
เบื่อโลกออนไลน์? คนรุ่นใหม่หันหา “Soft Socializing” แค่อยากมีใครอยู่ข้างๆ ไม่ต้องคุยก็ได้
“Soft Socializing” กำลังกลายเป็นเทรนด์การเข้าสังคมของคนรุ่นใหม่ หลังคนวัย 18–35 ปีเริ่มต้องการกลับมาพบกันในโลกจริง แต่ขอเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่สร้างแรงกดดัน
ลองนึกภาพ เวลาเดินเข้าไปในร้านกาแฟที่เต็มไปด้วยคนแปลกหน้า แต่ไม่มีใครถูกบังคับให้แนะนำตัว ไม่มีคำถามว่า “ทำงานอะไร” ไม่มีการแลกนามบัตร และไม่จำเป็นต้องพยายามหาเรื่องคุย
บางคนกำลังต่อจิ๊กซอว์ บางคนนั่งอ่านหนังสือ บางคนทำงานฝีมือ หรืออาจเดินดูนกด้วยกัน ทุกคนสามารถพูดคุยได้หากต้องการ แต่หากอยากนั่งเงียบ ๆ อยู่ท่ามกลางคนอื่นก็ไม่มีอะไรผิด
นี่คือ “Soft Socializing” หรือ การเข้าสังคมแบบแรงกดดันต่ำ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ในปี 2569
Axios รายงานเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมว่า คนหนุ่มสาวในสหรัฐฯ โดยเฉพาะ Gen Z และ Millennials กำลังกลับออกจากโลกออนไลน์เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมในชีวิตจริงมากขึ้น ตั้งแต่เล่นหมากรุก ดูนก ต่อจิ๊กซอว์ ไปจนถึงอ่านหนังสือเงียบ ๆ ด้วยกัน
ความแตกต่างคือ “การเข้าสังคม” ไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของการไปงาน
คนอาจไปเพราะอยากต่อจิ๊กซอว์ อ่านหนังสือ หรือเรียนจัดดอกไม้ ส่วนการได้พบและพูดคุยกับคนอื่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติระหว่างกิจกรรมเท่านั้น
“Soft Socializing” คืออะไร?
Eventbrite หนึ่งในแพลตฟอร์มจัดงานและจำหน่ายบัตรรายใหญ่ นิยาม Soft Socializing ไว้ใน Social Study 2026 ว่าเป็นการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น แต่ลดแรงกดดันที่จะต้องเข้าสังคมตลอดเวลา
ตัวอย่างมีตั้งแต่ คลาสจัดดอกไม้ การชิมกาแฟ เล่นบิงโก ต่อ Puzzle อ่านหนังสือ เดินเล่นในธรรมชาติ หรือกิจกรรมที่ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกได้เองว่าจะพูดคุยกับคนอื่นมากน้อยเพียงใด
ผลสำรวจพบว่า 58% บอกว่าการเข้าสังคมมีความสำคัญในระดับหนึ่ง แต่ไม่อยากให้การเข้าสังคมเป็นจุดหลักของกิจกรรม
อีก 45% บอกว่าต้องการเป็นคนกำหนดเองว่าจะมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นอย่างไรและเมื่อใด
ขณะที่ 44% อยากให้ความสนใจอยู่ที่ตัวประสบการณ์หรือกิจกรรมมากกว่า
พูดง่าย ๆ คือ อยากมีคนอยู่รอบตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องคุยกับเขาตลอดเวลา
Puzzle จัดดอกไม้ เล่นบิงโกโตแรง
สิ่งที่ทำให้ Soft Socializing ไม่ได้เป็นเพียงศัพท์บน Social Media คือ ข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมจริง
