
เปิด 3 นวัตกรรม Medical AI สัญชาติไทย เตรียมทดสอบในรพ.รัฐ!
เปิด 3 นวัตกรรม Medical AI สัญชาติไทย ตั้งแต่ตรวจจับสะโพกหัก-คัดกรองมะเร็งตับ-เอกซเรย์ทรวงอก เตรียมทดสอบในรพ.รัฐ ภายใต้ Medical AI Consortium
KEY
POINTS
- เปิดตัว 3 นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ฝีมือคนไทย ได้แก่ AI ตรวจจับกระดูกสะโพกหัก, AI คัดกรองมะเร็งตับ และ AI วิเคราะห์ภาพเอกซเรย์ทรวงอก
- กระทรวง อว. และกระทรวงสาธารณสุขร่วมมือกันนำนวัตกรรมดังกล่าวไปทดสอบและประเมินผลในโรงพยาบาลรัฐนำร่อง 2 แห่ง
- มีเป้าหมายเพื่อผลักดันงานวิจัยสู่การใช้งานจริง และใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนแพทย์ในการตรวจคัดกรองโรคให้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เตรียมนำ 3 นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ฝีมือคนไทย จากเครือข่าย Medical AI Consortium ไปทดสอบและประเมินผลในโรงพยาบาลของรัฐ เพื่อผลักดันผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยไปสู่การใช้งานในระบบบริการสุขภาพจริง
สำหรับโรงพยาบาลนำร่อง ได้แก่ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จังหวัดนนทบุรี และโรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี โดยทั้งสามนวัตกรรมจะดำเนินการในเชิงวิจัยและผ่านกระบวนการประเมินรับรองที่เกี่ยวข้อง ก่อนพิจารณาขยายผลไปยังสถานพยาบาลแห่งอื่น
3 นวัตกรรม Medical AI ฝีมือคนไทย
1. AI ตรวจจับกระดูกสะโพกหัก
AI for Hip Fracture Detection เป็นระบบปัญญาประดิษฐ์สำหรับตรวจจับกระดูกสะโพกหักจากภาพเอกซเรย์ พัฒนาโดยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ระบบจะช่วยวิเคราะห์และระบุตำแหน่งที่สงสัยว่ามีกระดูกสะโพกหัก เพื่อสนับสนุนการอ่านภาพของแพทย์ ช่วยให้ค้นพบความผิดปกติได้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
2. AI คัดกรองมะเร็งตับด้วยอัลตราซาวด์
LiverSound เป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ช่วยคัดกรองมะเร็งตับจากภาพอัลตราซาวด์ พัฒนาโดยคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค สวทช.
ระบบได้รับการพัฒนาเพื่อช่วยค้นหาความผิดปกติจากภาพอัลตราซาวด์ตับ สนับสนุนกระบวนการคัดกรองและช่วยให้ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเข้าสู่การตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมได้เร็วขึ้น
3. AI วิเคราะห์ภาพเอกซเรย์ทรวงอก
RAMAAI CXR Solution เป็นระบบช่วยตรวจคัดกรองความผิดปกติจากภาพเอกซเรย์ทรวงอก พัฒนาโดยคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ระบบทำหน้าที่สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการอ่านภาพเอกซเรย์ทรวงอก ช่วยชี้ตำแหน่งหรือความผิดปกติที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม เพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรองผู้ป่วย โดยเฉพาะในสถานพยาบาลที่มีจำนวนผู้รับบริการสูงหรือมีบุคลากรเฉพาะทางจำกัด
แบบจำลอง AI ที่ผ่านการประเมินและรับรองจะได้รับการพิจารณาเชื่อมต่อกับ MOPH Digital Health Services และแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเปิดทางให้โรงพยาบาลเข้าถึงและใช้เครื่องมือร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ
อย่างไรก็ตาม AI ทั้งสามระบบมีบทบาทเป็นเครื่องมือช่วยสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ได้ทำหน้าที่วินิจฉัยหรือทดแทนการตัดสินใจของแพทย์โดยอัตโนมัติ
Medical AI Consortium คืออะไร
Medical AI Consortium คือเครือข่ายความร่วมมือเพื่อพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ของประเทศไทย เชื่อมหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เทคโนโลยี งานวิจัย และระบบบริการสุขภาพ ทั้งมหาวิทยาลัย โรงเรียนแพทย์ สถาบันวิจัย โรงพยาบาล และหน่วยงานภาครัฐ
เครือข่ายทำหน้าที่เชื่อมกระบวนการพัฒนา Medical AI ตั้งแต่การนำโจทย์จากแพทย์และโรงพยาบาลมาพัฒนาเป็นงานวิจัย การจัดเตรียมและกำกับดูแลข้อมูล การพัฒนาแบบจำลอง AI การทดสอบประสิทธิภาพ ไปจนถึงการประเมินมาตรฐานและผลักดันให้เทคโนโลยีเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพ
