
วิเคราะห์ชัยชนะภูมิใจไทย เลือกตั้งซ่อมอุดรฯ ฐานเสียงหนุน “อธิการ”
เจาะปัจจัย “อธิการ” นำคู่แข่งกว่า 2 หมื่นคะแนน ทั้งมรดกการเมืองของอดีต สส.หรั่ง เครือข่ายท้องถิ่น และกลยุทธ์หาเสียงแบบ “คนบ้านเฮา”
KEY
POINTS
- นายอธิการ แก้วเครือศรี จากพรรคภูมิใจไทย ชนะการเลือกตั้งซ่อม สส.อุดรธานี เขต 3 ด้วยคะแนนนำห่างคู่แข่งกว่า 20,000 คะแนน
- ปัจจัยหลักของชัยชนะคือการได้รับการสนับสนุนจากฐานเสียงเดิมของนายหรั่ง ธุระพล อดีต สส. ซึ่งเป็นพ่อตา
- เครือข่ายการเมืองท้องถิ่นที่แข็งแกร่งของครอบครัวและกลยุทธ์หาเสียงที่เน้นความเป็น "คนบ้านเฮา" เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ได้รับชัยชนะ
ผลเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี เขต 3 เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ส่งสัญญาณชัยชนะอย่างชัดเจนของพรรคภูมิใจไทย หลังนายอธิการ แก้วเครือศรี ผู้สมัครหมายเลข 2 มีคะแนนนำคู่แข่งมากกว่า 2 หมื่นคะแนน จากผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการกว่า 95%
รายงานผลเมื่อเวลา 20.30 น. ซึ่งนับคะแนนแล้ว 228 จาก 240 หน่วย ระบุว่า นายอธิการได้ 36,097 คะแนน ขณะที่นายขจิตร ชัยนิคม ผู้สมัครหมายเลข 1 พรรคประชาธิปไตยใหม่ ได้ 12,323 คะแนน ห่างกัน 23,774 คะแนน
แม้ยังต้องรอการนับคะแนนครบทุกหน่วยและการประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการ แต่คะแนนที่ทิ้งห่างสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานการเมืองเดิม เครือข่ายท้องถิ่น และการวางตัวผู้สมัครที่เชื่อมโยงกับประชาชนในพื้นที่โดยตรง
เขตเลือกตั้งที่ 3 ครอบคลุมอำเภอเพ็ญ อำเภอสร้างคอม รวมถึงตำบลบ้านขาวและตำบลนาข่า อำเภอเมืองอุดรธานี มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 125,309 คน เบื้องต้นมีผู้มาใช้สิทธิประมาณ 61,106 คน หรือ 49.7% โดยฝนที่ตกในพื้นที่และการไม่มีช่องทางลงคะแนนล่วงหน้าเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อจำนวนผู้มาใช้สิทธิ
ฐานเสียงอดีต สส.หรั่ง ส่งต่อถึงลูกเขย
ปัจจัยสำคัญประการแรกคือฐานสนับสนุนเดิมของนายหรั่ง ธุระพล อดีต สส.อุดรธานี เขต 3 และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเชียงหวาง ซึ่งเป็นพ่อตาของนายอธิการ
นายหรั่งมีฐานคะแนนและเครือข่ายทางการเมืองอยู่ในพื้นที่มาก่อน เมื่อนายอธิการลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมเพื่อสานต่องานของครอบครัว จึงสามารถเชื่อมโยงกับประชาชนและผู้สนับสนุนเดิมได้ทันที ไม่ต้องเริ่มสร้างการรับรู้ทางการเมืองจากศูนย์
การเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันระหว่างผู้สมัคร 2 คน แต่ยังเป็นการพิสูจน์ว่าฐานเสียงของอดีต สส.หรั่งจะสามารถส่งต่อมายังผู้สมัครคนใหม่ได้มากน้อยเพียงใด ผลคะแนนเบื้องต้นชี้ว่าการส่งต่อดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
เครือข่ายครอบครัวการเมืองยังแข็งแกร่ง
นายอธิการมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายการเมืองท้องถิ่นอย่างชัดเจน นอกจากเป็นลูกเขยของอดีต สส.ในพื้นที่แล้ว ภรรยาของนายอธิการยังดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี เขต 3 อำเภอเพ็ญ
เครือข่ายดังกล่าว ช่วยให้ทีมงานเข้าถึงชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในแต่ละพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในสนามเลือกตั้งซ่อมที่มีเวลาเตรียมตัวและหาเสียงจำกัด ความพร้อมของทีมงานระดับพื้นที่จึงมีความสำคัญต่อการนำผู้สนับสนุนออกมาใช้สิทธิ
ขณะเดียวกัน นายอธิการเคยทำงานเป็นทีมงานคนสำคัญของนายหรั่งมาก่อน ทำให้รู้จักพื้นที่ เข้าใจปัญหาของประชาชน และมีความสัมพันธ์กับกลไกการเมืองท้องถิ่นอยู่แล้ว ภาพของนายอธิการจึงไม่ใช่ผู้สมัครหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่สนาม แต่เป็นคนทำงานเบื้องหลังที่ขยับมารับบทบาททางการเมืองโดยตรง
กลยุทธ์ “คนบ้านเฮา” เชื่อมผู้สมัครกับชุมชน
อีกหนึ่งปัจจัยคือการสื่อสารผ่านคำขวัญ “ลูกเขยอดีต สส.หรั่ง ธุระพล คนบ้านเฮา” ซึ่งสั้น จดจำง่าย และสื่อสารจุดขายของผู้สมัครได้ครบทั้งความสัมพันธ์กับอดีต สส. และความเป็นคนในพื้นที่
กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยสร้างภาพความต่อเนื่องมากกว่าความเปลี่ยนแปลง โดยนำเสนอว่านายอธิการจะเข้ามาสานต่องานและดูแลประชาชนบนฐานความสัมพันธ์เดิมของครอบครัวการเมือง
คะแนนนำมากกว่า 2 หมื่นคะแนนจึงสะท้อนการทำงานร่วมกันของหลายปัจจัย ทั้งมรดกทางการเมืองของอดีต สส.หรั่ง เครือข่ายครอบครัวและทีมงานท้องถิ่น ประสบการณ์ทำงานในพื้นที่ ตลอดจนกลยุทธ์หาเสียงที่เข้าถึงความรู้สึกของประชาชน
สำหรับพรรคภูมิใจไทย แนวโน้มชัยชนะครั้งนี้ไม่เพียงเพิ่มที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร แต่ยังตอกย้ำความสำคัญของการวางตัวผู้สมัครที่มีฐานท้องถิ่นแข็งแรง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้เดินทางไปติดตามผลคะแนนและเตรียมแสดงความยินดีกับนายอธิการด้วยตนเอง และขอบคุณประชาชนผู้สิทธิเลือกตั้งจ.อุดรธานี หลังทราบผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ.







