
เร่งตั๋วร่วมปี 70 สีชมพู-เหลืองร่วมระบบ ไม่เก็บค่าแรกเข้าซ้ำ
ขร.หารือ ADB ประเมินรถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง หลังยอดผู้โดยสารเดือน ส.ค.69 เพิ่มต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าตั๋วร่วมไม่คิดค่าแรกเข้าซ้ำ เริ่ม ม.ค.70
KEY
POINTS
- กรมการขนส่งทางราง (ขร.) และธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ร่วมประเมินผลการดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง
- จำนวนผู้โดยสารของรถไฟฟ้าทั้งสองสายยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยในเดือนสิงหาคม 2569 สายสีชมพูมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 6.82% และสายสีเหลืองเพิ่มขึ้น 2.50%
- ภาครัฐเร่งผลักดันนโยบายตั๋วร่วมโดยยกเลิกการเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในเดือนมกราคม 2570
กรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดโต๊ะหารือธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) ประเมินโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง
ทั้งด้านนโยบาย การบริหารจัดการโครงการ สัญญาสัมปทาน ระบบตั๋วร่วม อัตราค่าโดยสาร และรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) พร้อมรายงานยอดผู้โดยสารเดือนสิงหาคม 2569 ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง
การหารือครั้งนี้ ขร.ได้นำเสนอนโยบายและแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางในเขตเมือง โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง
ซึ่งดำเนินโครงการในรูปแบบ PPP Net Cost โดยภาครัฐรับผิดชอบการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ขณะที่ภาคเอกชนรับผิดชอบงานโยธา ระบบและขบวนรถไฟฟ้า รวมถึงการเดินรถและซ่อมบำรุง
สำหรับ ADB มีบทบาทในการสนับสนุนด้านการเงินแก่ภาคเอกชนผู้ดำเนินโครงการ โดยการประเมินครั้งนี้จึงเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับผลการดำเนินงาน ตลอดจนแนวทางพัฒนาระบบขนส่งทางรางในเมืองของไทย
สายสีชมพู-เหลือง ผู้โดยสารยังโต
ข้อมูลของ ขร. ระบุว่า ปัจจุบันรถไฟฟ้าทั้งสองสายทำหน้าที่เป็นระบบขนส่งมวลชนสายรองที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายรถไฟฟ้าสายหลักในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในเดือนสิงหาคม 2569 รถไฟฟ้าสายสีชมพูมีผู้ใช้บริการรวม 2,156,693 คน เพิ่มขึ้น 6.82% ขณะที่ สายสีเหลืองมีผู้ใช้บริการรวม 1,455,104 คน เพิ่มขึ้น 2.50%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนบทบาทของรถไฟฟ้าทั้งสองสายในการเชื่อมต่อผู้โดยสารจากพื้นที่ชานเมืองเข้าสู่โครงข่ายรถไฟฟ้าสายหลัก โดยเฉพาะเมื่อระบบรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีการขยายตัวและเชื่อมโยงกันมากขึ้น
เร่งตั๋วร่วม ลดค่าเดินทาง
อีกประเด็นสำคัญที่กระทรวงคมนาคมกำลังผลักดัน คือ มาตรการอัตราค่าโดยสารร่วมโดยไม่คิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน เพื่อให้การเดินทางระหว่างรถไฟฟ้าหลายสายมีความต่อเนื่องมากขึ้น
มาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้าทุกสายในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมีกำหนดเริ่มดำเนินการใน เดือนมกราคม 2570
ขร.ระบุว่า การไม่คิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และสนับสนุนการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าแต่ละสาย
ขณะที่สายสีชมพูและสายสีเหลืองจะมีบทบาทสำคัญในฐานะเส้นทางป้อนผู้โดยสารเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าสายหลัก
นายพิเชฐกล่าวว่า ขร.มุ่งพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางรางให้มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระดับภูมิภาค โดยการหารือกับ ADB ครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูล และอาจนำไปสู่แนวทางความร่วมมือ รวมถึงการสนับสนุนจาก ADB ในด้านต่าง ๆ ในอนาคต







