ขยับขึ้นมาประมาณ 145 บาทต่อกิโลกรัม จากราคาเดิมของปีที่แล้วอยู่ที่ 12 บาทต่อกิโลกรัม ทุเรียน 70 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิม 15 บาทต่อกิโลกรัม สะตอ ฝักละ 15 บาท จากเดิมฝักละ 2 บาท และส้ม 70 บาท ต่อกิโลกรัมจากเดิมราคาอยู่ที่ 15 บาท ต่อกิโลกรัม เป็นต้น
“ผลไม้ราคาได้ขยับสูงขึ้น สาเหตุเนื่องจากไม่มีสินค้าในขณะที่ตลาดมีความต้องการ ปัจจัยสำคัญที่เกิดจากภาวะธรรมชาติ และพื้นที่ผลไม้ได้ถูกลดลงมาอย่างต่อเนื่อง เจ้าขอสวนได้เปลี่ยนแปลงหันปลูกยางพารา ทดแทนไปเพราะมีราคาเป็นแรงจูงใจ ผลไม้ ในปีนี้จะได้เห็นราคาโดยเฉลี่ย ทั้งลองกอง ทุเรียน มังคุด เงาะ 100 บาทต่อกิโลกรัม”นายโมฮัมหมัดแสละ กล่าว
ขณะที่นายณรงค์ คงมาก ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตเงาะ ต.ประจะ อ.ชะอวด ข.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้ราคาไม้ผลดีขึ้น ผลจะต้องออกกระจาย ไม่กระจุกพื้นที่ และมีการผลิตนอกฤดูกาล และในส่วนการลดพื้นที่ไม้ผลที่หันไปปลูกยางพารา เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลไม้จะมีราคาที่ดีขึ้นอย่างเลี่ยงไม่พ้น
นายณรงค์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้พื้นที่ไม้ผลได้ลดลงตามลำดับ สุราษฎร์ธานี ประมาณ 5- 10 เปอร์เซ็นต์ และ ชุมพร นครศรีธรรมราช ก็เช่นกัน ต่อไปสวนผสมบริเวณบ้าน สวนผสมรายละ 4- 5 ไร่ จะต้องหันไปปลูกยางพารากันหมด อนาคตจะเหลือไว้แต่ไม้ผลสวนอาชีพ
“ผลไม้เราสามารถควบคุม แต่ต้องมีการจัดการบริหารที่ดีโดยมีคู่ค้า ส่วนยางพาราเราไม่สามารถควบคุมราคาได้ ไม้ผลตลาดรายใหญ่ขณะนี้ คือประเทศจีน แต่เป็นในเชิงปริมาณ นอกนั้นก็กลุ่มประเทศยุโรป ญี่ปุ่น เป็นต้น”นายณรงค์ กล่าว







