posttoday
กรรมการปฏิรูปพบพีมูฟยื่นข้อเสนอแก้ปัญหาที่ดิน

กรรมการปฏิรูปพบพีมูฟยื่นข้อเสนอแก้ปัญหาที่ดิน

18 กุมภาพันธ์ 2554

กรรมการปฏิรูป พบ พีมูฟ ยื่นข้อเสนอแก้ปัญหาที่ดิน  ด้าน “พีมูฟ” โวยรัฐไม่จริงใจ  ลั่นจะติดตามให้ถึงที่สุด

กรรมการปฏิรูป พบ พีมูฟ ยื่นข้อเสนอแก้ปัญหาที่ดิน  ด้าน “พีมูฟ” โวยรัฐไม่จริงใจ  ลั่นจะติดตามให้ถึงที่สุด

เมื่อเวลา 10.30 น. นายพงศ์โพยม  วาศภูติ   นายเพิ่มศักดิ์  มกราภิรมย์  คณะกรรมการปฏิรูปได้พบปะกับ เครือข่ายขบวนการประชาชนเพื่อสังคม (พีมูฟ)   เพื่อยื่นข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปเรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดินให้กับพีมูฟ    โดยนายพงศ์โพยม กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อจะนำข้อเสนอของภาคประชาชนเพื่อนำไปเสนอต่อ นายอานันท์  ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการปฏิรูป เพื่อนำไปพิจารณาต่อไปเพื่อทำให้ข้อเสนอมีน้ำหนักและตรงกับคตวามต้องการของประชาชนจริงๆ  อย่างไรก็ตามขอย้ำว่าข้อเสนอเหล่านี้ประชาชนต้องเป็นผู้ผลักดันให้รัฐบาลและนักการเมืองนำไปปฏิบัติ โดยการปฏิรูปต้องใช้เวลายาวนานขอให้ประชาชนสู้ต่อไป

ทั้งนี้ ข้อเสนอที่ คณะกรรมการปฏิรูปเสนอต่อ พีมูฟ ได้แก่1.ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม  เพื่อช่วยเหลือประชาชนหลายแสนครัวเรือนที่เกี่ยวข้องกับคดีที่ดินคนจน   โดยคดีที่ดินที่ศาลพิพากษาถึงที่สุดแล้วขอให้มีการพักโทษ ลดโทษ และคุมประพฤติ โดยให้ผู้ต้องโทษกลับไปอยู่ดูแลครอบครัว ทำการเกษตรเลี้ยงครอบครัวในที่ดินเดิม

ขณะที่ คดีที่ดินอยู่ระหว่างการพิจารณา ขอให้มีการจำหน่ายคดีชั่วคราว อนุญาตให้เกษตรกรผู้ต้องหาและครอบครัวอยู่อาศัยทำกินในที่ดินเดิมจนกว่าการแก้ไขปัญหาตามนโยบายของรัฐบาลจะแล้วเสร็จ กรณีปัญหาที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เนื่องจากยังมีชุมชนที่อยู่ในเขตป่าอย่างผิดกฎหมายจำนวนมากที่อยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขปัญหาตามนโยบายของรัฐบาล จึงสมควรระงับการดำเนินการใดๆ ที่เป็นการเพิ่มความเดือดร้อนและความรุนแรงกับคนจน

2.ปฏิรูปการถือครองที่ดิน ควรจำกัดเพดานการถือครองที่ดินที่เหมาะสมไม่ให้เกินครัวเรือนละ 50 ไร่กรณีกลุ่มองค์กรเกษตรกรหรือสหกรณ์การเกษตร ให้มีการถือครองที่ดินตามสัดส่วนของจำนวนสมาชิกองค์กร โดยเฉลี่ยได้ไม่เกินรายละ 50 ไร่ โดยใช้อัตราภาษีเป็นกลไกควบคุม

อีกทั้งต้องกำหนดมาตรการทางภาษีเพื่อจัดเก็บภาษีที่ดินที่ถือครองเกินขนาดจำกัดในอัตราก้าวหน้า ที่ดินขนาดต่ำกว่า 10 ไร่ ให้เสียภาษีในอัตราต่ำ 0.03% ที่ดิน 10-50 ไร่ เสียภาษีอัตราปานกลาง 0.1% สำหรับที่ดินปล่อยทิ้งร้างหรือส่วนที่เกินจาก 50 ไร่ให้เสียภาษีอัตราก้าวหน้าสูง 5%