หน่วยงานในเครือข่ายประกอบด้วย เนคเทค สวทช. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล สำนักดิจิทัลการแพทย์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ตลอดจนมหาวิทยาลัยและหน่วยงานพันธมิตร
เป้าหมายสำคัญคือการลดการพัฒนาที่ซ้ำซ้อน เปิดทางให้หน่วยงานต่าง ๆ ใช้ทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน และช่วยให้นวัตกรรมที่ได้มาตรฐานสามารถเดินทางจากห้องวิจัยไปสู่การใช้งานในโรงพยาบาลได้เร็วขึ้น
กรอบความร่วมมือ 3 ปี มีอะไรบ้าง
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีกรอบระยะเวลา 3 ปี ครอบคลุมการดำเนินงานสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ ความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว. และกระทรวงสาธารณสุขในครั้งนี้ มีกำหนดระยะเวลา 3 ปี ครอบคลุมการดำเนินงานหลักสามด้าน ได้แก่
1. เชื่อมโยงและยกระดับข้อมูลสุขภาพ
พัฒนามาตรฐานข้อมูลและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้บริการสุขภาพดิจิทัลมีความต่อเนื่องและสามารถนำข้อมูลไปใช้พัฒนา AI ได้ภายใต้หลักธรรมาภิบาล
2. วิจัยและผลักดัน Medical AI สู่การใช้งานจริง
เชื่อมโจทย์จากระบบบริการสุขภาพกับมหาวิทยาลัย โรงเรียนแพทย์ และสถาบันวิจัย พร้อมนำเครื่องมือ AI เข้าสู่กระบวนการทดสอบ ประเมิน รับรอง และขยายผล
3. พัฒนาและใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน
สนับสนุนทรัพยากรประมวลผล GPU ระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงหรือ HPC ห้องปฏิบัติการทดสอบซอฟต์แวร์ และแพลตฟอร์มดิจิทัลที่จำเป็นต่อการพัฒนาและให้บริการ AI
กระทรวง อว. จะสนับสนุนงานวิจัย การพัฒนากำลังคน โครงสร้างพื้นฐาน และกลไกสำหรับซอฟต์แวร์ AI ในฐานะเครื่องมือแพทย์ หรือ AI-SaMD รวมถึงเอกสารแม่แบบและมาตรฐานที่ช่วยให้ผู้พัฒนานำผลงานเข้าสู่กระบวนการรับรองได้อย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ ยังครอบคลุมการสนับสนุนทุนวิจัย การพัฒนากำลังคนด้าน AI ทรัพยากรประมวลผล GPU ระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงหรือ HPC และเครือข่ายความร่วมมือกับต่างประเทศ ตลอดจนการพัฒนากระบวนการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยให้เหมาะสมกับงาน Medical AI
เชื่อมโจทย์จากโรงพยาบาลสู่งานวิจัย
ด้าน นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขจะนำโจทย์จากระบบบริการ ข้อมูลสุขภาพ มาตรฐาน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล บุคลากร และเครือข่ายสถานพยาบาลทั่วประเทศมาเชื่อมกับกระบวนการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้เทคโนโลยีที่สร้างขึ้นตอบโจทย์การใช้งานจริงและสามารถขยายผลได้อย่างยั่งยืน
กระทรวงสาธารณสุขจะกำหนดสถานพยาบาลสำหรับการวิจัยและทดสอบ จัดลำดับความสำคัญของโจทย์ทางคลินิกและการบริหารจัดการ รวมถึงสนับสนุนการนำผลงาน Digital Health และ AI ที่ผ่านการประเมินและรับรองแล้วไปประยุกต์ใช้ผ่าน MOPH Digital Health Services และแพลตฟอร์มของกระทรวงตามความเหมาะสม
การดำเนินงานจะมีการกำหนดมาตรฐานการเชื่อมต่อ รูปแบบการให้บริการ และแนวทางแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้สถานพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีมาตรฐาน ปลอดภัย และสอดคล้องกับบริบทของระบบสุขภาพไทย
จัดตั้งคณะกรรมการทำงานร่วมกัน
การดำเนินงานทั้งหมดจะให้ความสำคัญกับจริยธรรมการวิจัย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ธรรมาภิบาลข้อมูล และความมั่นคงปลอดภัย โดยกำหนดวัตถุประสงค์ ขอบเขต และสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลอย่างชัดเจน รวมทั้งแยกข้อมูลที่ใช้ให้บริการออกจากข้อมูลที่นำไปใช้ในการวิจัย
ทั้งนี้ จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการอำนวยการร่วมและคณะทำงาน พร้อมจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี เพื่อติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าช่วยให้ระบบสุขภาพไทยตรวจพบโรคได้เร็วและแม่นยำขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ขั้นสูง และทำให้นวัตกรรมที่พัฒนาจากองค์ความรู้ของคนไทยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงทั่วประเทศ







