posttoday
4 นักกฎหมายอาวุโสเปิดคดีฮั้วสว.  ชำแหละมติ กกต.  ชี้อนาคตสภาสูง

4 นักกฎหมายอาวุโสเปิดคดีฮั้วสว.  ชำแหละมติ กกต.  ชี้อนาคตสภาสูง

18 กันยายน 2569

ราชบัณฑิตยสภาจัดเวที “คดีฮั้ว ส.ว.” 30 ก.ย. รวม 4 นักกฎหมายอาวุโส วิเคราะห์หลักฐาน มติ กกต. และผลสะเทือนต่อวุฒิสภา

KEY

POINTS

  • ราชบัณฑิตยสภาจัดเวทีเสวนาโดย 4 นักกฎหมายอาวุโส เพื่อวิเคราะห์คดีฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
  • นักกฎหมายตั้งคำถามต่อมาตรฐานการพิจารณาของ กกต. ที่ใช้มติเสียงข้างมากยกข้อกล่าวหา โดยอาจนำมาตรฐานคดีอาญามาใช้กับคดีเพิกถอนสิทธิทางการเมืองอย่างไม่ถูกต้อง
  • การเสวนาจะชี้ให้เห็นถึงผลกระทบในวงกว้าง หากกระบวนการเลือก สว. ไม่สุจริต อาจนำไปสู่การตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต. และกระทบต่อความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของวุฒิสภาทั้งชุด

 

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ราชบัณฑิตยสภาเตรียมเปิดเวทีใหญ่เรื่อง “คดีฮั้ว ส.ว.: เรื่องจริงที่คนไทยทุกคนต้องรู้” ในวันพุธที่ 30 กันยายน 2569 เพื่อชำแหละข้อกฎหมาย พยานหลักฐาน และผลกระทบจากคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งกำลังตั้งคำถามต่อทั้งที่มาของ สว. และมาตรฐานการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.

 

เวทีนี้รวมนักกฎหมายอาวุโส 4 คน ได้แก่ ศาสตราจารย์พิเศษจรัญ ภักดีธนากุล นายวัส ติงสมิตร ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ และนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ แต่ละคนเคยดำรงตำแหน่งระดับสูงในศาล องค์กรอิสระ และกระทรวงยุติธรรม จึงมีประสบการณ์ตรงทั้งด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ คดีเลือกตั้ง การไต่สวนทุจริต และหลักฐานในคดีสำคัญ

 

ความน่าสนใจของเวที อยู่ที่จุดยืนซึ่งแต่ละคนเคยแสดงต่อคดีฮั้วสว. โดยเฉพาะคำถามว่า กกต.ใช้มาตรฐานที่ถูกต้องหรือไม่ เมื่อเสียงข้างมากยกข้อกล่าวหาสำคัญและส่งดำเนินคดีอาญาเพียง 77 ราย จากผู้ถูกกล่าวหาในสำนวน 229 ราย

 

จรัญชี้ความรับผิดชอบอาจย้อนกลับมาที่ กกต.

ศาสตราจารย์พิเศษจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม มองว่าหน้าที่ของ กกต.ไม่ได้จบลงเพียงการลงมติยุติเรื่องหรือส่งผู้ถูกร้องบางส่วนเข้าสู่ศาล

 

จรัญเคยเตือนว่า หาก กกต.ไม่ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างครบถ้วน หรือยุติเรื่องโดยเห็นว่าไม่มีมูล ประเด็นย่อมย้อนกลับมาตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.เอง ผู้เกี่ยวข้องสามารถยื่นเรื่องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินและศาลรัฐธรรมนูญได้

 

ศาสตราจารย์พิเศษจรัญ ภักดีธนากุล

 

หากศาลวินิจฉัยว่า กกต.ทำผิดหน้าที่หรือไม่วางตัวเป็นกลาง ผลของคดีจะไม่จำกัดอยู่ที่การตัดสิทธิผู้สมัครบางคน แต่จะกระทบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกระบวนการเลือก สว. และเปิดข้อเรียกร้องให้จัดกระบวนการเลือกใหม่

 

วัสตั้งคำถาม กกต.ใช้มาตรฐานคดีอาญาผิดที่หรือไม่

 

นายวัส ติงสมิตร อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา วิจารณ์ว่า มติ กกต.เสียงข้างมากเดินสวนทางกับบทบัญญัติกฎหมายและบรรทัดฐานของศาลฎีกา

 

ประเด็นสำคัญอยู่ที่มาตรา 62 ซึ่งเปิดทางให้ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรม กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ กกต.ต้องมีหลักฐานแน่นหนาถึงขั้นพร้อมลงโทษจำคุกเหมือนคดีอาญา

 

วัส ติงสมิตร

 

