
“วัส ติงสมิตร” ถอดรหัสกลุ่ม 10 สว. จี้ กกต. ชี้นิยามผู้ประกอบกิจการ
“วัส ติงสมิตร” ตั้งคำถามการตีความคุณสมบัติ สว. กลุ่ม 10 ชี้ กกต. ต้องกำหนดนิยาม “ผู้ประกอบกิจการ” ให้ชัด หวั่นซ้ำซ้อนกับ “อาชีพอิสระ” กระทบโครงสร้างตัวแทนตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ
KEY
POINTS
- นายวัส ติงสมิตร เรียกร้องให้ กกต. สร้างบรรทัดฐานทางกฎหมายที่ชัดเจนเกี่ยวกับคำนิยาม "ผู้ประกอบกิจการ" สำหรับผู้สมัคร สว. กลุ่ม 10
- ชี้ว่าการขาดความชัดเจนทำให้เกิดความซ้ำซ้อนกับกลุ่ม 19 (ผู้ประกอบอาชีพอิสระ) ซึ่งอาจขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการแยกสองกลุ่มนี้ออกจากกัน
- เตือนว่าหากไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน กลุ่ม 10 อาจกลายเป็น "กลุ่มรับขยะ" ที่เปิดช่องให้เกิดการเลือกกลุ่มเพื่อความได้เปรียบทางการเมือง และบิดเบือนการเป็นตัวแทนภาคส่วนต่างๆ
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และอดีตผู้พิพากษา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 วิเคราะห์ประเด็นการตีความคุณสมบัติสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยตั้งข้อสังเกตถึงขอบเขตของ “กลุ่ม 10” ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 พร้อมเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วางบรรทัดฐานทางกฎหมายให้ชัดเจน
นายวัสหยิบยกกรณีที่สำนักงาน กกต. มีคำวินิจฉัยยกคำร้องเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้สมัคร สว. จังหวัดอำนาจเจริญ 2 ราย ซึ่งประกอบอาชีพขายหมูและขายก๋วยเตี๋ยว โดยเห็นว่าทั้งสองมีสิทธิสมัครใน “กลุ่ม 10” เนื่องจากมีประสบการณ์ประกอบกิจการเกิน 10 ปี
อย่างไรก็ตาม นายวัสเห็นว่าประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคล แต่เป็นการที่ กกต. ยังไม่ได้อธิบายให้ชัดเจนว่า “ผู้ประกอบกิจการ” ในกลุ่ม 10 มีขอบเขตแตกต่างจากกลุ่มอาชีพอื่นอย่างไร
นายวัสอธิบายว่า มาตรา 11 ของ พ.ร.ป. การได้มาซึ่ง สว. แบ่งกลุ่มที่เกี่ยวข้องไว้แตกต่างกัน ได้แก่ กลุ่ม 9 เป็นผู้ประกอบกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) กลุ่ม 10 เป็นผู้ประกอบกิจการอื่นนอกเหนือจากกลุ่ม 9 และกลุ่ม 19 เป็นผู้ประกอบวิชาชีพหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ
นายวัส ตั้งข้อสังเกตว่า กฎหมายเลือกใช้คำว่า “ผู้ประกอบกิจการ” สำหรับกลุ่ม 9 และ 10 แต่ใช้คำว่า “ผู้ประกอบอาชีพอิสระ” สำหรับกลุ่ม 19 ซึ่งสะท้อนว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการแยกความหมายของทั้งสองคำออกจากกัน หาก กกต. ตีความให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระจำนวนมากอยู่ในกลุ่ม 10 ก็จะทำให้กลุ่ม 19 ซ้ำซ้อนและขาดความหมายในทางกฎหมาย
นายวัสระบุว่า การตีความเช่นนี้อาจขัดต่อหลักการตีความกฎหมายที่กำหนดให้ถ้อยคำทุกคำในกฎหมายต้องมีความหมายและมีผลใช้บังคับ ไม่ควรปล่อยให้บทบัญญัติส่วนใดส่วนหนึ่งกลายเป็นข้อความที่ไร้ความหมาย
นอกจากนี้ ยังเห็นว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 2560 ต้องการให้การแบ่งกลุ่มอาชีพสะท้อนตัวแทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคมอย่างแท้จริง หากกลุ่ม 9 ครอบคลุมผู้ประกอบการ SMEs แล้ว กลุ่ม 10 ก็ควรหมายถึงผู้ประกอบกิจการขนาดใหญ่หรือภาคธุรกิจที่อยู่นอกเหนือจาก SMEs มากกว่าจะเป็นผู้ค้ารายย่อยทั่วไป
นายวัสเตือนว่า หากไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน กลุ่ม 10 อาจกลายเป็น “กลุ่มรับขยะ” ที่รองรับผู้สมัครทุกประเภท ส่งผลให้เกิดการเลือกกลุ่มสมัครเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมือง และอาจบิดเบือนโครงสร้างการเป็นตัวแทนตามที่กฎหมายกำหนด
นายวัสระบุว่า คำวินิจฉัยขององค์กรอิสระควรอธิบายเหตุผลและตรรกะทางกฎหมายอย่างครบถ้วน ไม่ใช่เพียงสรุปผลว่ารับหรือยกคำร้อง เพราะตราบใดที่ กกต. ยังไม่สามารถอธิบายเส้นแบ่งระหว่าง “ผู้ประกอบกิจการ” กับ “ผู้ประกอบอาชีพอิสระ” ได้อย่างชัดเจน การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันก็จะยังคงถูกตั้งคำถามถึงความชอบธรรมในการเป็นตัวแทนของภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคมต่อไป.
แหล่งที่มา : เพจเฟซบุ๊ก วัส ติงสมิตร