Eventbrite พบว่า เมื่อเปรียบเทียบช่วงเดือนสิงหาคม 2567–กรกฎาคม 2568 กับ 12 เดือนก่อนหน้า การแข่งขันต่อ Puzzle ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 151%
ในข้อมูล Social Study ยังพบว่า จำนวนผู้เข้าร่วม Music Bingo (การเล่นบิงโกโดยใช้เพลงแทนตัวเลข) ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 149% ขณะที่ในสหราชอาณาจักร กิจกรรมจัดดอกไม้เพิ่มขึ้น 282% และกิจกรรมชิมกาแฟเพิ่มขึ้น 80%
กิจกรรมเหล่านี้มีจุดร่วมที่น่าสนใจ คือ คนไม่จำเป็นต้องรู้จักกันก่อน และไม่จำเป็นต้องสร้างบทสนทนาขึ้นมาจากศูนย์
เพราะทุกคนมี “สิ่งที่กำลังทำร่วมกัน” อยู่แล้ว
ไม่ได้ไม่อยากเข้าสังคม แต่ไม่อยาก “แสดง” ว่ากำลังเข้าสังคม
เบื้องหลัง Soft Socializing ยังเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่ Eventbrite เรียกว่า “Reset to Real”
จากการสำรวจคนวัย 18–35 ปีในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร 79% บอกว่าตั้งใจจะเข้าร่วมกิจกรรมแบบพบกันจริงมากขึ้นในปี 2569 ขณะที่ 74% มองว่าประสบการณ์ในชีวิตจริงมีความสำคัญมากกว่าประสบการณ์ดิจิทัล
และกว่า 49% ต้องการให้งานและกิจกรรมต่าง ๆ รู้สึกว่าได้รับการจัดฉากหรือปรุงแต่งน้อยลง และมีความเป็นจริงมากขึ้น
จาก Dating Apps สู่ “เจอกันโดยบังเอิญ”
ปรากฏการณ์นี้เริ่มขยายไปถึงเรื่องความรักด้วย
ข้อมูล Eventbrite ที่เผยแพร่เดือนกรกฎาคมพบว่า กิจกรรมที่ใช้แนวคิด “Meet-cute” หรือสร้างโอกาสให้คนมาเจอกันในชีวิตจริง เพิ่มขึ้น 117% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569
แทนที่จะจัดงาน Speed Dating ที่ทุกคนรู้ว่าต้องมานั่งทำความรู้จักกัน กิจกรรมรุ่นใหม่อาจเป็น Mahjong, Trivia, ดูนก งาน Craft หรืองาน Wellness แล้วเปิดพื้นที่ให้คนโสดมาเข้าร่วม
Eventbrite พบด้วยว่า 77% ของ Gen Z ในการสำรวจของบริษัทระบุว่าเคยพบคนที่สนใจเชิงโรแมนติกในชีวิตจริง สะท้อนว่าความสัมพันธ์แบบ IRL หรือ In Real Life ยังมีบทบาท แม้คนรุ่นนี้จะเติบโตมากับ Dating Apps ก็ตาม
“แค่อยากมีใครอยู่ข้าง ๆ” อาจไม่ใช่เรื่องเล็ก
Soft Socializing จึงไม่ได้หมายถึงการที่คนรุ่นใหม่ “ขี้เกียจคุย” หรือกำลังกลายเป็นคนต่อต้านสังคม
ตรงกันข้าม คนยังต้องการความสัมพันธ์ เพียงแต่กำลังต่อว่า การอยู่ร่วมกับคนอื่นจำเป็นต้องใช้พลังมากขนาดไหน อาจไม่จำเป็นต้องเป็นปาร์ตี้ เริ่มจากบทสนทนายาวๆ ไม่ต้องให้ความสนใจกันทุกนาที หรือพร้อมคุยตลอดเวลา ดูเหมือนว่าคนรุ่นใหม่อยากจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทำให้สามารถเชื่อมโตกับความเป็น "มนุษย์" จริงมากขึ้น ได้รู้สึกว่ามีมนุษย์ใช้ชีวิตอยู่ข้างๆ ซึ่งขาดหายไปในโลกดิจิทัลนั่นเอง







