
กรรมการปฏิรูปพบพีมูฟยื่นข้อเสนอแก้ปัญหาที่ดิน
กรรมการปฏิรูป พบ พีมูฟ ยื่นข้อเสนอแก้ปัญหาที่ดิน ด้าน “พีมูฟ” โวยรัฐไม่จริงใจ ลั่นจะติดตามให้ถึงที่สุด
กรรมการปฏิรูป พบ พีมูฟ ยื่นข้อเสนอแก้ปัญหาที่ดิน ด้าน “พีมูฟ” โวยรัฐไม่จริงใจ ลั่นจะติดตามให้ถึงที่สุด
เมื่อเวลา 10.30 น. นายพงศ์โพยม วาศภูติ นายเพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ คณะกรรมการปฏิรูปได้พบปะกับ เครือข่ายขบวนการประชาชนเพื่อสังคม (พีมูฟ) เพื่อยื่นข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปเรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดินให้กับพีมูฟ โดยนายพงศ์โพยม กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อจะนำข้อเสนอของภาคประชาชนเพื่อนำไปเสนอต่อ นายอานันท์ ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการปฏิรูป เพื่อนำไปพิจารณาต่อไปเพื่อทำให้ข้อเสนอมีน้ำหนักและตรงกับคตวามต้องการของประชาชนจริงๆ อย่างไรก็ตามขอย้ำว่าข้อเสนอเหล่านี้ประชาชนต้องเป็นผู้ผลักดันให้รัฐบาลและนักการเมืองนำไปปฏิบัติ โดยการปฏิรูปต้องใช้เวลายาวนานขอให้ประชาชนสู้ต่อไป
ทั้งนี้ ข้อเสนอที่ คณะกรรมการปฏิรูปเสนอต่อ พีมูฟ ได้แก่1.ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เพื่อช่วยเหลือประชาชนหลายแสนครัวเรือนที่เกี่ยวข้องกับคดีที่ดินคนจน โดยคดีที่ดินที่ศาลพิพากษาถึงที่สุดแล้วขอให้มีการพักโทษ ลดโทษ และคุมประพฤติ โดยให้ผู้ต้องโทษกลับไปอยู่ดูแลครอบครัว ทำการเกษตรเลี้ยงครอบครัวในที่ดินเดิม
ขณะที่ คดีที่ดินอยู่ระหว่างการพิจารณา ขอให้มีการจำหน่ายคดีชั่วคราว อนุญาตให้เกษตรกรผู้ต้องหาและครอบครัวอยู่อาศัยทำกินในที่ดินเดิมจนกว่าการแก้ไขปัญหาตามนโยบายของรัฐบาลจะแล้วเสร็จ กรณีปัญหาที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เนื่องจากยังมีชุมชนที่อยู่ในเขตป่าอย่างผิดกฎหมายจำนวนมากที่อยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขปัญหาตามนโยบายของรัฐบาล จึงสมควรระงับการดำเนินการใดๆ ที่เป็นการเพิ่มความเดือดร้อนและความรุนแรงกับคนจน
2.ปฏิรูปการถือครองที่ดิน ควรจำกัดเพดานการถือครองที่ดินที่เหมาะสมไม่ให้เกินครัวเรือนละ 50 ไร่กรณีกลุ่มองค์กรเกษตรกรหรือสหกรณ์การเกษตร ให้มีการถือครองที่ดินตามสัดส่วนของจำนวนสมาชิกองค์กร โดยเฉลี่ยได้ไม่เกินรายละ 50 ไร่ โดยใช้อัตราภาษีเป็นกลไกควบคุม
อีกทั้งต้องกำหนดมาตรการทางภาษีเพื่อจัดเก็บภาษีที่ดินที่ถือครองเกินขนาดจำกัดในอัตราก้าวหน้า ที่ดินขนาดต่ำกว่า 10 ไร่ ให้เสียภาษีในอัตราต่ำ 0.03% ที่ดิน 10-50 ไร่ เสียภาษีอัตราปานกลาง 0.1% สำหรับที่ดินปล่อยทิ้งร้างหรือส่วนที่เกินจาก 50 ไร่ให้เสียภาษีอัตราก้าวหน้าสูง 5%
