posttoday
ค้านจำกัด อำนาจกมธ. สุพิศาล–ศิริโชค ห่วงขวางข้อมูลตรวจสอบ

ค้านจำกัด อำนาจกมธ. สุพิศาล–ศิริโชค ห่วงขวางข้อมูลตรวจสอบ

06 พฤศจิกายน 2569

สุพิศาล–ศิริโชคค้านให้ กมธ.ลงมติก่อนเชิญบุคคล ชี้ต่างจากคำสั่งเรียก ห่วงเสียงข้างมากสกัดข้อมูลตรวจสอบ เรียกร้องประธานสภาวางตัวเป็นกลาง

KEY

POINTS

  • สุพิศาล–ศิริโชคเห็นว่าหนังสือเชิญต่างจากคำสั่งเรียก และประธาน กมธ.ลงนามเชิญได้โดยไม่ต้องขอมติ
  • ทั้งสองห่วงการใช้เสียงข้างมากอนุมัติการเชิญบุคคลจะจำกัดข้อมูลและกระทบการตรวจสอบ
  • กมธ.การกฎหมายฯ มีมติ 8 ต่อ 0 เชิญประธานสภาชี้แจงที่มาเอกสาร 3 หน้าที่ไม่มีผู้ลงชื่อ

 

พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน และนายศิริโชค โสภา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ คัดค้านแนวทางให้การเชิญบุคคลมาให้ข้อมูลต้องผ่านมติ กมธ. โดยเห็นว่าอาจจำกัดช่องทางรับข้อมูลและกระทบการตรวจสอบของสภา พร้อมย้ำว่าหนังสือเชิญกับคำสั่งเรียกเป็นคนละกระบวนการ

 

ข้อโต้แย้งของทั้งสองให้น้ำหนักต่างกัน พล.ต.ต.สุพิศาลเน้นข้อบังคับและขั้นตอนใช้อำนาจ ส่วนนายศิริโชคตั้งข้อสังเกตถึงผลทางการเมือง หากเสียงข้างมากมีอำนาจตัดสินว่าบุคคลใดจะเข้ามาให้ข้อมูลต่อ กมธ.ได้

 

พล.ต.ต.สุพิศาลอธิบายว่า กมธ.มีหน้าที่สอบหาข้อเท็จจริงและศึกษาเรื่องต่าง ๆ ไม่ใช่สอบสวนคดีอาญา การเชิญบุคคลภายนอกจึงเป็นการขอความร่วมมือให้ข้อมูล โดยผู้ได้รับเชิญสามารถตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมหรือไม่

 

เขาตีความข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อ 97 และ 98 ว่า ประธาน กมธ.มีอำนาจลงนามหนังสือเชิญ ส่วนการออกคำสั่งเรียกตามกฎหมายคำสั่งเรียกฯ หรือรัฐธรรมนูญ มาตรา 129 วรรคสี่ เป็นอีกกระบวนการที่ต้องผ่านมติ กมธ.

 

ค้านจำกัด อำนาจกมธ. สุพิศาล–ศิริโชค ห่วงขวางข้อมูลตรวจสอบ
 

นายศิริโชคสนับสนุนความเห็นดังกล่าว โดยยกหนังสือที่ กมธ.การกฎหมายฯ ซึ่งมีนายรังสิมันต์ โรม เป็นประธาน เชิญตนไปให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นตรวจสอบ รวมถึงกรณีของนางสาวสุชาดา เขาระบุว่าเป็นหนังสือเชิญทั่วไป ไม่ได้อ้างอำนาจตามมาตรา 129 วรรคสี่ จึงเห็นว่าไม่จำเป็นต้องขอมติก่อนออกหนังสือ ทั้งนี้ ข้ออธิบายเรื่องอำนาจดังกล่าวเป็นการตีความของผู้ให้สัมภาษณ์ทั้งสอง

 

สำหรับผลต่อการทำงาน พล.ต.ต.สุพิศาลเห็นว่า การจำกัดอำนาจเชิญบุคคลจะทำให้ กมธ.รับข้อมูลได้ยากขึ้น โดยเฉพาะพยานหลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการเงินดิจิทัลหรือบล็อกเชน ซึ่งควรมีช่องทางเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ

 

ด้านนายศิริโชคกังวลว่า การใช้มติเสียงข้างมากอาจเปิดทางให้ฝ่ายรัฐบาลสกัดบุคคลภายนอกที่มีข้อมูลหักล้างฝ่ายตน โดยใช้คำว่า “ปิดปาก” อธิบายข้อกังวล และเสนอให้แต่ละฝ่ายนำบุคคลและข้อมูลมาโต้แย้งกันอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้ กมธ.รับฟังข้อเท็จจริงจากหลายฝ่าย

 

อีกประเด็นที่เกี่ยวข้องคือ มติ กมธ.การกฎหมายฯ 8 ต่อ 0 ให้เชิญนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มาชี้แจงเกี่ยวกับเอกสาร 3 หน้าที่ไม่มีผู้ลงชื่อและถูกนำเข้าสู่ที่ประชุม

 

ค้านจำกัด อำนาจกมธ. สุพิศาล–ศิริโชค ห่วงขวางข้อมูลตรวจสอบ

 

พล.ต.ต.สุพิศาลระบุว่า เอกสารดังกล่าวอ้างถึงข้อสรุปปรับลดอำนาจ กมธ. ที่ประชุมจึงต้องการตรวจสอบที่มาและขั้นตอนการนำเสนอ พร้อมย้ำถึงความเท่าเทียมของ สส.ในการปฏิบัติหน้าที่

 

นายศิริโชคกล่าวอ้างเพิ่มเติมว่า หลังมีมติดังกล่าวเกิดแรงกดดันภายในกลุ่มไลน์ สส.พรรคภูมิใจไทย จนนำไปสู่ความพยายามถอนชื่อหรือถอนมติ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่นำมาเรียบเรียงยังไม่มีหลักฐานแชตหรือคำชี้แจงจากผู้ถูกพาดพิงประกอบข้อกล่าวอ้างนี้

 

พล.ต.ต.สุพิศาลเรียกร้องให้ประธานสภาวางตัวเป็นกลางตามข้อบังคับข้อ 9 และเห็นว่า หากต้องการเปลี่ยนข้อบังคับเพื่อจำกัดอำนาจ กมธ. ต้องเสนอให้ที่ประชุมสภาพิจารณาแก้ไขตามกระบวนการ

 

ขณะที่นายศิริโชคตั้งคำถามถึงความรวดเร็วในการจัดการเรื่องต่าง ๆ โดยเปรียบเทียบแนวทางปรับหลักเกณฑ์ กมธ.กับคำร้องตรวจสอบนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซึ่งเขาระบุว่าล่าช้า ทั้งนี้ ข้อมูลที่นำมาเรียบเรียงยังไม่มีคำชี้แจงของประธานสภาต่อข้อวิจารณ์ดังกล่าว รวมถึงที่มาของเอกสาร 3 หน้าที่ กมธ.มีมติให้เชิญมาชี้แจง

ข่าวล่าสุด

Roche ชี้ไทยศักยภาพสูง บริษัทยาเริ่ม Clinical Trials เร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก!  ดึงดูดลงทุนวิจัยยา

Roche ชี้ไทยศักยภาพสูง บริษัทยาเริ่ม Clinical Trials เร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก! ดึงดูดลงทุนวิจัยยา