
ประชาธิปัตย์ค้านมติคดีฮั้วสว. พร้อมช่วยผู้เสียหายฟ้อง กกต. ม.157
"อภิสิทธิ์"นำทีมกฎหมายตั้งคำถามเหตุส่งศาลฎีกาเพียง 77 ราย จี้เปิดคำวินิจฉัยรายบุคคลและส่งสำนวนไต่สวนฉบับเต็มให้ศาลฎีกา
KEY
POINTS
- พรรคประชาธิปัตย์คัดค้านมติ กกต. ในคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. โดยชี้ว่าจำนวนผู้ถูกดำเนินคดี 77 รายนั้นน้อยกว่าที่คณะอนุกรรมการเสนอ และตั้งข้อสังเกตว่า กกต. อาจใช้มาตรฐานการพิสูจน์ที่เข้มงวดเกินไป
- พรรคฯ ได้จัดตั้งทีมกฎหมายเพื่อช่วยเหลือผู้สมัคร สว. ที่ได้รับความเสียหาย หากต้องการดำเนินคดีกับ กกต. ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
- เรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยคำวินิจฉัยและเหตุผลเป็นรายบุคคล พร้อมทั้งส่งสำนวนการไต่สวนฉบับเต็มของคณะอนุกรรมการให้ศาลฎีกาพิจารณาเพื่อความโปร่งใส
เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 พรรคประชาธิปัตย์ประกาศไม่เห็นด้วยกับมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) พร้อมจัดทีมกฎหมายช่วยเหลือ สว.สำรองและผู้สมัคร สว. ซึ่งได้รับความเสียหาย หากต้องการดำเนินคดีกับ กกต. ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะทำงานกฎหมายของพรรค ร่วมประชุมวิเคราะห์มติ กกต. ที่ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณาผู้ถูกกล่าวหา 77 ราย โดยตั้งข้อสังเกตว่า ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าข้อเสนอของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง ชุดที่ 26 ซึ่งเสนอให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย รวมถึงต่ำกว่าความเห็นของฝ่ายเลขาธิการ กกต.
พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า กกต. อาจใช้มาตรฐานพิสูจน์แบบคดีอาญา ซึ่งต้องมีหลักฐานจนปราศจากข้อสงสัย มาพิจารณาคดีเลือกตั้ง ทั้งที่กฎหมายกำหนดให้ กกต. ดำเนินการได้เมื่อมี “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้สมัครบางฝ่ายได้เปรียบ และคุ้มครองการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
คณะทำงานกฎหมายของพรรคยังตั้งข้อสังเกตว่า พฤติการณ์ตามข้อกล่าวหาหลายส่วนอาจสะท้อนการดำเนินงานเป็นขบวนการและมีระบบ โดยเชื่อมโยงถึงบุคลากรของพรรคการเมือง แต่การพิจารณาของ กกต. ยังไม่ครอบคลุมประเด็นผู้วางแผนหรือผู้บงการอย่างเพียงพอ
อีกประเด็นที่พรรคตั้งคำถามคือ การรับฟังพยานซึ่งกลับคำให้การ เนื่องจากคำอธิบายบางส่วนอาจขัดแย้งกับข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย พรรคจึงเรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยคำวินิจฉัยและเหตุผลแยกเป็นรายบุคคล เพื่อให้สังคมตรวจสอบหลักเกณฑ์ที่ใช้ตัดสินได้
พรรคประชาธิปัตย์ยังเรียกร้องให้ กกต. ส่งสำนวนไต่สวนฉบับเต็มของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ไปยังศาลฎีกา เพื่อให้ศาลพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งหมด ไม่จำกัดเฉพาะส่วนที่ กกต. มีมติให้ดำเนินคดี
สำหรับแนวทางทางกฎหมาย พรรคระบุว่าพร้อมช่วยผู้เสียหายใช้สิทธิตามมาตรา 69 แห่งกฎหมายว่าด้วย กกต. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 172 แห่งกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยอาจยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง รวมถึงใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญอื่น ๆ
ท่าทีดังกล่าวทำให้มติคดีฮั้ว สว. ยังไม่ยุติเพียงการส่งผู้ถูกกล่าวหา 77 รายเข้าสู่ศาล แต่กำลังขยายไปสู่การตรวจสอบการใช้ดุลพินิจของ กกต. โดยประเด็นที่ต้องติดตามคือ ผู้เสียหายจะยื่นฟ้องหรือไม่ และ กกต. จะเปิดเผยเหตุผลพร้อมสำนวนไต่สวนตามข้อเรียกร้องเพียงใด







