posttoday
“วัส ติงสมิตร” ถอดรหัสกลุ่ม 10 สว. จี้ กกต. ชี้นิยามผู้ประกอบกิจการ

“วัส ติงสมิตร” ถอดรหัสกลุ่ม 10 สว. จี้ กกต. ชี้นิยามผู้ประกอบกิจการ

30 กรกฎาคม 2569

“วัส ติงสมิตร” ตั้งคำถามการตีความคุณสมบัติ สว. กลุ่ม 10 ชี้ กกต. ต้องกำหนดนิยาม “ผู้ประกอบกิจการ” ให้ชัด หวั่นซ้ำซ้อนกับ “อาชีพอิสระ” กระทบโครงสร้างตัวแทนตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ

KEY

POINTS

  • นายวัส ติงสมิตร เรียกร้องให้ กกต. สร้างบรรทัดฐานทางกฎหมายที่ชัดเจนเกี่ยวกับคำนิยาม "ผู้ประกอบกิจการ" สำหรับผู้สมัคร สว. กลุ่ม 10
  • ชี้ว่าการขาดความชัดเจนทำให้เกิดความซ้ำซ้อนกับกลุ่ม 19 (ผู้ประกอบอาชีพอิสระ) ซึ่งอาจขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการแยกสองกลุ่มนี้ออกจากกัน
  • เตือนว่าหากไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน กลุ่ม 10 อาจกลายเป็น "กลุ่มรับขยะ" ที่เปิดช่องให้เกิดการเลือกกลุ่มเพื่อความได้เปรียบทางการเมือง และบิดเบือนการเป็นตัวแทนภาคส่วนต่างๆ

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และอดีตผู้พิพากษา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 วิเคราะห์ประเด็นการตีความคุณสมบัติสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยตั้งข้อสังเกตถึงขอบเขตของ “กลุ่ม 10” ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 พร้อมเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วางบรรทัดฐานทางกฎหมายให้ชัดเจน

 

นายวัสหยิบยกกรณีที่สำนักงาน กกต. มีคำวินิจฉัยยกคำร้องเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้สมัคร สว. จังหวัดอำนาจเจริญ 2 ราย ซึ่งประกอบอาชีพขายหมูและขายก๋วยเตี๋ยว โดยเห็นว่าทั้งสองมีสิทธิสมัครใน “กลุ่ม 10” เนื่องจากมีประสบการณ์ประกอบกิจการเกิน 10 ปี

 

อย่างไรก็ตาม นายวัสเห็นว่าประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคล แต่เป็นการที่ กกต. ยังไม่ได้อธิบายให้ชัดเจนว่า “ผู้ประกอบกิจการ” ในกลุ่ม 10 มีขอบเขตแตกต่างจากกลุ่มอาชีพอื่นอย่างไร

นายวัสอธิบายว่า มาตรา 11 ของ พ.ร.ป. การได้มาซึ่ง สว. แบ่งกลุ่มที่เกี่ยวข้องไว้แตกต่างกัน ได้แก่ กลุ่ม 9 เป็นผู้ประกอบกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) กลุ่ม 10 เป็นผู้ประกอบกิจการอื่นนอกเหนือจากกลุ่ม 9 และกลุ่ม 19 เป็นผู้ประกอบวิชาชีพหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ

 

นายวัส ตั้งข้อสังเกตว่า กฎหมายเลือกใช้คำว่า “ผู้ประกอบกิจการ” สำหรับกลุ่ม 9 และ 10 แต่ใช้คำว่า “ผู้ประกอบอาชีพอิสระ” สำหรับกลุ่ม 19 ซึ่งสะท้อนว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการแยกความหมายของทั้งสองคำออกจากกัน หาก กกต. ตีความให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระจำนวนมากอยู่ในกลุ่ม 10 ก็จะทำให้กลุ่ม 19 ซ้ำซ้อนและขาดความหมายในทางกฎหมาย

 

นายวัสระบุว่า การตีความเช่นนี้อาจขัดต่อหลักการตีความกฎหมายที่กำหนดให้ถ้อยคำทุกคำในกฎหมายต้องมีความหมายและมีผลใช้บังคับ ไม่ควรปล่อยให้บทบัญญัติส่วนใดส่วนหนึ่งกลายเป็นข้อความที่ไร้ความหมาย

นอกจากนี้ ยังเห็นว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 2560 ต้องการให้การแบ่งกลุ่มอาชีพสะท้อนตัวแทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคมอย่างแท้จริง หากกลุ่ม 9 ครอบคลุมผู้ประกอบการ SMEs แล้ว กลุ่ม 10 ก็ควรหมายถึงผู้ประกอบกิจการขนาดใหญ่หรือภาคธุรกิจที่อยู่นอกเหนือจาก SMEs มากกว่าจะเป็นผู้ค้ารายย่อยทั่วไป

 

นายวัสเตือนว่า หากไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน กลุ่ม 10 อาจกลายเป็น “กลุ่มรับขยะ” ที่รองรับผู้สมัครทุกประเภท ส่งผลให้เกิดการเลือกกลุ่มสมัครเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมือง และอาจบิดเบือนโครงสร้างการเป็นตัวแทนตามที่กฎหมายกำหนด

นายวัสระบุว่า คำวินิจฉัยขององค์กรอิสระควรอธิบายเหตุผลและตรรกะทางกฎหมายอย่างครบถ้วน ไม่ใช่เพียงสรุปผลว่ารับหรือยกคำร้อง เพราะตราบใดที่ กกต. ยังไม่สามารถอธิบายเส้นแบ่งระหว่าง “ผู้ประกอบกิจการ” กับ “ผู้ประกอบอาชีพอิสระ” ได้อย่างชัดเจน การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันก็จะยังคงถูกตั้งคำถามถึงความชอบธรรมในการเป็นตัวแทนของภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคมต่อไป.

 

แหล่งที่มา : เพจเฟซบุ๊ก วัส ติงสมิตร 

 

 

ข่าวล่าสุด

ไฟป่ายุโรปลามหนักหลายประเทศ คร่าชีวิตนักผจญเพลิงกรีซ 3 นาย

ไฟป่ายุโรปลามหนักหลายประเทศ คร่าชีวิตนักผจญเพลิงกรีซ 3 นาย