
“สรรเพชญ” เดินหน้าประมูลใหม่อาคารผู้ป่วยนอก รพ.สงขลา
“สรรเพชญ” เผยอาคารผู้ป่วยนอก รพ.สงขลา เข้าสู่ขั้นประกวดราคา หลังผู้รับเหมาทิ้งงาน คาดเปิดซองปลาย ก.ย. เร่งกลับเข้าก่อสร้างไตรมาส 4
KEY
POINTS
- โครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอก รพ.สงขลา เดินหน้าสู่กระบวนการประกวดราคาเพื่อหาผู้รับเหมารายใหม่ หลังผู้รับเหมารายเดิมทิ้งงาน
- คาดว่าจะสามารถเปิดซองประมูลได้ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 และตั้งเป้าให้ผู้รับจ้างรายใหม่เข้าพื้นที่ก่อสร้างได้ภายในไตรมาส 4 ของปีนี้
- นายสรรเพชญ บุญญามณี ย้ำว่าจะติดตามโครงการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการประชาชนโดยเร็วที่สุด
นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกและอุบัติเหตุ โรงพยาบาลสงขลา
หลังโครงการประสบปัญหาล่าช้าจากกรณีผู้รับเหมารายเดิมไม่สามารถดำเนินงานต่อและทิ้งงาน ส่งผลให้การก่อสร้างต้องหยุดชะงัก
ล่าสุด โครงการได้เข้าสู่ขั้นตอน ประกาศประกวดราคาเพื่อจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่ แล้ว โดยคาดว่าจะเปิดซองได้ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569
จากนั้นจะเร่งพิจารณาผลและลงนามสัญญา เพื่อให้ผู้รับจ้างรายใหม่กลับเข้าหน้างานได้ภายในไตรมาส 4 ของปีนี้ หรือช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2569
โครงการดังกล่าวเป็นการก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 9 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 21,652 ตารางเมตร
โดยออกแบบตามมาตรฐานโครงสร้างต้านทานแผ่นดินไหว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของโรงพยาบาลสงขลาในการรองรับผู้ป่วยนอก รวมถึงผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน
นายสรรเพชญ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ได้ลงพื้นที่ติดตามปัญหาและความคืบหน้าโครงการ
พร้อมหารือกับนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเร่งหาแนวทางแก้ไขและผลักดันให้สามารถจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่ได้โดยเร็ว
ล่าสุด ในช่วงการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ หรือ ครม.สัญจร ที่จังหวัดสงขลา ได้ติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ปัญหาที่ค้างอยู่ได้รับการแก้ไขและโครงการกลับมาเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม
“วันนี้มีความคืบหน้าชัดเจนแล้ว จากวันที่เราลงพื้นที่ติดตามและหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข"
"ขณะนี้โครงการเข้าสู่กระบวนการประกวดราคาเพื่อหาผู้รับจ้างรายใหม่ คาดว่าจะเปิดซองในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ หลังจากนั้นต้องเร่งพิจารณาผล ลงนามสัญญา และให้ผู้รับจ้างกลับเข้าหน้างานให้ได้ภายในไตรมาส 4 ของปี 2569” นายสรรเพชญกล่าว
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ย้ำว่า เป้าหมายของการเร่งรัดโครงการไม่ได้อยู่เพียงการจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่
แต่ต้องทำให้อาคารก่อสร้างแล้วเสร็จและสามารถเปิดให้บริการประชาชนได้จริง โดยจะให้ความสำคัญกับการคัดเลือกผู้รับจ้างที่มีศักยภาพและความพร้อม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความล่าช้าหรือการทิ้งงานซ้ำ
“อาคารโรงพยาบาลหลังนี้ต้องสร้างให้เสร็จ เราปล่อยให้เป็นอาคารก่อสร้างค้างต่อไปไม่ได้ เพราะทุกวันที่ล่าช้า คนที่ได้รับผลกระทบคือพี่น้องประชาชนที่รอใช้บริการ ผมจะติดตามตั้งแต่ขั้นตอนประกวดราคา การลงนามสัญญา การกลับเข้าหน้างาน ไปจนถึงการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ เพื่อให้อาคารแห่งนี้เปิดให้บริการประชาชนโดยเร็วที่สุด” นายสรรเพชญกล่าว







