
เครื่องมือลดซุกหุ้น
ต้องขอชื่นชมคณะรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่กล้ามีมติเห็นชอบลดภาษีเพื่อสนับสนุนการใช้ทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุนสารพัดทั้งยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ให้แก่ผู้ก่อตั้งทรัสต์และทรัสต์ สำหรับเงินได้รายรับและการกระทำตามสารอันเนื่องมาจากการโอนหรือก่อทรัพย์สิทธิหรือสิทธิใดๆ ระหว่างผู้ก่อตั้งทรัสต์และทรัสตี หรือระหว่างทรัสตีกับทรัสตีตามสัญญาก่อตั้งทรัสต์ เพราะนี่เท่ากับว่ารัฐบาลได้สร้างแรงจูงใจอย่างมากให้กับธุรกิจทรัสต์และทรัสตีในเมืองไทยให้ขยายตัวและเป็นที่นิยมของตลาดทุน นักธุรกิจ นักการเมืองไทยจะได้เลิกเล่นบทเป็นอีแอบในการซุกซ่อนหุ้นหรือเลิกแอบมีผลประโยชน์ทับซ้อนเสียที
เพราะกว่า 3 ปีเศษที่กฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน มีผลใช้บังคับบางส่วน แต่ดูเหมือนว่าธุรกรรมว่าด้วยทรัสต์และทรัสตีซึ่งเป็นธุรกรรมที่ขายความเชื่อมั่น ขายความมั่นคง ขายการันตีในการลงทุนในตลาดทุนของไทยกลับไม่เติบโตอย่างที่คาดคิด
อาจเป็นไปได้ว่า เพราะทรัสตีและทรัสต์คือช่องทางหนึ่งที่เป็นตัวช่วยอันฉกาจฉกรรจ์ ในการลดปัญหาการซุกหุ้น หรือลดปัญหาการถือครองทรัพย์สินของบรรดาผู้ถือหุ้น ที่มักจะใช้ข้อมูลภายในบริษัทไปใช้ประโยชน์แห่งตนและองค์คณะ ในขณะที่ตัวเองดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือดำรงตำแหน่งหนึ่งตำแหน่งใดที่อาจเข้าข่ายขัดแย้งผลประโยชน์ก็ได้ที่เป็นอุปสรรค์สำคัญที่ทำให้ธุรกิจทรัสต์และทรัสตีในเมืองไทยไปไหนได้ไม่ไกล
เพราะหากมีการออกกฎกติกาบังคับอย่างจริงจังให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรรมการบริษัท หรือรัฐวิสาหกิจต้องโอนทรัพย์สิน หลักทรัพย์หรือหุ้นให้กับทรัสต์ หรือทรัสตีเป็นผู้ดูแลประโยชน์แทน โดยที่เจ้าของหุ้นตัวจริงไม่มีสิทธิมีเสียงในการควบคุมการบริหารจัดการหรือครอบงำการตัดสินใจทางธุรกิจก็ย่อมทำให้บรรดาผู้ที่มีอำนาจในบ้านเมืองนี้ตอนการเติบโตของธุรกิจทรัสต์และทรัสตีที่อาจมาลดทอนผลประโยชน์หรือช่องทางการทำมาหากินไป
ทั้งๆ ที่หากพิจารณาเนื้อในของกฎหมายว่าด้วยทรัสต์ ทรัสตีและการจัดตั้งกองทุนทรัสต์นั้น ถือว่าช่วยพัฒนาระบบตลาดทุนของไทยให้ก้าวไกลได้มาก เพราะกฎหมายว่าด้วยทรัสต์จะคุ้มครองผู้ซื้อหน่วยลงทุน แม้บริษัทที่ออกกองทุน หรือดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดในเรื่องหลักทรัพย์จะล้มละลาย กฎหมายก็ไม่อนุญาตให้เจ้าหนี้มายึดทรัพย์ในสินทรัพย์ได้
การตัดสินใจมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับธุรกิจทรัสต์และทรัสตีของรัฐบาลนี้จึงเท่ากับเป็นการให้ปุ๋ยแก่ธุรกิจและนักลงทุนให้ใช้ช่องทางของทรัสต์มาทำธุรกิจกันมากขึ้น ซึ่งผลในทางอ้อมย่อมจะช่วยลดปัญหาอินไซเดอร์หรือการเอารัดเอาเปรียบของผู้ถือหุ้นใหญ่และนักการเมืองที่ชอบใช้ตลาดทุนมาหาประโยชน์ได้ไม่มากก็น้อย