3.ปฏิรูปกรรมสิทธิ์  โดยให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินเพื่อการเกษตรกับเกษตรกรที่ทำเกษตรด้วยตนเอง ห้ามไม่ให้ผู้อื่นเช่าหรือปล่อยทิ้งร้าง หรือกระทำการอำพรางโดยไม่มีเจตนาทำการเกษตรจริง และควรใช้มาตรการทางภาษีอัตราก้าวหน้าสูงเป็นกลไกควบคุมการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรดังกล่าวกรณีที่ดินของรัฐตามโครงการจัดสรรที่ดินในรูปแบบต่างๆ ที่จัดให้เกษตรกรไร้ที่ทำกินแล้วถูกเปลี่ยนมือไปยังผู้อื่นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้รัฐนำกลับคืนมาเป็นที่ดินส่วนกลางเพื่อให้กองทุนธนาคารที่ดินฯ ได้นำไปจัดสรรอย่างเป็นธรรมให้เกษตรกรผู้ไร้ที่ทำกินหรือผู้มีที่ดินไม่พอทำกินต่อไป

4.ปฏิรูปการใช้ที่ดิน  โดยการกำหนดเขตการใช้ที่ดินและแผนการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรขึ้นใหม่ ใช้ฐานข้อมูลที่ดินและการมีส่วนร่วมของชุมชนกำหนดเขตและการทำแผนที่การใช้ที่ดินขึ้นใหม่ และบูรณาการแผนระดับชุมชนเป็นแผนระดับจังหวัดและแผนระดับชาติให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี แล้วออกกฎหมายว่าด้วยแผนการใช้ที่ดินหลักของประเทศและแผนการใช้ที่ดินระดับชุมชนให้มีผลบังคับใช้ทันที

5.ปฏิรูประบบการจัดการที่ดิน ด้วยการจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการที่ดินและกองทุนธนาคารที่ดินเพื่อการเกษตร เพื่อมารับผิดชอบบริหารกองทุนฯ และการจัดการที่ดินเพื่อการเกษตร  จัดหาเงินทุน ปีละ 1 แสนล้านบาทระยะเวลา 5 ปี รวมเป็นเงิน 5 แสนล้านบาท มาให้กองทุนฯ จัดซื้อที่ดินเพื่อกระจายไปให้เกษตรกรผู้ไร้ที่ดินหรือมีที่ดินไม่พอทำกิน จำนวนประมาณ 1 ล้านครัวเรือน  เป็นต้น

ขณะที่  นายบุณยฤทธิ์  ภิรมย์   แกนนำพีมูฟ กล่าวแถลงการณ์  ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ฉบับที่ 4  เรื่อง “หากรัฐบาลยังมีอำนาจ ต้องแสดงศักยภาพ ดำเนินการแก้ไขปัญหาคนจน”  โดยระบุว่า  การเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่ผ่าน เพื่อเจรจาหาแนวทางแก้ไขปัญหาตามกรอบหลักการ แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ได้ยื่นต่อทางรัฐบาลไปก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย กรณีปัญหาที่ได้ข้อยุติในคณะกรรมการต่างๆที่ต้องสั่งการโดยทันที 22 กรณีปัญหา และปัญหาที่ต้องนำเข้าพิจารณาเพื่อมีความเห็นในคณะรัฐมนตรีจำนวน 6 กรณี

แต่ผลการหารือกลับไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนผลการหารือเป็นไปอย่างไม่น่าพอใจ  เพราะมีเพียงบางกรณีปัญหาเท่านั้นที่รัฐบาลรับปากจะผลักดันเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันอังคารที่ 22  ก.พ. เช่น กองทุนแก้ปัญหาที่ดินใน จ.เชียงใหม่และ จ.ลำพูน จำนวน 167 ล้าน , โครงการบ้านมั่นคงคนไร้บ้าน จำนวน 52 ล้าน,  และการเปิดเขื่อนปากมูนถาวร แต่ทั้งนี้ไม่รับปากว่าจะผ่านความเห็นชอบหรือไม่ และไม่มีหลักประกันใดๆ ที่เป็นข้อยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินการตามนั้น

“เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาของคนจนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดันประเด็นเร่งด่วนเข้า ครม. เพื่อขอมติในวันอังคารที่จะถึงนี้ รวมถึงประเด็นปัญหาอื่น ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม จะเฝ้าติดตามการดำเนินงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด” นายบุณยฤทธิ์ กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน