
ไทย-สิงคโปร์ กระชับความร่วมมือ ASEAN ต่อยอดความสำเร็จ 'พร้อมเพย์-เพย์นาว'
อัปเดตผลการหารือ ลอว์เรนซ์ หว่อง - อนุทิน เดินหน้าวาระอาเซียน ขยายผลระบบเพย์นาว-พร้อมเพย์ ดึงลงทุน AI ย้ำไทยเป็นฐานความมั่นคงทางอาหาร
เมื่อวันพุธ (2 ก.ย.) นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เดินทางเยือนกรุงเทพมหานคร เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอย่างไม่เป็นทางการ (Leaders’ Retreat) กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย
โดยการหารือครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การขับเคลื่อนวาระของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) การค้า การลงทุน และความมั่นคงทางอาหาร
การประชุมระดับสูงสุดนี้ นับเป็นการจัดงานครั้งที่ 5 และเป็นการกลับมาหารือในรูปแบบนี้อีกครั้งในรอบ 11 ปี (นับตั้งแต่ปี 2558) สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองชาติ
สานต่อวาระอาเซียน ท่ามกลางความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์
นายลอว์เรนซ์ หว่อง กล่าวยกย่องว่า ไทยและสิงคโปร์เป็นพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์สอดคล้องกัน ในการสร้างประชาคมอาเซียนที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะในจังหวะที่สิงคโปร์เตรียมรับตำแหน่งประธานอาเซียนในปีหน้า ก่อนส่งมอบวาระต่อให้ประเทศไทย
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวถึงประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญ ได้แก่
- สันติภาพในเมียนมา: ย้ำจุดยืนร่วมกันว่า อาเซียนมีบทบาทสำคัญ โดยไทยจะทำงานร่วมกับเมียนมาและสิงคโปร์อย่างใกล้ชิด
- ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา: รัฐบาลไทยยึดมั่นในการแก้ไขความแตกต่างด้วยสันติวิธี ผ่านกลไกทวิภาคี
"ความสัมพันธ์ทวิภาคีของเราอยู่ในจุดที่ยอดเยี่ยมมาก เกิดขึ้นจากความไว้วางใจ และเรามีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมต่อเศรษฐกิจไทย" – ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์
ต่อยอดเศรษฐกิจดิจิทัล
หนึ่งในวาระสำคัญด้านเศรษฐกิจ คือการแสวงหาโอกาสใหม่ในกลุ่มเทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech) หลังจากที่ในปี 2564 ทั้งสองชาติประสบความสำเร็จในการเปิดตัวระบบเชื่อมโยงการชำระเงินข้ามประเทศ "เพย์นาว (PayNow)" และ "พร้อมเพย์ (PromptPay)"
แผนยกระดับการลงทุนด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน
- ขยายระบบชำระเงิน: เตรียมเชื่อมโยงระบบชำระเงินเข้ากับประเทศอื่นๆ ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน
- โลจิสติกส์ระดับภูมิภาค: สิงคโปร์พร้อมเป็น "พันธมิตรโดยธรรมชาติ" สนับสนุนยุทธศาสตร์ไทยในการเป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์
- ดึงดูดเม็ดเงินลงทุน: ไทยเปิดรับการลงทุนจากสิงคโปร์ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์, เศรษฐกิจสีเขียว และเศรษฐกิจดิจิทัล
- ประยุกต์ใช้ AI: แลกเปลี่ยนความรู้ด้าน AI ในภาคการผลิต สาธารณสุข และการท่องเที่ยว อย่างปลอดภัยและรับผิดชอบ
ไทยย้ำจุดยืน "พันธมิตรความมั่นคงทางอาหาร"
เพื่อรับมือกับวิกฤตห่วงโซ่อุปทานโลก ผู้นำทั้งสองได้ดึงจุดแข็งของตนเองมาผนึกกำลัง โดยไทยเป็น "แหล่งผลิตอาหาร" ขณะที่สิงคโปร์เป็น "ศูนย์กลางโลจิสติกส์และการค้า"
นายอนุทิน ยืนยันถึงความน่าเชื่อถือของไทย พร้อมเปิดเผยความคืบหน้าจากบันทึกความร่วมมือด้านการค้าข้าว (ลงนามเมื่อ พ.ย. ปีก่อน) ว่า
- ไทยเตรียมจัดสรรข้าวจำนวน 100,000 ตัน ในช่วงเวลา 5 ปี ให้แก่สิงคโปร์
- เตรียมขยายความร่วมมือไปยังสินค้าเกษตรประเภทอื่นๆ ในอนาคต
เดินหน้าความมั่นคงทางพลังงาน (Asean Power Grid)
นอกเหนือจากเทคโนโลยีและอาหาร ทั้งสองประเทศยังเร่งรัดโครงการโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (Asean Power Grid) และการซื้อขายคาร์บอนเครดิต เพื่อเปลี่ยนเป้าหมายร่วมกันให้กลายเป็นโครงการที่จับต้องได้จริง ถือเป็นการย้ำภาพลักษณ์ความร่วมมือระยะยาวที่มั่นคงในภูมิภาค
การหารือระหว่างผู้นำไทยและสิงคโปร์ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้น แต่ยังสร้างโอกาสมหาศาลให้กับภาคธุรกิจไทย
โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยี AI, ฟินเทค และภาคการเกษตร ซึ่งสอดรับกับการก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบ







