
สัตว์เลี้ยงอายุยืนขึ้น ค่ารักษาพุ่งตาม โจทย์ใหญ่เจ้าของยุค Pet Economy
เลี้ยงเหมือนลูก จ่ายเหมือนคน Pet Economy เมื่อค่ารักษาสัตว์กลายเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่เจ้าของต้องเตรียมพร้อม เปิดทางธุรกิจการเงินรับตลาดใหม่
เมื่อโครงสร้างครอบครัวเปลี่ยนไป จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลง ขณะที่สัตว์เลี้ยงเข้ามามีบทบาทในชีวิตของคนมากขึ้น จากสัตว์เลี้ยงในบ้านกำลังกลายเป็น “สมาชิกครอบครัว” ที่เจ้าของพร้อมทุ่มงบเพื่อดูแล ทั้งอาหาร การตรวจสุขภาพ การรักษา ไปจนถึงบริการที่ช่วยให้มีชีวิตยืนยาวและมีคุณภาพ
ปรากฏการณ์นี้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสัตว์เลี้ยง หรือ Pet Economy ให้ขยายตัวตามกระแส Pet Humanization เมื่อเจ้าของมองสุนัขและแมวไม่ต่างจากสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว ความต้องการสินค้าและบริการระดับพรีเมียม รวมถึงบริการด้านสุขภาพ จึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ข้อมูลจากวิจัยกรุงศรีระบุว่า จำนวนสุนัขและแมวที่มีเจ้าของในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 11.6% ต่อปีในช่วงปี 2565-2569 ขณะที่จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงต่อเนื่อง โดยการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเลี้ยงสัตว์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ทั้งในไทยและต่างประเทศ
จาก “ป่วยค่อยรักษา” สู่ดูแลให้แข็งแรง
การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจำนวนสัตว์เลี้ยง แต่รวมถึงวิธีที่เจ้าของดูแลสัตว์ด้วย สอดคล้องกับข้อมูลจากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ที่พบว่า พฤติกรรมของเจ้าของสัตว์เลี้ยงเปลี่ยนจากการรอให้ “ป่วยแล้วค่อยรักษา” มาสู่การดูแลเชิงป้องกันมากขึ้น ทั้งการตรวจสุขภาพ การค้นหาความเสี่ยงตั้งแต่ระยะแรก และการดูแลให้สัตว์เลี้ยงมีอายุยืนยาวควบคู่กับการมีสุขภาพที่ดี
และด้วยความใส่ใจที่มากขึ้นส่งผลให้อายุเฉลี่ยของสัตว์เลี้ยงเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่เฉลี่ย 12 ปี ในปี 2010 เพิ่มเป็น 16-17 ปี ในปัจจุบัน จึงทำให้แนวคิดเรื่อง Longevity และ Health Span มีความสำคัญมากขึ้น และอาจสรุปได้ว่าเทรนด์จากนี้ การรักษาสัตว์เลี้ยงจะยิ่งเหมือนคนมากขึ้นเรื่อย ๆ
ทั้งนี้เมื่อการดูแลมีความละเอียดขึ้น ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นตามความซับซ้อนของโรคและเทคโนโลยีการรักษา
หากอิงจากข้อมูลการเข้ารักษาในโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ปัจจุบันค่าใช้จ่ายในการรักษาอยู่ที่ประมาณ 56,000 บาทต่อตัวต่อปี
สำหรับค่าใช้จ่ายต่อครั้งในปี 2569 การรักษาแบบผู้ป่วยนอก หรือ OPD มีค่าใช้จ่ายประมาณ 2,500 บาทต่อครั้งสำหรับสุนัข และ 2,000 บาทสำหรับแมว
ขณะที่การรักษาแบบผู้ป่วยใน หรือ IPD อยู่ที่ประมาณ 10,000 บาทต่อครั้งสำหรับสุนัข และ 13,000 บาทสำหรับแมว
หรือกรณีรักษาบางโรค หรือที่มีการผ่าตัด ราคาอาจถึงหลักแสนบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า เมื่อสัตว์เลี้ยงถูกยกระดับสถานะเป็นสมาชิกครอบครัว ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพก็กลายเป็นอีกหนึ่งภาระที่เจ้าของต้องวางแผนรับมือ โดยเฉพาะกรณีเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุที่อาจสร้างค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ มองว่า ในช่วง 10-20 ปีก่อน เจ้าของจำนวนมากยังเลี้ยงสัตว์ด้วยอาหารทั่วไป แต่ปัจจุบันมีการเลือกอาหารคุณภาพสูง ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ การตรวจสุขภาพ และการรักษาเฉพาะทางมากขึ้น ทำให้ทิศทางการรักษาสัตว์เลี้ยงมีความใกล้เคียงกับการรักษาคนมากขึ้น