นายวัสจึงตั้งข้อสังเกตว่า หาก กกต.นำมาตรฐานพิสูจน์ความผิดทางอาญามาใช้กับคดีเพิกถอนสิทธิทางการเมือง ย่อมทำให้ประตูตรวจสอบแคบลง และทำให้บุคคลที่ควรเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลหลุดออกจากสำนวน

เขายังมองว่าระบบเลือก สว.กันเองเปิดช่องให้ผู้สมัครจัดตั้งเครือข่ายและลงคะแนนเป็นกลุ่ม จนกลไกที่ออกแบบไว้เพื่อป้องกันการแทรกแซงกลับกลายเป็นเงื่อนไขให้เกิดการฮั้ว

 

วิชามองคดีฮั้ว สว.เป็นวิกฤตประเทศ

 

ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. และอดีตประธานแผนกในศาลฎีกา ให้น้ำหนักกับผลกระทบต่อระบบการเมืองมากกว่าความผิดเฉพาะบุคคล

 

วิชาเคยระบุว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการโกงตั้งแต่ต้นทางทำให้คดีนี้กลายเป็นวิกฤตประเทศ เพราะวุฒิสภามีอำนาจเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งบุคคลในองค์กรอิสระ ซึ่งองค์กรเหล่านี้กลับมาทำหน้าที่ตรวจสอบนักการเมืองและการใช้อำนาจรัฐอีกทอดหนึ่ง

 

 ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ

 

หากที่มาของ สว.ถูกเครือข่ายใดเครือข่ายหนึ่งควบคุม ปัญหาจึงไม่ได้หยุดอยู่ในวุฒิสภา แต่ส่งผลต่อระบบตรวจสอบทั้งสาย วิชายังย้ำว่าองค์กรอิสระต้องทำงานเพื่อประชาชน และไม่สามารถปิดข้อมูลที่สังคมต้องได้รับรู้

 

สิทธิโชติเตรียมเปิดมุมมองจากเสียงข้างน้อย

 

นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้งและอดีตประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา ถือเป็นผู้ร่วมเสวนาที่สังคมจับตาใกล้ชิดที่สุด เพราะอยู่ในที่ประชุมซึ่งลงมติคดีฮั้ว สว. และลงคะแนนเป็นเสียงข้างน้อย

 

สิทธิโชติเคยเปิดเผยว่า มติในข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรค และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้ผ่านอย่างเป็นเอกฉันท์

 

สิทธิโชติ อินทรวิเศษ

 

สิทธิโชติ ให้น้ำหนักกับภาพรวมของหลักฐาน ทั้งโพยลงคะแนน 12 ชุดที่พบตามโรงแรมในหลายจังหวัด รายชื่อผู้ได้คะแนนลำดับต้นซึ่งตรงกับโพย ตลอดจนข้อมูลการติดต่อทางโทรศัพท์และพยานแวดล้อม สิทธิโชติมองว่าหลักฐานเหล่านี้เชื่อมโยงกันและมีน้ำหนักเพียงพอที่จะส่งเรื่องให้ศาลตรวจสอบ

 

เวทีที่ต้องจับตาคำตอบต่ออนาคตวุฒิสภา

 

การเสวนาครั้งนี้จึงมีโจทย์ใหญ่ 3 ข้อ ได้แก่ กกต.ควรใช้หลักฐานระดับใดก่อนส่งคดีให้ศาล มติของเสียงข้างมากตัดตอนผู้เกี่ยวข้องออกจากสำนวนหรือไม่ และหากกระบวนการเลือกไม่สุจริตตั้งแต่ต้น ผลทางกฎหมายควรตกแก่บุคคลบางรายหรือวุฒิสภาทั้งระบบ

ราชบัณฑิตยสภาจะจัดงานตั้งแต่เวลา 10.00-12.30 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 สำนักงานราชบัณฑิตยสภา ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ อาคารซี พร้อมถ่ายทอดผ่าน Facebook Live ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา

โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษกฤษฎา บุณยสมิต อดีตอธิบดีอัยการและภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสภา จะดำเนินรายการ ก่อนเปิดให้ผู้เข้าร่วมซักถามและแสดงความคิดเห็น โดยเปิดลงทะเบียนถึงวันที่ 25 กันยายน 2569.

 

4 นักกฎหมายอาวุโสเปิดคดีฮั้วสว.  ชำแหละมติ กกต.  ชี้อนาคตสภาสูง

4 นักกฎหมายอาวุโสเปิดคดีฮั้วสว.  ชำแหละมติ กกต.  ชี้อนาคตสภาสูง

ข่าวล่าสุด

4 นักกฎหมายอาวุโสเปิดคดีฮั้วสว.  ชำแหละมติ กกต.  ชี้อนาคตสภาสูง

4 นักกฎหมายอาวุโสเปิดคดีฮั้วสว.  ชำแหละมติ กกต.  ชี้อนาคตสภาสูง