posttoday
พริษฐ์ แย้ง แสวง ปมฟ้องคดีฮั้วสว. ชี้กฎหมายไม่จำกัดเฉพาะผู้สมัคร

พริษฐ์ แย้ง แสวง ปมฟ้องคดีฮั้วสว. ชี้กฎหมายไม่จำกัดเฉพาะผู้สมัคร

24 สิงหาคม 2569

พริษฐ์ วัชรสินธุ แย้งเงื่อนไข 3 ข้อของเลขาฯ กกต. ชี้กฎหมายเปิดทางเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง ไม่จำกัดแค่ผู้สมัคร สว. พร้อมจับตาการพิจารณาคดี 229 คน

KEY

POINTS

  • นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โต้แย้งเลขาธิการ กกต. โดยชี้ว่ากฎหมายการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 62 ระบุให้เอาผิดผู้กระทำทุจริตได้ทั้ง "ผู้สมัครหรือผู้ใดก็ได้" ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้สมัคร
  • ตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการพิจารณาของ กกต. และเตือนว่าหากดำเนินคดีเฉพาะผู้ปฏิบัติการระดับล่างโดยไม่เอาผิดนักการเมือง อาจทำให้เกิดคำถามเรื่องมาตรฐานการทำงาน
  • พรรคประชาชนเตรียมเสนอแก้กฎหมายให้ประชาชนฟ้องคดีต่อศาลได้โดยตรงหาก กกต. ไม่ดำเนินการ และอาจฟ้อง กกต. หากยกคำร้องคดีที่มีหลักฐานชัดเจน

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน แสดงความเห็นต่อกรณีนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุ 3 เงื่อนไขในการพิจารณาส่งคำร้องคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือคดีฮั้ว สว. ไปยังศาลฎีกา โดยเห็นต่างในประเด็นที่ระบุว่า การกระทำต้องเกี่ยวข้องกับผู้สมัคร สว. เท่านั้น

 

นายพริษฐ์ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ทางเนชั่น 22 ว่า ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 62 ระบุว่า ภายหลัง กกต. ประกาศผลการเลือก หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า “ผู้สมัครหรือผู้ใด” กระทำการทุจริตในการเลือก หรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่นที่ทำให้การเลือกไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม กกต. สามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อพิจารณาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสิทธิเลือกตั้งได้

 

นายพริษฐ์จึงเห็นว่า ตัวบทกฎหมายไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้สมัคร สว. แต่ครอบคลุมถึงบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำทุจริตด้วย พร้อมระบุว่า กฎหมายฉบับเดียวกันยังมีบทบัญญัติเกี่ยวกับความผิดอื่น เช่น การให้หรือสัญญาว่าจะให้เงิน รวมถึงความผิดที่อาจเกี่ยวข้องกับกรรมการบริหารพรรคการเมือ

 

 

นอกจากนี้ นายพริษฐ์ยังกล่าวว่า ในอดีต กกต. เคยยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง จึงเห็นว่าประเด็นเรื่องสถานะผู้สมัครไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นข้อจำกัดในการพิจารณาคดี

สำหรับมิติทางการเมือง นายพริษฐ์ตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการพิจารณาคดีฮั้ว สว. โดยเฉพาะการตั้งคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ภายหลังคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 มีความเห็นเกี่ยวกับผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ซึ่งมีทั้งนักการเมืองและบุคคลในเครือข่ายทางการเมือง ก่อนที่คณะอนุกรรมการชุดที่ 36 จะมีความเห็นว่าไม่พบมูลความผิด

นายพริษฐ์มองว่า หากท้ายที่สุด กกต. เลือกดำเนินคดีเฉพาะบุคคลระดับปฏิบัติการ แต่ไม่ดำเนินการกับนักการเมือง รัฐมนตรี หรือผู้บริหารพรรคที่ถูกกล่าวหา อาจทำให้เกิดคำถามต่อมาตรฐานการพิจารณาคดี พร้อมใช้คำเปรียบเทียบว่าอาจเป็นการ “สังเวยน้ำเงินอ่อน ปกป้องน้ำเงินเข้ม” ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาทางการเมืองของนายพริษฐ์ต่อทิศทางการทำงานของ กกต.

นายพริษฐ์ระบุด้วยว่า หาก กกต. ยกคำร้องหรือไม่ดำเนินคดีกับบุคคลที่พรรคเห็นว่ามีพยานหลักฐานชัดเจน พรรคประชาชนจะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายกับ กกต. และหาช่องทางนำพยานหลักฐานในสำนวนไปสู่การพิจารณาของศาลฎีกา

โดยนายพริษฐ์กล่าวอีกว่า เมื่อเปิดสมัยประชุม พรรคประชาชนเตรียมเสนอแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. เพื่อเปิดช่องให้ประชาชน ผู้เสียหาย ผู้สมัคร สว. หรือผู้สมัครสำรอง สามารถยื่นคำร้องต่อศาลได้โดยตรงในกรณีที่ กกต. ไม่ดำเนินการ พร้อมย้ำว่าคาดหวังให้ กกต. พิจารณาคดีอย่างตรงไปตรงมาและยึดตามตัวบทกฎหมาย

ข่าวล่าสุด

เบทาโกร ส่งมอบอาหารสุขภาพ INSPIRED ช่วยเหลือครอบครัวผู้ป่วยเด็ก ณ บ้านพักพิงฯ รพ.ศิริราช

เบทาโกร ส่งมอบอาหารสุขภาพ INSPIRED ช่วยเหลือครอบครัวผู้ป่วยเด็ก ณ บ้านพักพิงฯ รพ.ศิริราช