
ปาล์มร้าวหนัก
วงผู้อาวุโสประชาธิปัตย์ปูด ส. ตวงประโยชน์ปั่นปาล์ม
วงผู้อาวุโสประชาธิปัตย์ปูด ส. ตวงประโยชน์ปั่นปาล์ม
นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล สส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า เมื่อเย็นวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา คณะสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ได้หารือกันแล้วเห็นว่า ที่มีการระบุว่า บุคคลที่มีชื่อย่อ “ส.” ได้ประโยชน์จากการปรับขึ้นราคาน้ำมันปาล์มนั้นไม่ใช่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ
“แต่เป็น ‘ส.’ ที่เกี่ยวข้องกับโรงผลิตไบโอดีเซลที่อยู่โคราช” นายพิเชษฐ กล่าว
นายพิเชษฐ กล่าวว่า ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบ ถ้ามีการกักตุนจริงต้องทำกันในพื้นที่ที่มีโรงงานผลิตน้ำมันสำเร็จรูป อาทิ จ.สมุทรสาคร สมุทรสงคราม หรือ กทม. ไม่อาจทำในภาคใต้ ซึ่งเป็นที่ปลูก เพราะถ้าเก็บไว้ 48 ชั่วโมง จะมีกลิ่นเหม็น
ด้านรัฐบาลเปิดประมูลให้นำเข้าน้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ระลอกใหม่ 3 หมื่นตัน โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษนั่งกำกับ เนื่องจากก่อนหน้านี้แกนนำรัฐบาลได้เบาะแสว่า มีการเรียกเงินค่าหัวคิวจากเอกชนประมูลนำเข้าล็อตก่อน
ผลประมูล ผู้ชนะคือ บริษัท วิลมาร์ เทรดดิ้ง จากสิงคโปร์ เสนอ 1,258 เหรียญสหรัฐ/ตัน หรือกิโลกรัมละ 38.99 บาท
ผลดังกล่าวทำให้รัฐบาลจ่ายเงินชดเชยให้โรงกลั่นที่ได้รับการจัดสรรลดลงเฉลี่ยกิโลกรัมละ 1.80 บาท หรือจากกิโลกรัมละ 5 บาท เหลือประมาณ 3.20 บาท หรือใช้เงินชดเชย 96 ล้านบาท จากเดิม 150 ล้านบาท น้ำมันปาล์มล็อตนี้จะขนส่งมาถึงไทยในวันที่ 7 มี.ค.
ด้านนายสุเทพนั้นชี้แจงว่า น้ำมันปาล์มขวดฝาปิดสีชมพูนั้นจะมีจำนวนมากพอต่อความต้องการและไม่ทำให้ขาดแคลน
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการชี้แจงอย่างละเอียดจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องว่า น้ำมันปาล์มขวดสีฟ้าซึ่งผลิตจากการนำล็อตแรก 3 หมื่นตัน ผลิต 22.6 ล้านลิตรนั้นผลิตออกมาเท่าไหร่ กระจายไปเท่าไหร่ ที่ไหน เหลือเท่าไหร่ และจะป้องกันไม่ให้มีการนำมาเปลี่ยนเป็นฝาปิดสีชมพูหรือไม่ เพราะถ้าเปลี่ยนก็จะได้รับเงินชดเชยทันที 9.50 บาท
นายฉัตรชัย ชูแก้ว ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า จะไม่มีการเปลี่ยนฝาจุกขวดแน่ เพราะได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบสต๊อกโรงกลั่นทุกวัน และดูการขายสู่ตลาด
ด้านนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า จะเร่งกระจายน้ำมันปาล์มฝาสีฟ้าที่เหลืออีก 5.8 ล้านขวด ออกขายให้ประชาชนแบบไม่จำกัด ราคาขวดละ 47 บาท







