
มติกกต.ส่งศาลฎีกาคดีฮั้วเลือกสว. 77 ราย ไม่พบโยงภูมิใจไทย
กกต. แถลงคดี ฮั้วสว. มีผู้ถูกร้อง 427 คน มีมติส่งศาลฎีกา ดำเนินคดีอาญา 77 คน เป็น สว. 26 คน ผู้สมัครที่ไม่ได้รับเลือก 36 คน บุคคลอื่นอีก 15 คน
KEY
POINTS
- กกต. มีมติส่งศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้องในคดีฮั้วเลือก สว. รวม 77 ราย ซึ่งในจำนวนนี้เป็น สว. 26 คน
- การไต่สวนไม่พบความเชื่อมโยงกับนักการเมืองหรือพรรคภูมิใจไทย จึงมีมติไม่ส่งข้อกล่าวหาในส่วนนี้ให้ศาลฎีกาพิจารณา
- หากศาลฎีการับคำร้อง สว. ทั้ง 26 คนที่ถูกกล่าวหาจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีจนกว่าจะมีคำพิพากษา
เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 เวลา 15.48 น. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงมติสำนวนไต่สวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือคดีฮั้ว สว. โดยมีมติยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญารวม 77 คน ในจำนวนนี้เป็นสมาชิกวุฒิสภา 26 คน
นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ร่วมแถลงผลประชุม ระบุว่า คดีนี้มีผู้ร้อง 67 คน ผู้ถูกร้องรวม 427 คน และเอกสารในสำนวนไต่สวนทั้งหมด 75,722 หน้า
ผู้ที่ กกต.มีมติดำเนินคดี 77 คน แบ่งเป็น สว. ซึ่งดำรงตำแหน่งขณะถูกร้อง 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. หรือผู้สมัครที่ไม่ได้รับเลือกและไม่ได้เป็น สว.สำรอง 36 คน และบุคคลอื่นอีก 15 คน
สำหรับข้อกล่าวหาที่ 3 ซึ่งเกี่ยวกับการแนะนำตัวไม่เป็นไปตามวิธีการและเงื่อนไขที่ กกต.กำหนด ตามมาตรา 36 ประกอบมาตรา 70 กกต.มีมติดำเนินคดี 36 คน ประกอบด้วย สว. 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. 1 คน และบุคคลอื่น 9 คน
ส่วนข้อกล่าวหาที่ 4-7 ครอบคลุมพฤติการณ์เสนอ ให้ หรือสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สิน การจัดเลี้ยง ตลอดจนการเรียกรับทรัพย์สินเพื่อจูงใจให้ลงสมัคร ไม่ลงสมัคร เลือก หรืองดเว้นเลือกบุคคลใด ตามมาตรา 77 มาตรา 79 และมาตรา 81 กกต.มีมติดำเนินคดีรวม 77 คน
อย่างไรก็ตาม กกต.มีมติไม่ส่งข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงกรรมการบริหารพรรค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้ศาลฎีกาพิจารณา จึงไม่มีนักการเมืองหรือกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยถูกดำเนินคดีจากข้อกล่าวหาส่วนนี้
หลังจากนี้ กกต.ต้องจัดทำคำวินิจฉัยและยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาภายใน 60 วัน หากศาลมีคำสั่งรับคำร้อง สว.ที่เป็นผู้ถูกร้องทั้ง 26 คนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา
หากศาลพิพากษาว่ามีความผิด สมาชิกภาพ สว.จะสิ้นสุดลงนับจากวันที่ศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ประธานวุฒิสภาจะเลื่อนบุคคลในบัญชีสำรองของกลุ่มเดียวกันขึ้นแทน หากไม่มีบัญชีสำรองเหลือ จะจับสลากเลือกบัญชีสำรองจากกลุ่มอื่น ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามจึงอยู่ที่การยื่นคำร้องของ กกต.และคำสั่งรับหรือไม่รับคดีของศาลฎีกา (คลิกอ่านเอกสารแถลงประกอบ)







