
โดรนถล่มท่าเรืออียิปต์ ทรัมป์เตรียมโต้อิหร่าน สงครามส่อลาม
โดรนโจมตีเรือกักเก็บก๊าซของสหรัฐในท่าเรืออียิปต์ ขณะทรัมป์เตรียมตอบโต้อิหร่าน ความขัดแย้งลุกลามหลายแนวรบ ดันราคาน้ำมันพุ่งเหนือ 90 ดอลลาร์
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอีกขั้น หลังบริษัทด้านความมั่นคงทางทะเลของอังกฤษ Ambrey รายงานว่า โดรนลำหนึ่งได้โจมตีเรือกักเก็บก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งเป็นทรัพย์สินของบริษัทสหรัฐ บริเวณท่าเรือดาเมียตตา (Damietta) ริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของอียิปต์ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้และลุกลามไปยังเรืออีกลำ
กระทรวงปิโตรเลียมอียิปต์ยืนยันว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในท่าเรือ และสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ แต่ยังไม่ได้ยืนยันสาเหตุของเหตุการณ์หรือระบุว่ามีการโจมตีด้วยโดรน
แหล่งข่าวในวงการค้าพลังงาน 3 รายระบุว่า เรือที่ถูกโจมตีคือ Energos Winter ซึ่งใช้เป็นเรือกักเก็บก๊าซลอยน้ำ และเป็นของบริษัทสหรัฐ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีฝ่ายใดออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุโจมตีดังกล่าว
เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่านขยายวงกว้าง โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่าได้รับรายงานเหตุโจมตีแล้ว พร้อมประกาศว่าจะตอบโต้การที่อิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีกองกำลังสหรัฐในจอร์แดน
ทรัมป์กล่าวว่า "ถึงตาของเราแล้ว" และยืนยันว่า แม้สหรัฐยังเปิดโอกาสสำหรับการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านในอนาคต แต่จะดำเนินการตอบโต้ "อย่างรุนแรง"
ด้านอิหร่านยอมรับว่าได้ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐในจอร์แดน รวมถึงโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และปฏิเสธข้อเสนอของโอมานในการร่วมบริหารจัดการเส้นทางเดินเรือดังกล่าว
ขณะเดียวกัน สหรัฐและซาอุดีอาระเบียได้เปิดปฏิบัติการโจมตีกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านให้การสนับสนุนในอิรัก เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีด้วยโดรนต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ถือเป็นครั้งแรกที่ซาอุดีอาระเบียเข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารกับสหรัฐอย่างเปิดเผย
กองกำลัง Popular Mobilisation Forces (PMF) ซึ่งเป็นกองกำลังกึ่งทหารที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวทำให้สมาชิกเสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย และบาดเจ็บอีก 32 ราย ขณะที่ประชาชนในอิรักจำนวนมากร่วมเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิต พร้อมตะโกนคำขวัญต่อต้านสหรัฐ
สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อกลุ่มฮูตีในเยเมนประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย ส่งสัญญาณว่าความขัดแย้งได้ขยายตัวออกจากแนวรบหลัก นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อเดือนกุมภาพันธ์
ด้านรัฐบาลอิรักเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการยกระดับความรุนแรง โดยนายกรัฐมนตรี Ali al-Zaidi ระบุว่าต้องการป้องกันไม่ให้อิรักตกเป็นสมรภูมิของความขัดแย้งในภูมิภาค ขณะที่ประธานาธิบดีอิรักประณามการโจมตีของสหรัฐและซาอุดีอาระเบียว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยของประเทศอย่างร้ายแรง
ก่อนหน้าปฏิบัติการโจมตีในอิรักเพียงไม่กี่ชั่วโมง กองทัพสหรัฐเปิดเผยว่าสามารถสกัดการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวจากอิหร่านต่อฐานทัพสหรัฐในภูมิภาคได้ โดยกองทัพจอร์แดนยืนยันว่าได้ยิงสกัดขีปนาวุธของอิหร่าน 5 ลูก
ท่ามกลางการสู้รบที่ยืดเยื้อนานกว่า 5 เดือน ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง โดยน้ำมันดิบ Brent ทะยานขึ้นมากกว่า 8% ทะลุระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนความวิตกของตลาดต่อความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานจากสถานการณ์สงคราม







