
ไทยจับมือสหรัฐฯ มุ่งวางรากฐานเคเบิลใต้ทะเล THUS รับยุค AI
USTDA หนุนทุน NT ยกระดับโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ THUS เชื่อมไทย-สหรัฐฯ ผ่าน 5 ชาติอาเซียน เสริมความมั่นคงดิจิทัล รับการเติบโตของ Data Center และ AI
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคทองของโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลอย่างเต็มตัว ล่าสุดองค์การการค้าและการพัฒนาของสหรัฐอเมริกา (USTDA) ได้สนับสนุนเงินทุนให้บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เพื่อศึกษาการพัฒนาระบบเคเบิลใต้น้ำข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกเส้นใหม่ที่ชื่อว่า THUS (Thailand-U.S. Submarine Cable System) โครงการนี้ตั้งเป้าที่จะทดแทนสายเคเบิลเดิมที่ใช้งานมานาน เพื่อยกระดับความมั่นคงปลอดภัยและความเชื่อถือได้ของข้อมูลในระดับสากล
สายเคเบิล THUS มีความยาวรวมสูงสุดถึง 11,500 ไมล์ ซึ่งเมื่อเทียบกับความยาวรวมของสายเคเบิลใต้น้ำทั่วโลกที่มีมากกว่า 1.5 ล้านกิโลเมตรแล้ว ถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่ที่สำคัญมาก ระบบนี้จะเชื่อมโยงไทยกับสหรัฐฯ ผ่านประเทศเพื่อนบ้านสูงสุด 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม โดยจะเลี่ยงเส้นทางที่อาจมีความเสี่ยงด้านความมั่นคง เช่น บริเวณทะเลจีนใต้ เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญอย่างรัดกุม
การประเมินความเป็นไปได้ทั้งหมดจะดำเนินการโดยบริษัท APTelecom LLC จากสหรัฐฯ ซึ่งจะครอบคลุมทั้งมิติเชิงพาณิชย์ เทคนิค การเงิน และกฎระเบียบ สิ่งที่น่าสนใจคือโครงการนี้เลือกใช้รูปแบบ Open Access ซึ่งช่วยให้ผู้ให้บริการหลากหลายกลุ่มสามารถเข้ามาใช้งานระบบได้อย่างโปร่งใส เป็นธรรม และขยายโอกาสการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตคุณภาพสูงสำหรับประชากรกว่า 600 ล้านคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ความเคลื่อนไหวนี้สอดรับกับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาด Data Center ในประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่าคาดการณ์ว่าอาจจะสูงถึง 2.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 และพุ่งทะยานสู่ 4.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2574 นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีแนวโน้มที่จะก้าวแซงหน้าอินโดนีเซียในด้านกำลังการผลิตศูนย์ข้อมูลที่วางแผนไว้ในช่วงปี 2569 - 2574 อีกด้วย
ปัจจุบันบริษัทระดับโลกต่างกำลังเร่งลงทุนในไทยอย่างมหาศาล เช่น แผนการลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ของ Google และ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์จาก AWS ในระยะเวลา 5 ปี การพัฒนาสายเคเบิล THUS ตามมาตรฐานวิศวกรรมที่เชื่อถือได้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนเหล่านี้ได้มากยิ่งขึ้น โครงการนี้จึงถือเป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางดิจิทัลและ AI อย่างแท้จริง