Pet Humanization เปลี่ยนสัตว์เลี้ยงเป็นตลาดพรีเมียม
เมื่อเจ้าของยอมจ่ายมากขึ้นเพื่อให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดีและอยู่กับครอบครัวได้นานขึ้น ผลที่ตามมาคือการขยายตัวของตลาดสินค้าและบริการระดับพรีเมียม ตั้งแต่อาหารเฉพาะทาง ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ อุปกรณ์ติดตามสุขภาพ บริการตรวจวิเคราะห์ ไปจนถึงการรักษาเฉพาะทาง
Pet Humanization ยังขยายออกไปนอกธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับสัตว์โดยตรง เมื่อที่อยู่อาศัย โรงแรม ร้านอาหาร และบริการไลฟ์สไตล์ต่างๆ หันมารองรับการใช้ชีวิตร่วมกับสัตว์เลี้ยงในรูปแบบ Pet-friendly มากขึ้น
พูดได้ว่า สัตว์เลี้ยงไม่ได้เป็นเพียงผู้บริโภคปลายทางของสินค้าอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจใช้จ่ายของเจ้าของ และสร้างโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจหลายอุตสาหกรรม
เปิดทางธุรกิจการเงินสู่ตลาดสุขภาพสัตว์
แม้ผู้เลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่จะเตรียมพร้อมสำหรับค่าใช้จ่ายประจำ เช่น อาหาร อุปกรณ์ และการดูแลสุขภาพ แต่ค่าใช้จ่ายจากอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยอาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดและมีมูลค่าสูงเกินกว่าจะรับได้ ผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำหรับสัตว์เลี้ยงจึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเพื่อบริหารความเสี่ยงและดูแลสภาพคล่องของผู้เลี้ยงสัตว์
ผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพสัตว์เลี้ยงจะช่วยลดความไม่แน่นอนของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในอนาคต ขณะที่บัตรเครดิตและสินเชื่อเฉพาะทางช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการชำระค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดเหตุจำเป็น
นอกจากนี้ ในบางประเทศยังเริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เชื่อมโยงกับระบบการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น สะท้อนโอกาสของภาคธุรกิจในการต่อยอดผลิตภัณฑ์ ขยายฐานลูกค้าใหม่ และพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจสัตว์เลี้ยงที่กำลังเติบโต
อย่างไรก็ตาม วิจัยกรุงศรี มองว่า การเติบโตของเศรษฐกิจสัตว์เลี้ยงนับเป็นโอกาสของภาคธุรกิจ รวมถึงผู้ให้บริการทางการเงิน ในการออกผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องซึ่งรวมถึงการประกันและดูแลสุขภาพของสัตว์เลี้ยง
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาตลาดประกันสัตว์เลี้ยงในไทยยังเผชิญข้อจำกัดจากการขาดฐานข้อมูลสุขภาพของสัตว์ ระบบยืนยันตัวตน และมาตรฐานค่ารักษาพยาบาลที่ชัดเจน จึงอาจส่งผลต่อการบริหารความเสี่ยงและการกำหนดเบี้ยประกันของผู้ประกอบการ
ในระยะข้างหน้า ความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงินและผู้ประกอบการในธุรกิจสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสถานพยาบาลสัตว์จะช่วยในการรวบรวมข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ ขณะที่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจะช่วยยกระดับการเข้าถึงบริการทางการเงิน และเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม







