posttoday
ประเทศไทยวิกฤตทุจริตคอร์รัปชั่น

ประเทศไทยวิกฤตทุจริตคอร์รัปชั่น

23 กุมภาพันธ์ 2554

...โกวิทย์ พวงงาม

ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันนอกจากเคยเป็นประเด็นร้อนเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันของนักการเมืองและข้าราชการประจำแล้ว ในปัจจุบันปัญหาดังกล่าวกำลังลามเข้าสู่วงการการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาหลายๆ แห่ง นับตั้งแต่ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดอดีตอธิการบดีของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และอาจจะลามไปสู่อีกหลายมหาวิทยาลัย รวมทั้งวงการอื่นๆ ซึ่งโดยสรุปแล้วประเทศไทยก็ยังมีปัญหาวิกฤตธรรมาภิบาลด้านการทุจริตคอร์รัปชันเกือบทุกวงการ

ผมเข้าใจว่า ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในสังคมไทยกำลังคุกคามความมั่นคงของประเทศ ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาและความเจริญของประเทศ ที่ผ่านมานักการเมืองและข้าราชการประจำทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ได้รับการถูกกล่าวหาว่า มีพฤติกรรมในเชิงทุจริตคอร์รัปชันในหลายรูปแบบ ดังเช่นข้อมูลจากสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ได้ศึกษาสาเหตุและปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาการคอร์รัปชันในสังคมไทย โดยการสำรวจความคิดเห็นของผู้นำประชาชนทุกจังหวัด จังหวัดละ 100 คน รวม 7,191 คน พบว่ารูปแบบและวิธีการคอร์รัปชันที่กระทำกันมากที่สุด ได้แก่ การรับสินบน 43.9% และการวิ่งเต้นขอตำแหน่งในราชการ 42.7% การรับส่วยรีดไถประชาชน 40.9% และการคอร์รัปชันเชิงนโยบาย 40.3%

สำหรับวิธีการทุจริตที่กระทำกันมากที่สุด ได้แก่ การฮั้วประมูลในการจัดซื้อจัดจ้างของทางราชการ (44.3%) รองลงมา ได้แก่ กินตามน้ำ ค่าน้ำร้อน น้ำชา (40%) ส่วนกลุ่มผู้กระทำการทุจริตมากที่สุด ได้แก่ ข้าราชการ (47.8%) ปานกลาง ได้แก่ พนักงานบริษัทเอกชน พนักงานรัฐวิสาหกิจ (39.6%) นักวิชาการ (34.0%) น้อยที่สุด ได้แก่ เกษตรกร (31.8%)

ข้อมูลจากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม) สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ร่วมกับศูนย์วิจัยเอแบค นวัตกรรมทางสังคม มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้ทำการสำรวจวิจัยเรื่อง “สถานภาพคุณธรรมของประชาชนในสังคมไทย” ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตลอดปี 2550 ผลการสำรวจพบว่า ประชากรกลุ่มตัวอย่างมีคุณธรรมโดยภาพรวมทั้ง 6 ด้าน ได้แก่ ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์สุจริต สติสัมปชัญญะ จิตอาสา และความขยันหมั่นเพียร ปรากฏว่าได้คะแนน 68.5 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน

เมื่อศึกษาลงลึกถึงคุณธรรมด้านความซื่อสัตย์สุจริต พบว่าประชากรกลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่ง 53.2% มีความเอนเอียงที่จะยอมรับการทุจริตได้ “หากรัฐบาลชุดใดโกงกินแล้ว ทำให้ตัวเองอยู่ดีมีสุข” และพบว่า 50.7% มีความเอนเอียงที่อาจจะไม่ซื่อสัตย์ต่ออาชีพของตัวเองบ้างหากมีความจำเป็น ในขณะที่คุณธรรมด้านสติสัมปชัญญะ ซึ่งผลการสำรวจพบว่า ตัวอย่าง 82.6% มีความเอนเอียงที่จะไม่ไตร่ตรองอะไรให้ละเอียดถี่ถ้วน เพราะอาจจะทำให้เสียโอกาสดีๆ ไป และกลุ่มประชากรตัวอย่าง 76.5% มีความเอนเอียงที่จะทำสิ่งต่างๆ ตามกระแสสังคมในทุกเรื่อง

นอกจากนี้ จากการศึกษาของบริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจ (Political and Economic Risk Consultancy : PERC) ประจำปี 2550 อันดับการคอร์รัปชันในประเทศไทยเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย พบว่าประเทศไทยมีคะแนนความเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชันอยู่ในระดับมาก (คะแนนความเสี่ยงอยู่ที่ระดับ 8.03 ในปี 2550 และ 7.64 ในปี 2549) ส่วนประเทศญี่ปุ่น มีระดับความเสี่ยงที่ระดับ 2.10 ในปี 2550 และ 3.01 ในปี 2549 ในขณะที่ประเทศสิงคโปร์ มีระดับความเสี่ยงน้อยที่สุด (คะแนนความเสี่ยงอยู่ที่ระดับ 2.10 ในปี 2550 และ 1.30 ในปี 2549 คะแนนมาก ความเสี่ยงมาก แสดงว่ามีคอร์รัปชันมาก และคะแนนน้อย ความเสี่ยงน้อย แสดงว่ามีคอร์รัปชันน้อย สำหรับประเทศไทยมีค่าคะแนนมาก แสดงว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เท่ากับว่ามีคอร์รัปชันมากขึ้น

รายงานสถานการณ์คอร์รัปชันของประเทศไทย เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย (ABAC Poll, 2550) ปรากฏว่าประเทศไทยมีคะแนนความโปร่งใสเพียง 3.6 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 ขณะที่ประเทศสิงคโปร์ได้ 9.4 ฮ่องกงได้ 8.3 ญี่ปุ่นได้ 7.6 คะแนน ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาพลักษณ์ของสังคมไทยที่ไม่ดีนัก

แม้ว่าหลายฝ่ายได้เสนอให้รณรงค์เพื่อเปลี่ยนความคิดของคนในสังคมไทย โดยเริ่มตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ทั้งนี้เพราะการทุจริตคอร์รัปชันเป็นเรื่องของทัศนคติของคนไทย เราจำเป็นต้องรณรงค์ขับเคลื่อนเพื่อเปลี่ยนแปลงทัศนคติให้คนในสังคมไทยปฏิเสธหรือรับไม่ได้กับพฤติกรรมของผู้ที่คิดทุจริตคอร์รัปชัน โดยเฉพาะการส่งเสริมการศึกษาเรื่องธรรมาภิบาลตั้งแต่ในระดับโรงเรียน และควรกระทำควบคู่ไปกับการใช้มาตรการในเชิงกฎหมายและการใช้องค์กรอิสระในการตรวจสอบ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน