posttoday
“วัส” จี้วางบรรทัดฐานฟ้อง กกต. ห่วงประชาชนติดกับดักอำนาจศาล

“วัส” จี้วางบรรทัดฐานฟ้อง กกต. ห่วงประชาชนติดกับดักอำนาจศาล

07 พฤศจิกายน 2569

“วัส ติงสมิตร” เปิดข้อสังเกตคำวินิจฉัยสิทธิประชาชนฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แนวตีความต่างกัน ห่วงกระทบการเข้าถึงความยุติธรรม เสนอวางหลักกฎหมายให้ชัดเจน

KEY

POINTS

  • “วัส ติงสมิตร” เปิดข้อสังเกตคำวินิจฉัยสิทธิประชาชนฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
  • ชี้แนวตีความต่างกัน ห่วงกระทบการเข้าถึงความยุติธรรม
  • เสนอวางหลักกฎหมายให้ชัดเจน
     

นายวัส ติงสมิตร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ตั้งข้อสังเกตถึงความแตกต่างของแนวคำวินิจฉัยเกี่ยวกับสิทธิประชาชนฟ้องคดีต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังคำวินิจฉัยประธานศาลอุทธรณ์ฉบับล่าสุดระบุว่า คดีประชาชนฟ้อง กกต. กรณีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) อยู่ในเขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พร้อมเสนอให้สร้างความชัดเจนทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย

 

นายวัสกล่าวถึงคำวินิจฉัยประธานศาลอุทธรณ์ที่ วท. 27/2569 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ในคดีที่นายพงศกรณ์ ตั้งกิตติ์ตระกูล ผู้สมัครรับเลือกเป็น สว. ยื่นฟ้องนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กับพวกรวม 8 คน โดยจำเลยที่เหลือเป็นกรรมการการเลือกตั้ง

 

โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยทั้งแปดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ปล่อยให้การเลือก สว. ไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ศาลจังหวัดนนทบุรีจึงส่งเรื่องให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาเขตอำนาจศาล ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 11

 

ตามข้อความที่นายวัสเผยแพร่ ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีอยู่ในอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตฯ โดยราษฎรผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องคดีด้วยตนเองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) และมาตรา 28 (2) ส่วนบทบัญญัติที่กำหนดให้อัยการสูงสุดหรือคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้ฟ้อง ใช้เฉพาะกรณีที่องค์กรดังกล่าวเป็นโจทก์

 

นายวัสเปรียบเทียบว่า แนวทางนี้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยที่ วท. 12/2562 ในคดีฟ้อง กกต. เกี่ยวกับการตรวจสอบคุณสมบัติผู้เสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งรับรองช่องทางให้ราษฎรฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ เมื่อไม่สามารถฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้

 

อย่างไรก็ตาม คำวินิจฉัยที่ วท. 12/2569 ลงวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ในคดีฟ้อง กกต. กรณีพิมพ์คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง กลับวินิจฉัยว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 4 โดยอ้างบทบัญญัติที่ห้ามศาลอื่นรับคดีซึ่งอยู่ในอำนาจศาลฎีกาฯ ไว้พิจารณา

 

นายวัสเห็นว่า ความแตกต่างภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันทำให้เกิดคำถามถึงความแน่นอนและความสามารถในการคาดหมายแนวทางใช้กฎหมายของประชาชน

 

นอกจากนี้ นายวัสยกคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5673/2562 โดยมติที่ประชุมใหญ่ ซึ่งตามข้อสังเกตของเขา วางหลักว่ากระบวนการพิเศษสำหรับดำเนินคดีกับผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระเป็นการเพิ่มช่องทาง มิได้ตัดสิทธิผู้เสียหายฟ้องคดีอาญาด้วยตนเอง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า คำวินิจฉัยที่ วท. 12/2569 ไม่ได้แสดงเหตุผลหักล้างหลักดังกล่าว

 

นายวัสยังแสดงความกังวลว่า หากแนวตีความจำกัดสิทธิกลายเป็นบรรทัดฐาน ประชาชนอาจเผชิญภาวะที่เขาเรียกว่า “สิทธิล่องหน” คือไม่สามารถฟ้องศาลฎีกาฯ ได้เอง ขณะเดียวกันก็ไม่อาจฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตฯ หรือศาลยุติธรรมปกติได้จากข้อจำกัดด้านเขตอำนาจศาล โดยเฉพาะเมื่อ ป.ป.ช. และอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้อง

 

สำหรับทางออก นายวัสเสนอให้ทำความชัดเจนของบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 กฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กฎหมายจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตฯ และสิทธิฟ้องคดีของผู้เสียหาย พร้อมกำหนดแนวปฏิบัติของสถาบันตุลาการให้ชัดเจน และปรับปรุงกลไกให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมได้จริง โดยย้ำว่าความเป็นอิสระขององค์กรอิสระต้องมาพร้อมความรับผิดชอบต่อประชาชน

 

ประเด็นสำคัญ 3 ข้อ

  • วัสระบุคำวินิจฉัยล่าสุดให้คดีประชาชนฟ้อง กกต. ปมเลือก สว. อยู่ในอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตฯ
  • ตั้งข้อสังเกตแนววินิจฉัยต่างกัน พร้อมยกมติที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าช่องทางพิเศษไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายฟ้องเอง
  • เสนอสร้างความชัดเจนของกฎหมายและแนวปฏิบัติ เพื่อรับรองช่องทางเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชน

 

แหล่งที่มา : วัส ติงสมิตร กฎหมายและบ้านเมือง https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid02LsbUyjSR4EeajYdu92zGQy4KxWqgYk7aPsMdzJwZ9qdvqRWMgQnYxkdct7MAM7Nnl&id=61594248939586

 

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย! บช.น. ปิดถนนพิษณุโลกเที่ยงคืน รับมือม็อบบุกทำเนียบฯ

เช็คเลย! บช.น. ปิดถนนพิษณุโลกเที่ยงคืน รับมือม็อบบุกทำเนียบฯ