3.ปฏิรูปกรรมสิทธิ์ โดยให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินเพื่อการเกษตรกับเกษตรกรที่ทำเกษตรด้วยตนเอง ห้ามไม่ให้ผู้อื่นเช่าหรือปล่อยทิ้งร้าง หรือกระทำการอำพรางโดยไม่มีเจตนาทำการเกษตรจริง และควรใช้มาตรการทางภาษีอัตราก้าวหน้าสูงเป็นกลไกควบคุมการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรดังกล่าวกรณีที่ดินของรัฐตามโครงการจัดสรรที่ดินในรูปแบบต่างๆ ที่จัดให้เกษตรกรไร้ที่ทำกินแล้วถูกเปลี่ยนมือไปยังผู้อื่นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้รัฐนำกลับคืนมาเป็นที่ดินส่วนกลางเพื่อให้กองทุนธนาคารที่ดินฯ ได้นำไปจัดสรรอย่างเป็นธรรมให้เกษตรกรผู้ไร้ที่ทำกินหรือผู้มีที่ดินไม่พอทำกินต่อไป
4.ปฏิรูปการใช้ที่ดิน โดยการกำหนดเขตการใช้ที่ดินและแผนการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรขึ้นใหม่ ใช้ฐานข้อมูลที่ดินและการมีส่วนร่วมของชุมชนกำหนดเขตและการทำแผนที่การใช้ที่ดินขึ้นใหม่ และบูรณาการแผนระดับชุมชนเป็นแผนระดับจังหวัดและแผนระดับชาติให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี แล้วออกกฎหมายว่าด้วยแผนการใช้ที่ดินหลักของประเทศและแผนการใช้ที่ดินระดับชุมชนให้มีผลบังคับใช้ทันที
5.ปฏิรูประบบการจัดการที่ดิน ด้วยการจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการที่ดินและกองทุนธนาคารที่ดินเพื่อการเกษตร เพื่อมารับผิดชอบบริหารกองทุนฯ และการจัดการที่ดินเพื่อการเกษตร จัดหาเงินทุน ปีละ 1 แสนล้านบาทระยะเวลา 5 ปี รวมเป็นเงิน 5 แสนล้านบาท มาให้กองทุนฯ จัดซื้อที่ดินเพื่อกระจายไปให้เกษตรกรผู้ไร้ที่ดินหรือมีที่ดินไม่พอทำกิน จำนวนประมาณ 1 ล้านครัวเรือน เป็นต้น
ขณะที่ นายบุณยฤทธิ์ ภิรมย์ แกนนำพีมูฟ กล่าวแถลงการณ์ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ฉบับที่ 4 เรื่อง “หากรัฐบาลยังมีอำนาจ ต้องแสดงศักยภาพ ดำเนินการแก้ไขปัญหาคนจน” โดยระบุว่า การเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่ผ่าน เพื่อเจรจาหาแนวทางแก้ไขปัญหาตามกรอบหลักการ แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ได้ยื่นต่อทางรัฐบาลไปก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย กรณีปัญหาที่ได้ข้อยุติในคณะกรรมการต่างๆที่ต้องสั่งการโดยทันที 22 กรณีปัญหา และปัญหาที่ต้องนำเข้าพิจารณาเพื่อมีความเห็นในคณะรัฐมนตรีจำนวน 6 กรณี
แต่ผลการหารือกลับไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนผลการหารือเป็นไปอย่างไม่น่าพอใจ เพราะมีเพียงบางกรณีปัญหาเท่านั้นที่รัฐบาลรับปากจะผลักดันเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันอังคารที่ 22 ก.พ. เช่น กองทุนแก้ปัญหาที่ดินใน จ.เชียงใหม่และ จ.ลำพูน จำนวน 167 ล้าน , โครงการบ้านมั่นคงคนไร้บ้าน จำนวน 52 ล้าน, และการเปิดเขื่อนปากมูนถาวร แต่ทั้งนี้ไม่รับปากว่าจะผ่านความเห็นชอบหรือไม่ และไม่มีหลักประกันใดๆ ที่เป็นข้อยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินการตามนั้น
“เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาของคนจนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดันประเด็นเร่งด่วนเข้า ครม. เพื่อขอมติในวันอังคารที่จะถึงนี้ รวมถึงประเด็นปัญหาอื่น ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม จะเฝ้าติดตามการดำเนินงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด” นายบุณยฤทธิ์ กล่าว







